นายกฯชี้พอใจ หลัง สปช.มอบพิมพ์เขียวปฏิรูป

Home / ข่าวการเมือง / นายกฯชี้พอใจ หลัง สปช.มอบพิมพ์เขียวปฏิรูป

“เทียนฉาย” เปิดงาน สปช. รายงานประชาชน พร้อมเสวนา ก่อนส่งมอบ พิมพ์เขียวปฏิรูปประเทศ ด้านนายกฯพึงพอใจ

วันนี้(13 ส.ค. 58) บรรยากาศที่งานสภาปฏิรูปแห่งชาติ รายงานประชาชน เรื่อง “เปลี่ยนประเทศไทยกับ สปช.” เพื่อสรุปผลงานวาระการปฏิรูป 37 ประเด็น และ 6 วาระพัฒนา ตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว แก่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

นายกฯชี้พอใจ หลัง สปช.มอบพิมพ์เขียวปฏิรูป

ล่าสุด นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สปช. เป็นประธานในการเปิดงาน และมีการนำเสนอวิดีทัศน์ เรื่องเปลี่ยนประเทศไทย กับ สปช. จากนั้น เป็นเวทีเสวนาในหัวข้อ ‘ประธาน สปช.เปิดใจจะปฏิรูปอะไร’ ซึ่งเป็นการพูดคุยร่วมกันระหว่าง นายเทียนฉาย กับ นายสุทธิชัย หยุ่น

โดย นายเทียนฉาย กล่าวว่า ในการทำงานของ สปช.ที่ผ่านมา ไม่ได้มีแค่เรื่องการปฏิรูป แต่ยังมีเรื่องของการร่างรัฐธรรมนูญด้วย ซึ่งภายในวันที่ 22 สิงหาคม นี้ กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ จะต้องส่งร่างรัฐธรรมนูญ ให้แก่ สปช. พิจารณาก่อนลงมติรับร่าง หรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ

นอกจากนี้ นายเทียนฉาย ยังได้พูดถึงการถูกทาบทามให้เข้ามารับหน้าที่ประธาน สปช. ว่า ขณะนั้นบ้านเมืองไม่มีทางออก ซึ่งตนคิดว่าเป็นการอาสาสมัครเข้ามาทำงาน และคิดว่าเป็นเดิมพันที่สำคัญมาก เพราะถ้าเราไม่ทำ คนอื่นก็ต้องทำ พร้อมกัน

ทั้งนี้ ยังกล่าวว่า การปฏิรูปไม่ใช่การออกคำสั่ง แต่ต้องเป็นเรื่องที่ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม และยืนยันว่างานการปฏิรูปประเทศทั้งหมดไม่ได้เป็นการสืบทอดอำนาจ แต่เป็นแผนผูกพันที่รัฐบาลชุดใหม่ที่เข้ามา ต้องดำเนินการต่อเนื่อง เพื่อให้การเป็นรูปธรรม

นายเทียนฉาย เผยว่า สิ่งที่ สปช. ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงมากที่สุดคือ เรื่องการบริหารราชการแผ่นดิน การกระจายอำนาจ การแก้ไขปัญหาการทุจริตในภาครัฐ กระบวนการยุติธรรม และภาระซ้อนที่รัฐจะต้องแอบรับ รวมถึงเรื่องการศึกษาที่ไม่ใช่เพียงการปรับเนื้อหาแต่ต้องปฏิรูปทั้งระบบ

ซึ่งเรื่องเหล่านี้ถือเป็นหน้าที่ของ สปช. ก็ต้องดำเนินการในเรื่องนี้ด้วย และวันนี้ตั้งใจที่จะเสนอแผนการปฏิรูปให้ประชาชนทราบ ซึ่งแม้ว่าในอนาคตสปช. จะไม่ได้ทำหน้าที่แล้วก็จะคอยดูว่ารัฐบาลนี้และรัฐบาลชุดต่อไปจะดำเนินการอย่างไร

สปช.เตรียมส่งมอบพิมพ์เขียวปฏิรูปปท.ให้นายกฯ

รศ.ดร.ทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติคนที่ 2 เปิดเผยกับ สำนักข่าว INN ว่า ในวันนี้จะมีการส่งพิมพ์เขียวปฏิรูปประเทศให้นายกรัฐมนตรี ในช่วงบ่าย หลังจากที่รายงานประชาชนเสร็จสิ้น ส่วนเรื่องคำถามประชามตินั้น ยังไม่ได้มีการหารือ ซึ่งในวันนี้จะยังเป็นเพียงการพูดคุยกันถึงเรื่องดังกล่าวที่ค้างอยู่บ้าง เพื่อวางกรอบในการหาข้อสรุปให้เสร็จสิ้นก่อนที่ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ จะส่งร่างฯ มาให้ในวันที่ 22 ส.ค.

