ผบ.หน่วยซีล แฉ จนท.รัฐ-เสื้อแดง เบิกทางขนเขมรติดอาวุธเข้ากรุง!

Home / ข่าวการเมือง / ผบ.หน่วยซีล แฉ จนท.รัฐ-เสื้อแดง เบิกทางขนเขมรติดอาวุธเข้ากรุง!

แฉ จนท.รัฐ-เสื้อแดง เบิกทางขนเขมรติดอาวุธเข้ากรุง!  ฝังตัว ตลาดไท-มีนบุรี-หนองจอก พร้อมก่อเหตุ

p18ev23icobb8phqcsk1ee0pda5

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ ( 29 ม.ค.57) แหล่งข่าวด้านความมั่นคง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 27 ม.ค.57 ที่ผ่านมา พล.ร.ต.วินัย กล่อมอินทร์ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ หรือ ผบ.นสร. ได้เข้าชี้แจงข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการทหารสภาผู้แทนราษฎร ถึงกรณีที่ระบุว่า มีกองกำลังจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาก่อเหตุในช่วงการชุมนุมของ กปปส.โดยเนื้อหาส่วนใหญ่เป็นการนำข้อมูล และ ภาพถ่ายจากการติดตามของหน่วยข่าว

พร้อมยืนยันว่ามีรถตู้นำคนจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาทางชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นระยะๆ  โดยมีเจ้าหน้าที่รัฐเป็นผู้อำนวยความสะดวก พร้อมทั้งมีแกนนำเสื้อแดงเป็นผู้ประสานงานโดยส่วนหนึ่งไปอยู่แถวตลาดไท  และเขตอิทธิพลย่านปทุมธานี  มีนบุรี  หนองจอก ซึ่งขณะนี้เรากำลังเจาะอยู่ว่า 4-5 วันจะเป็นอย่างไรต่อไป

ทางผบ.นสร. ยังให้ข้อมูลกับทางคณะกรรมาธิการทหารอีกว่า กลุ่มคนจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาทางชายแดน โดยมีเจ้าหน้าที่รัฐฝ่ายเสื้อแดงนำรถตู้ขบวนนี้เข้ามา ซึ่งทหารไม่มีอำนาจหน้าที่จะไปตรวจค้นได้

พร้อมกันนี้ พล.ร.ต.วินัย ยังได้นำเอกสารสรุปการปฏิบัติงานของหน่วยจากการปฏิบัติงานของพลซุ่มยิงของ นสร.เมื่อปี 2553 มาชี้แจง  โดยเนื้อหาระบุว่ามีความเคลื่อนไหวของกลุ่มดังกล่าวมาตั้งแต่การชุมนุมเมื่อปี 2553  โดยยืนยันว่า มีการพบศพของคนเชื้อชาติกัมพูชาที่เสียชีวิตบริเวณหน้าลานพระบรมรูป รัชกาลที่ 6 สวนลุมพินี 23 ศพ   ซึ่งจากการตรวจการณ์พบว่า คนเหล่านี้ไม่ใช่คนไทย แต่เป็นคนกัมพูชา และอาจเป็นกองกำลังทหารที่ได้รับการฝึกฝน  มีการจัดกำลังเป็นชุดปฏิบัติการพิเศษ

นอกจากนี้ แหล่งข่าวยังระบุอีกว่า พล.ร.ต.วินัย ได้แสดงให้เห็นว่ามีแผนภูมิการวางกำลัง มีการเดินแปรรูปขบวน อาวุธประจำกาย มีการดักฟังเสียง และก็มีรูปถ่าย หลังจากที่เกิดเหตุฝ่ายทหารเข้าไปไม่ได้ท่านบอกว่าอีกฝ่ายเขาเก็บศพใส่รถออกไป เป็นรถบรรทุก 6 ล้อ และรถแช่แข็ง ด้านสวนลุมฯ ห่างจากตึกประมาณ 300 เมตร ใช้วิธีการตรวจด้วยกล้องส่อง 2 ตา โดยตอนเช้าจะมีการนำคนมาอีก 8 คน  ผู้หญิง 3 ผู้ชาย 5 พร้อมแกนนำคนสำคัญ 1 คน  เก็บปลอกกระสุนมาล้างเลือด เพื่อทำลายหลักฐาน

MThai News