ชวนนท์ ซัดเพื่อไทย ตั้งวอร์รูมหวังเป่าหูล้างสมองประชาชน

Home / ข่าวการเมือง / ชวนนท์ ซัดเพื่อไทย ตั้งวอร์รูมหวังเป่าหูล้างสมองประชาชน

ชวนนท์ ซัดเพื่อไทย ตั้งวอร์รูมหวังเป่าหูล้างสมองประชาชน หลังพบหลายข้อสงสัยในแก้รัฐธรรมนูญ, กู้เงิน 2.2ล้านล้าน และเขาพระวิหาร ยังคลุมเครือไร้ความชัดเจนจากรัฐบาล 

ชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต
ชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต

MThai News ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่าพรรคเพื่อไทยได้ตั้งทีมวอร์รูมเพื่อรับมือกับประเด็นร้อนแรงทางการเมือง 3 เรื่อง คือการแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา พรบ.กู้เงิน 2 ล้านล้าน และคดีข้อพิพาทปราสาทพระวิหารนั้น

ตนเห็นว่าเป็นเรื่องดีที่รัฐบาลพร้อมอธิบายประเด็นที่เป็นที่สนใจของประชาชน แต่ตนเกรงว่าการตั้งทีมวอร์รูมนั้นจะเป็นการพยายามตั้งทีมงานขึ้นมาโดยวัตถุประสงค์มิใช่การนำเสนอข้อเท็จจริง เรื่องราวที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติ แต่ตนเกรงว่าจะเป็นการตั้งทีมงานขึ้นมาเป่าหู ล้างสมองประชาชน ให้เห็นดีเห็นงามไปกับการทำงานของรัฐบาล ซึ่งในหลายประเด็นมิได้สะท้อนผลประโยชน์ของประชาชน

ดังนั้นตนจึงเห็นว่าการจะตั้งทีมยุทธศาสตร์ หรือสารพัดโฆษกมาคอยชี้แจงตอบโต้ ก็ไม่สำคัญเท่ากับความจริงใจของรัฐบาล และพรรคเพื่อไทย ในการปฏิบัติหน้าที่เพราะหากการทำงานเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน อย่างแท้จริงแล้ว ประชาชนย่อมสนับสนุนและเห็นดีเห็นงามไปด้วยอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ตนขอตั้งข้อสังเกตว่าในกรณีของการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น มีหลายประเด็นที่ชวนให้ตั้งข้อสงสัยไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 ซึ่งอาจมีการตัดคำว่า “อธิปไตยนอกอาณาเขต” ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเจรจาระหว่างประเทศ ในพื้นที่ที่ไม่ได้เป็นแผ่นดินหรือพื้นที่ทางทะเล

นอกจากนั้นการตัดช่องทางการร้องเรียนต่อศาลรัฐธรรมนูญโดยตรงของประชาชน ก็อาจส่งผลกระทบถึงร่างรัฐธรรมนูญ ที่จะมีการแก้ไขมาตรา 291 ซึ่งจะเป็นการล้มล้างทั้งฉบับ สิ่งเหล่านี้ล้วนมีคำถามของผลประโยชน์ทับซ้อนของคนในรัฐบาล อยู่ทั้งสิ้น

ประการต่อมาเรื่องของพรบ.กู้เงินฯ นั้น ก็มีคำถามที่ประชาชนตั้งข้อสังเกตอยู่มากมาย ทั้งในเรื่องของหลักการที่ไม่มีความจำเป็นต้องจัดเป็นเงินกู้นอกงบประมาณ หรือวิธีการประมูลโครงการใหญ่ๆ ซึ่งมีข่าวว่าจะให้เอกชนรายเดียวเป็นผู้รับผิดชอบ การแก้ไข พรบ.ร่วมทุนระหว่างภาครัฐกับเอกชน รวมถึงรายละเอียดโครงการต่างๆ ก็ไม่มีความชัดเจน คลุมเครือ ไม่สามารถตรวจสอบได้ สิ่งเหล่านี้ย่อมสร้างความไม่สบายใจให้กับประชาชน

ขณะที่ประการสุดท้ายเรื่องคดีปราสาทพระวิหาร ตนเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่รัฐบาล ต้องแสดงออกถึงความเอาจริงเอาจังในการต่อสู้เพื่อรักษาอธิปไตย มิใช่พูดเหมือนรัฐมนตรีต่างประเทศเคยพูดว่า มีแต่เสียกับเสมอตัว และต้องมีความจริงใจที่จะเปิดเผยข้อมูลต่อประชาชน อย่ามีท่าทีโอนอ่อนตามประเทศกัมพูชาเหมือนที่ผ่านมา

ซึ่งตนยืนยันว่า การต่อสู้ในคดีปราสาทพระวิหารนั้นไทยมีโอกาสที่จะเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะ แต่หากคนในรัฐบาล ยังไม่หยุดท่าทีแสดงการก้มหัวให้กับกัมพูชา หรือยังมีการดำเนินการในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงเช่นการเดินทางขึ้นปราสาทพระวิหารของรัฐมนตรีกลาโหม

ซึ่งอาจถูกนำไปเป็นข้ออ้างในการพิจารณาของศาลได้  ตนก็เกรงว่า ประเทศอาจเพลี่ยงพล้ำในยุครัฐบาลของพรรคเพื่อไทย ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องกังวลว่าใครจะไปแต่งงานกับใคร ไม่ใช่สาระสำคัญ แต่ควรแสดงความเอาจริงเอาจังในการปกป้องอธิปไตย หรือศักดิ์ศรีของประเทศให้เต็มที่จะดีกว่า

พร้อมกันนี้ตนจึงเห็นว่า การจัดตั้งวอร์รูม หรือเปลี่ยนทีมโฆษกฯ ไม่ใช่สาระของการทำให้ประชาชนเกิดความไว้วางใจ แต่เป็นเรื่องของผลงานและข้อเท็จจริงที่ปรากฎเท่านั้น ที่จะสามารถยืนยันว่ารัฐบาล ทำงานเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน และประเทศมากกว่าผลประโยชน์ส่วนตัว หรือผลประโยชน์ทับซ้อนในครอบครัว และคนใกล้ชิดเท่านั้น

MThai News