ไล่ ยรรยง พ้นที่ประชุม นายกฯฉุนเล่นคำยอกย้อน

Home / ข่าวการเมือง / ไล่ ยรรยง พ้นที่ประชุม นายกฯฉุนเล่นคำยอกย้อน

yanyong

เรื่องระบายข้าวโพดเลี้ยง สัตว์กลายเป็นเกาเหลาวงใหญ่ นายกฯไล่บี้ พรทิวา กลางที่ประชุม ครม. แถมเชิญอธิบดีกรมการค้าภายในออกนอกห้องประชุม เสธ.หนั่น ฉุนขาด ขรก.ประจำสอนมวย

(13 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า การประชุม คณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณา เรื่อง การระบายจำหน่ายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตามโครงการแทรกแซงตลาดข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2551/52 และขอทบทวนคณะกรรมการเกี่ยวกับสินค้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ตามที่กระทรวงพาณิชย์ได้รายงานว่าจากที่รับจำนำไว้ทั้งสิ้น 1,110,398.581 ตัน และได้เปิดประมูลให้กับผู้ซื้อในประเทศไปแล้ว 449,342.856 ตัน มูลค่า 2,041.052 ล้านบาท โดยที่ผ่านมาได้เกิดการโต้แย้งกันหลายรอบ หลายคู่ ระหว่างนายกอร์ปศักดิ์ สภาวะสุ รองนายกรัฐมนตรี กับนางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และระหว่าง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กับ นางพรทิวา และ นายกรัฐมนตรี กับ นายยรรยง พวงราช อธิบดีกรมการค้าภายใน

ทั้งนี้ การพิจารณาได้เริ่มต้นขึ้นภายหลังกระทรวงพาณิชย์รายงานข้อมูลการเปิดประมูล เพื่อระบายข้าวโพดตามโครงการรับจำนำออกไป จากนั้นนายกอร์ปศักดิ์ ได้ขอให้พิจารณาอำนาจในการระบายข้าวโพดในโครงการรับจำนำควรเป็นของใคร ระหว่างคณะกรรมการระบายข้าวโพดที่รับจำนำ ซึ่งตั้งโดยรัฐบาลชุดก่อน ประกอบด้วย กรมการค้าภายใน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และองค์การคลังสินค้า (อคส.) หรือควรเป็นอำนาจของคณะกรรมการนโยบายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ที่รัฐบาลชุดนี้ตั้งนายกอร์ปศักดิ์ เป็นประธาน รวมทั้งได้มีการถามถึงความรับผิดชอบจากการระบายสินค้าเกษตรในโครงการรับจำนำ ของรัฐที่มักขาดทุนเสมอว่าใครควรเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งนายกอร์ปศักดิ์ เสนอว่าในการระบายสินค้าเกษตรที่มาจากการรับจำนำของรัฐต้องเสนอให้ ครม.เห็นชอบก่อน เพื่อให้รัฐมนตรีทุกคนรับผิดชอบร่วมกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า นายรัฐมนตรีได้ตั้งคำถามในหลายประเด็นกับนางพรทิวา แต่นางพรทิวาไม่สามารถตอบได้และนายกรัฐมนตรี ยังใช้ถ้อยคำทีเล่นทีจริงกับนางพรทิวาด้วยว่า กระทรวงพาณิชย์จะรับผิดชอบการขาดทุนได้หรือไม่ นางพรทิวา จึงขอให้นายยรรยง ซึ่งรออยู่หน้าห้องประชุมได้เข้ามาช่วยตอบคำถาม แต่เมื่อนายยรรยง เข้าร่วมในที่ประชุมแล้วกลับใช้ถ้อยคำหลายอย่างที่ยอกย้อนกับนายกรัฐมนตรี โดย เฉพาะประเด็นที่นายกรัฐมนตรีถามว่า ถ้าขายข้าวโพดออกไปแล้วขาดทุน กรมการค้าภายในจะรับผิดชอบได้หรือไม่ ทางนายยรรยง โต้กลับว่าแล้ว ครม.มีอำนาจหรือไม่ ซึ่งทำให้นายกรัฐมนตรี ถึงกับโมโหและเชิญนายยรรยง ออกจากห้องประชุม ครม.ไป ซึ่งบรรดารัฐมนตรีหลายคนได้พูดคุยกันอย่างไม่พอใจต่อท่าทีของนายยรรยง โดยเฉพาะ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ถึงกับกล่าวขึ้นมาว่า ร่วม ครม.มาหลายชุดแล้ว รับไม่ได้ที่เห็นข้าราชการประจำลบหลู่ ทำเป็นสอนรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรี แบบนี้ และไม่ยอมให้เรื่องนี้ผ่านเด็ดขาด เพราะมีความเสียหายเกิดขึ้นและ ครม.ต้องรับผิดชอบร่วมกัน ถ้ามีอะไร ครม.ทุกคนโดนหมด ซึ่งทำให้นางพรทิวา ต้องเอ่ยปากขอโทษกลาง ครม.

