องค์กรพิทักษ์รธน.ยื่นสตง.-ป.ป.ช.สอบซื้อไมค์ทำเนียบฯ

Home / ข่าวการเมือง / องค์กรพิทักษ์รธน.ยื่นสตง.-ป.ป.ช.สอบซื้อไมค์ทำเนียบฯ
องค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นหนังสือถึงสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินและสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างไมโครโฟนทำเนียบรัฐบาล ส่อทุจริต
วันนี้ (8 ก.ย.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า สมาคมฯ ได้ส่งจดหมายด่วนถึงผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ไต่สวนและตรวจสอบกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างการปรับปรุงภูมิทัศน์และตกแต่งอาคารทำเนียบรัฐบาลภายใต้งบประมาณ 252 ล้านบาท
ดาวน์โหลด (3)
ตามที่ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รอง หน.คสช.ฝ่ายกิจการพิเศษต้นเรื่อง เสนออนุมัติต่อ คสช. โดยมีหม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการ การปรับปรุงภูมิทัศน์และตกแต่งอาคารทำเนียบรัฐบาล ดำเนินการอย่างรุกรี้รุกรนจนเกินเหตุ
โดยเฉพาะการจัดหาระบบเครื่องเสียง และไมโครโฟนในห้องประชุมคณะรัฐมนตรีและห้องประชุมต่าง ๆ ในทำเนียบรัฐบาลประมาณ 192 ตัว โดยการว่าจ้างให้บริษัทเอกชนมาดำเนินการให้นั้น ซึ่งปรากฏว่ามีการจัดหาเครื่องเสียงและไมโครโฟน เพื่อใช้ในที่ประชุมดังกล่าวตัวละกว่า 145,000 บาท ซึ่งถือว่าแพงเกินเหตุ ทั้งๆ ที่ราคาที่โฆษณาขายกันในท้องตลาดในโซเชียลมีเดียของบริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์มีราคาเพียง 1981.95 ดอลล่าห์สหรัฐ หรือประมาณ 63,422 บาท
การจัดซื้อจัดหา นอกจากจะยังไม่มีความจำเป็น เพราะเครื่องเสียงและไมโครโฟนเดิมก็ยังสามารถใช้ประโยชน์ได้อยู่ อันขัดต่อหลักความพอเพียง ความประหยัด ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้า คสช. พูดมาโดยตลอด
อีกทั้งเป็นการดำเนินการที่ขัดต่อหมวด 2 แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 ประกอบมาตรา 103/7 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปราบรามการทุจริต พ.ศ.2542 โดยชัดแจ้ง และเรื่องดังกล่าวจะถือว่าเป็นความผิดสำเร็จทันที ที่คณะรัฐมนตรีได้ใช้เครื่องเสียงและไมโครโฟนดังกล่าวในการประชุม ครม.วันที่ 9 กันยายนนี้
ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวสมาคมฯไม่อาจปล่อยให้ลอยนวลและหายไปตามกระแสของสังคมได้ จึงต้องร้องเรียนให้ สตง.แ ละ ป.ป.ช.ไต่สวน ตรวจสอบ และเอาผิดบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาลงโทษตามกฎหมายต่อไป
MThai News