เพื่อไทยอัด กษิต ไร้ยางอาย ยกสปิริต นพดล โชว์

Home / ข่าวการเมือง / เพื่อไทยอัด กษิต ไร้ยางอาย ยกสปิริต นพดล โชว์

09-03-16-013

ที่รัฐสภา นางสาวฐิติมา ฉายแสง ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทย (พท.) พร้อมด้วย นายธเนศ เครือรัตน์ ส.ส.ศรีสะเกศ และนางสาววิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พท.

แถลงภายหลังจากลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อวันที่ 21 มีนาคม ว่าการที่นายกษิตมีคะแนนน้อยกว่ารัฐมนตรีคนอื่นถึงเกือบ 10 คะแนน โดยถูกลงมติไม่ไว้วางใจถึง 184 เสียง

เนื่องจากถูกอภิปรายเรื่องความเชื่อมโยงกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อ ประชาธิปไตย เมื่อเปรียบเทียบกับสมัยรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายนพดล ปัทมะ อดีตรมว.ต่างประเทศก็ลาออกทันที หลังจากได้คะแนนในการลงมติไม่ไว้วางในน้อยที่สุด

ดังนั้นเพื่อเป็นการแสดงมาตรฐานเดียวกัน หากนายกษิตไม่ลาออกเหมือนนายนพดล สะท้อนว่าไม่มียางอาย และหลังจากนี้ เพื่อไทยก็จะเดินสายตอกย้ำให้ประชาชนเห็นพฤติกรรมนายกษิตไปเรื่อยๆ กระทั่งเป็นตราบาปติดตัวนายกษิตตลอดไป


ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย กล่าวเมื่อวันที่ 21 มี.ค.ว่า พรรคฝ่ายค้านไม่ได้คาดหวังการลงคะแนนเสียงการอภิปรายในวันนี้ แต่เห็นว่า ได้ทำหน้าที่เพื่อให้ข้อเท็จจริงแก่ประชาชนให้รับทราบมากกว่าการพูดให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ฟัง

ซึ่งชัดเจนว่า รัฐบาลตอบคำถามไม่ได้ในหลายประเด็น โดยเฉพาะกรณีการโอนเงินของบริษัท ทีพีไอโพลีน ไปยังพรรคประชาธิปัตย์ เงินกองทุนพัฒนาการเงิน ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. มอบให้พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ ตอบไม่ได้เลย
อีกทั้งกรณีการหนีทหารของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นการตอบที่ไม่เป็นความจริง ที่สำคัญคือ เรื่องการเสียดินแดนที่นายกรัฐมนตรียอมรับว่า กัมพูชาได้ตัดถนนรุกล้ำเข้ามานั้น ถือเป็นการเสียดินแดนให้กับทางกัมพูชาแล้ว และเชื่อว่า ความผิดนี้เป็นสิ่งที่คนไทยยอมรับไม่ได้
ส่วนกรณีผลโพลของสวนดุสิตโพล นั้น เห็นว่า ไม่น่าเชื่อถือ เพราะในวันแรกนายกรัฐมนตรี ตอบคำถาม ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ไม่ได้เลย แต่โพลกลับบอกว่า นายกรัฐมนตรีมีความน่าเชื่อถือกว่า ร.ต.อ.เฉลิม
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า ประชาชนที่ชมการอภิปราย จะเชื่อความคิดของตนเองมากกว่าผลโพลอย่างแน่นอน ซึ่งภายหลังจากนี้ แม้รัฐบาลจะได้รับเสียงไว้วางใจฝ่ายค้านก็ไม่ติดใจอะไร จากนี้ไปเป็นกระบวนการของ กกต. และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ปปช. ที่จะเดินหน้าต่อไป

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก มติชนออนไลน์