เริ่มแล้ว สนช. พิจารณา ถอด สมศักดิ์ – นิคม

Home / ข่าวการเมือง / เริ่มแล้ว สนช. พิจารณา ถอด สมศักดิ์ – นิคม

สนช. เริ่มพิจารณา ถอดสมศักดิ์ – นิคม ปมแก้ไขรธน. ที่มาสว. แล้ว ขณะที่วิชา มหาคุณ แถลงเปิดคดียันทำตามหน้าที่ ไม่มีเจตนาโค่นล้มบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ด้าน นิคม แจงไม่ได้มีประโยชน์ทับซ้อน ปมเร่งรับญัตติปิดประชุมทั้งๆ ที่ยังมีผู้อภิปรายอยู่

ถอดถอนนิคม - สมศักดิ์, สนช, นิคม ไวยรัชพานิช, สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์, ข่าววันนี้
ถอดถอนนิคม – สมศักดิ์

การพิจารณาถอดถอนนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา และนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติวันนี้ (8 ม.ค. 58) กรณีแก้ไขรัฐธรรมนูญพ.ศ.2550 ประเด็นที่มาของวุฒิสภา หรือ ส.ว.ได้เริ่มการพิจารณาแล้วที่รัฐสภา โดยการพิจารณาดังกล่าวที่ประชุม สนช.ได้มีมติให้มีการประชุมแบบเปิดเผย เพื่อผลประโยชน์ต่อสังคม

ซึ่งนายวิชา มหาคุณ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ปปช. ในฐานะผู้กล่าวหา ได้ชี้แจงต่อ สนช. ถึงสาเหตุการยื่นถอดถอนว่า การดำเนินการครั้งนี้ทำไปตามหน้าที่ ไม่มีเจตนาโค่นล้มบุคคลใดบุคคลหนึ่ง โดยจากการพิจารณาแล้ว ปปช. เห็นว่าผู้ถูกกล่าวหาประพฤติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อเสียงข้างมาก อีกทั้งยังได้กระทำผิดต่อกฎหมายหลายฉบับ ทั้งข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ.2553 ผิดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ.2542

ทั้งนี้แม้รัฐธรรมนูญฉบับพ.ศ.2550 จะยุติลงไปแล้ว แต่ยังมีกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ.2542ที่ให้อำนาจถอดถอนบุคคลผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองยังคงอยู่ รวมทั้งรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวพ.ศ.2557 ก็ให้อำนาจดังกล่าวไว้ ปปช. จึงได้ยื่นเรื่องให้ สนช. ยื่นพิจารณาถอดถอนดังกล่าว โดยเชื่อว่าการยื่นถอดถอนจะไม่กระทบกับกระบวนการสร้างปรองดองของรัฐบาล

ขณะที่นายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา ผู้ถูกกล่าวหา ได้ขึ้นชี้แจงว่า วันนี้มาเพื่อเรียกศักดิ์ศรีของสถาบันนิติบัญญัติกลับมา ทั้งนี้ ต้องขอตอบโต้ ป.ป.ช.กรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มาของ ส.ว.โดยมิชอบ และแก้ไขมาตรา 190 พร้อมแย้งด้วยว่ารัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ก็เคยแก้ โดยยืนยันว่าการกระทำของตนทำเพื่อประเทศชาติ ไม่ได้มีผลประโยชน์แอบแฝง

ภาพจาก @js100.com

ติดตามอ่านข่าวเกี่ยวกับ “ถอดถอนสมศัดิ์ – นิคม” ทั้งหมดได้ที่นี่ >>>>

MThai news