ด้วยความรัก และ หวงแหนแผ่นดินไทย

Home / ข่าวการเมือง, คอลัมนิสต์ / ด้วยความรัก และ หวงแหนแผ่นดินไทย

สวัสดีปีใหม่ 2558 ด้วยความรักและหวงแหนแผ่นดินไทย

อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

“ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย   เป็นประชารัฐไผทของไทยทุกส่วน

อยู่ดำรงคงไว้ได้ทั้งมวล ด้วยไทยล้วนหมายรักสามัคคี

ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด   เอกราชจะไม่ให้ใครข่มขี่

สละเลือดทุกหยาดเป็นชาติพลี  เถลิงประเทศชาติไทยทวีมีชัย ชโย

เนื้อเพลงชาติไทยพวกของพวกเราตอนนี้เป็นบทกวีที่บรรพชนของเราปลูกฝังให้คนไทยมีความรักชาติและเป็นชาตินิยม

ตั้งแต่ครั้งรุ่นปู่ ย่า ตา ยายยังไม่รู้จักคำว่า “ประชานิยม” แต่ท่านเหล่านั้นกลับมีความสำนึก ความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ยิ่งกว่าสิ่งใด เหนือกว่าความหมาย คำว่า “ประชานิยม”

เมื่อครั้งที่ประชาธิปไตยยังบริสุทธิ์ท่านเหล่านั้นจะปลูกฝังแต่ความรักชาติ หวงแหนแผ่นดินโดยมิได้เคยร้องขอสิ่งใดตอบแทน ตัวอย่างประเทศอื่นที่เห็นได้ชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องนี้ เช่น

23-3

คนอเมริกันเชื่อมั่นในหลักการของประธานาธิบดี อัมบราฮัม ลินคอนน์ ที่กล่าวว่า “ประชาชนปกครองโดยประชาชนและเพื่อประชาชน” หรือ คำขวัญของประธานาธิบดี จอห์น เอฟ เคนเนดี้ ที่กล่าวว่า “อย่าถามว่าท่านจะได้อะไรจากอเมริกา แต่ตัวท่านได้ให้อะไรกับอเมริกา”

สิ่งนี้ คือ หลักอันยิ่งใหญ่ในระบอบประชาธิปไตยอันสมบูรณ์และบริสุทธิ์โดยไม่มีส่วนใดที่บ่งบอกถึงความเป็นประชานิยม เช่น แบบที่หลายประเทศในโลกพยายามนำมาใช้กับประเทศของตน

ความคิดและอุดมคติเหล่านี้ถูกปลุกฝังจากรุ่นสู่รุ่นเป็นระบบไม่มีขาดตอน ทำให้ประเทศอเมริกาเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่ได้

เมื่อมาดูประเทศไทยตั้งแต่ยุคกรุงสุโขทัย กรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรี จนมาถึงกรุงรัตนโกสินทร์ ก็ยังมีให้เห็นความเป็นชาตินิยมอยู่อย่างต่อเนื่อง และที่สามารถสัมผัสจับต้องได้ชัด เมื่อหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เมื่อ พ.ศ. 2475 เป็นต้นมา

ที่เห็นปรากฏชัดเจน คือ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเทิดทูนวีรกรรมทหาร ตำรวจและพลเรือน ที่เสียชีวิตไปในกรณีพิพาทระหว่างไทยกับฝรั่งเศส เรื่องการปรับปรุงพรมแดนไทยกับอินโดจีนฝรั่งเศส ซึ่งในครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิต 59 คน ทั้งทหาร ตำรวจ และพลเรือน

พลเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา เป็นผู้วางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2484 และจอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นผู้กระทำพิธีเปิดเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2485 สถาปนิกผู้ออกแบบอนุสาวรีย์คือ หม่อมหลวงปุ่ม มาลากุล

ก่อนที่จะมีการสร้างวงเวียนอนุสาวรีย์ บริเวณจุดตัดของถนนพญาไท ถนนราชวิถี และถนนพหลโยธิน นี้มีชื่อเรียกว่า “สี่แยกสนามเป้า”