จากนั้น นางพรทิวา ได้ขอความเป็นธรรมในการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงว่าเวลาพิจารณาเรื่องอะไร ไม่เคยมองว่าใครจะมาจากพรรคไหน แต่นางพรทิวา ได้พูดต่อว่ามี 2 มาตรฐาน ซึ่งนายกรัฐมนตรี ถามกลับทันทีว่าแล้วมาตรฐานอีกอย่างคืออะไร แต่ไม่มีคำตอบกลับมา นายชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา เห็นว่าเรื่องนี้ไม่มีข้อสรุป จึงขอให้มาพบกันครึ่งทางและรักษาหน้านางพรทิวา โดยไม่ต้องยกเลิกข้าวโพดที่เปิดประมูลไปแล้ว 449,342.856 ตัน แต่ให้นำผลการประมูลดังกล่าวให้นายกอร์ปศักดิ์ ไปพิจารณาต่อ

ด้าน นายอภิสิทธิ์ เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ได้มอบหมายให้คณะกรรมการที่นายกอร์ปศักดิ์ ดูแลนโยบายเรื่องนี้ให้พิจารณาตามขั้นตอน ซึ่งจะมีแนวทางการทำงาน 2 แนวทาง คือ แนวทางระบายข้าวโพดในอนาคต ซึ่งในส่วนนี้ไม่มีปัญหา และการระบายข้าวโพดตามโควตา 449,342.856 ตัน ที่มีการดำเนินการไปบ้างแล้ว จึงให้คณะกรรมการไปพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร เพราะคณะอนุกรรมการไม่แน่ใจว่าการดำเนินการในช่วงเวลาคาบเกี่ยวที่ผ่านมาจะ มีผลอย่างไร ที่ประชุม ครม.จึงมอบหมายให้คณะกรรมการไปพิจารณา ซึ่งจะมีทั้งกรณีที่จะมีการซื้อขายระหว่างรัฐต่อรัฐและรัฐขายให้กับเอกชนใน ต่างประเทศ

ขณะที่ นายกอร์ปศักดิ์ เปิดเผยว่า จะไม่รื้อการดำเนินการของกระทรวงพาณิชย์ เพราะการประมูลไม่จำเป็นต้องตั้งต้นใหม่ เพียงแต่จะไปดูรายละเอียดให้รอบคอบมากขึ้น โดยจะเรียกประชุมใน 1-2 วันนี้ รวมทั้งจะพิจารณาวิธีระบายข้าวโพดที่เหลืออีก 660,000 ตันด้วย ส่วนการประมูลสินค้าอื่น คณะกรรมระบายสินค้าชุดปัจจุบัน สามารถเปิดประมูลได้ตามปกติ แต่ในขั้นตอนสุดท้ายต้องเสนอให้ครม.ตัดสินใจอีกครั้งและมั่นใจว่าไม่ล่าช้า แน่นอน เพราะครม.มีประชุมกันทุกสัปดาห์ นอกจากนี้ ครม.ยังเห็นชอบในหลักการให้นำเรื่องการระบายสินค้าเกษตรทุกประเภทต้องเสนอ ให้ ครม.พิจารณาก่อน เพราะการขายสินค้าเกษตรที่ขาดทุน ครม.ต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วย เพราะเป็นเงินภาษีของประชาชน ส่วนการทำสัญญาขายสินค้าเกษตรกับต่างประเทศที่ต้องดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 ที่ต้องนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรก่อน ครม.ได้มอบหมายให้คณะกรรมการกฤษฎีกาไปพิจารณาให้ชัดเจนอีกครั้ง เนื่องจากกระทรวงพาณิชย์ เห็นว่า เข้าข่ายรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 แต่กระทรวงการต่างประเทศ เห็นว่าไม่เข้าข่าย

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก ไทยรัฐ

——————————————————————————

Mthai SMS news ส่งข่าวด่วนถึงมือคุณ ทันทุกเหตุการณ์ ไม่พลาดทุกข่าวร้อนในรอบวัน
สนใจรับข่าว พิมพ์? MT ส่งไป 4825908