23-4

ภาพจาก โพสต์จังดอทคอม

อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เป็นหลักฐานและเครื่องยืนยันว่า ประเทศไทยเราทำสงครามรบชนะประเทศฝรั่งเศส ประเทศไทยได้ดินแดนพิพาทมาอยู่ในปกครอง และจัดตั้งเป็นจังหวัดใหม่ขึ้น 4 จังหวัด คือ จังหวัดนครจัมปาศักดิ์ จังหวัดลานช้าง จังหวัดพิบูลสงคราม และ จังหวัดพระตะบอง รวมเป็นพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 24,039 ตารางกิโลเมตร

ซึ่งจังหวัดดังกล่าวนี้ ไทยได้ปกครองเรื่อยมาจนสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง ในปี 2488   ซึ่งพลเมืองใน 4 จังหวัดนี้เป็นคนไทย พูดภาษาไทย อยู่บนแผ่นดินไทย มีบัตรประจำตัวประชาชนคนไทย ต้องขึ้นทะเบียนทหารไทย เกณฑ์ทหารไทย มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีการเลือกตั้ง มีสำนักงานที่ดินจังหวัดเพื่อออกโฉนดที่ดินไทย มีศาลากลาง มีศาล มีโรงพยาบาล

นับเป็นผลพวงจากชัยชนะที่ไทยมีต่อฝรั่งเศส จึงได้มีการลงนามใน อนุสนธิสัญญาโตเกียว เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2484 ที่กรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่น โดยมีประเทศผู้ร่วมลงนาม ถึง 6 ประเทศ ได้แก่ ฝรั่งเศส ไทย เยอรมัน ญี่ปุ่น กัมพูชาและลาว

เป็นเรื่องแปลกหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ประเทศฝรั่งเศสกลับอ้างสิทธิการครอบครองดินแดนดังกล่าว ตามสนธิสัญญาไทยฝรั่งเศส พ.ศ. 2411 ถึง 2453 โดยนำเรื่องนี้ขึ้นสู่ศาลโลกเพื่อฟ้องเรียก 4 จังหวัด ดังกล่าวคืน

ทั้งที่ตามหลักสากลของกฎหมายแล้วสัญญาที่กระทำหลังสุดย่อมมีผลทางกฎหมายซึ่งเป็นที่สิ้นสุด แต่ในการสู้คดีพิพาทดินแดนไทย กัมพูชา มิได้มีการหยิบยกข้อตกลง ในอนุสนธิสัญญาโตเกียวขึ้นมาต่อสู้แม้แต่น้อย แม้กระทั่งระบบแผนที่แบ่งเขตแดนที่ทำอย่างทันสมัยก็มิได้ถูกหยิบยกขึ้นมาต่อสู้

ศาลโลก
ศาลโลก

ภาพจาก travel.thaiza.com

แต่ที่น่าเจ็บใจและเสียใจที่สุด คือ ประเทศไทยไม่จำเป็นต้องไปขึ้นศาลโลก เพราะประเทศไทยได้ลาออกจากสมาชิกภาคีศาลโลกแล้วตั้งแต่สมัย จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ จึงไม่มีความจำเป็นต้องเกี่ยวข้องกับศาลโลก

ไม่รู้ว่าด้วยเหตุใดนักการเมืองที่ปากปราศรัยน้ำใจเชือดคอปากหวานก้นเปรี้ยว ดีแต่พูดจึงยอมรับเป็นคู่ความต่อศาลโลก ด้วยโลภะ โทสะ โมหะ หรือไม่ประการใดก็ไม่อาจทราบได้

ผลลัพท์ของประเทศไทยจึงเป็นอย่างที่เห็นกันทุกวันนี้ ท่านผู้อ่านที่รักเราควรภูมิใจว่า เรามีเหล่านักรบบรรพชนที่เอาชีวิตเข้าแลกกับดินแดนไทย ดังชื่อของท่านเหล่านั้นปรากฏที่ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

เมื่อผ่านไปครั้งใด ขอให้ได้ยกมือไหว้เคารพสักการะดวงวิญญาณของนักรบผู้กล้าเหล่านั้นทุกครั้ง และโปรดได้อธิษฐานขอให้ดวงวิญญาณท่านไปสู่สรวงสวรรค์เถิด และร่วมกันสาปแช่งพวกขายชาติ ขายทรัพยากรของชาติทุกประเภทจงประสบแต่ความวิบัติด้วยเทอญ

ผศ.ดร.วิวัฒน์ชัย กุลมาตย์

ขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์ บางกอกทูเดย์

MThai News