หลังจากนั้นจะเข้าสู่การศึกษารัฐธรรมนูญอย่างละเอียด อย่างไรก็ตาม ยังไม่เห็นหนังสือในเชิญ สปช. เข้ารับฟังคำชี้แจงร่าง รธน. ส่วนของท่าทีของ สปช. ที่จะรับ หรือไม่รับร่าง รธน.นั้น ยังไม่สามารถตอบได้ เนื่องจากต้องรอดูประเด็นรายละเอียดต่าง ๆ ในร่าง รธน.ก่อน และแม้บางประเด็น อาจไม่ถูกใจทุกคนแต่ สปช. จะยึดภาพรวมของเสียงส่วนใหญ่

‘สุวิทย์’ เสนอวิสัยทัศน์พัฒนาประเทศ ปี 75

บรรยากาศที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นการนำเสนอทิศทางสร้างอนาคตไทย เรื่อง “วิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์การปฏิรูปประเทศไทย” ซึ่งนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญจัดทำวิสัยทัศน์และออกแบบอนาคตประเทศไทย กล่าวว่า ในการเปลี่ยนแปลงทางภูมิทัศน์ทั้งทางด้าน เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี และการเมือง

โดย ประเทศไทย กำลังเผชิญกับสภาวะเสี่ยงและภัยคุกคาม ไม่ว่าจะเป็นยุทธศาสตร์ในเวทีโลก ที่ยังไม่สามารถก้าวพ้นการเมืองที่มีปัญหาสะสมมานาน รวมทั้งปัญหาคุณภาพของคนกับขีดความสามารถในการแข่งขันระยะยาวของประเทศ ในขณะที่โครงสร้างประชากรกำลังก้าวสู่สังคมสูงวัย และยังต้องเผชิญกับดักประเทศรายได้ระดับปานกลาง กับดักความเหลื่อมล้ำและคุณธรรมที่เสื่อมทราม

ทั้งนี้ กรรมาธิการฯ จึงได้นำเสนอวิสัยทัศน์การพัฒนาประเทศไทยภายในปี 2575 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทย มีการกำหนดวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์การปฏิรูปประเทศไทย เป็นรูปเล่ม เพื่อเป็นแผนการขับเคลื่อนและนำไปสู่การปฏิบัติต่อไป
สุวิทย์แนะปราบคอรัปชั่นต้องจริงจัง

นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญจัดทำวิสัยทัศน์และออกแบบอนาคตประเทศไทย กล่าวว่า ประเทศไทย ถึงเวลาแล้วที่จะต้องปฏิรูปเพื่อให้ประเทศไทยกลับสู่ภาวะปกติ ซึ่งมีวาระการปฏิรูปมี 37 ประเด็น 6 วาระการพัฒนา ทั้งนี้ ในเรื่องการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นนั้น จะต้องดำเนินการอย่างจริงจัง รวมถึงเรื่องลดความขัดแย้ง ก็จะต้องทำให้เห็นผลที่ชัดเจนเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอการปฏิรูปทั้งหมดนี้ เป็นแผนที่มีทิศทาง ซึ่งคนไทยทุกคนต้องร่วมมือกันทำ เพื่อทำให้ประเทศสามารถเดินหน้าต่อไปได้ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างมาก ส่วนการปฏิรูปจะเสียเปล่าหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของทุกภาคส่วน ซึ่งรัฐบาลชุดใหม่ที่เข้ามาจะต้องดำเนินการต่อเนื่อง เพื่อสร้างให้ประเทศไทยเดินไปข้างหน้า

ด้านพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้รับมอบพิมพ์เขียวปฏิรูปประเทศ หรือ blue print of change จากประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ หลังสปช.รวมรวบวาระ และข้อเสนอปฏิรูปตลอด 10 เดือนที่ผ่านมา

เบื้องต้นนายกรัฐมนตรีพอใจ และเชื่อมั่นว่า พิมพ์เขียว สปช. จะจุดประกายประชาชน สำหรับการร่วมเดินหน้าประเทศอย่างมั่นคง และยั่งยืน หลังที่ผ่านมาติดกับดักหลายเรื่อง

 

 

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

Mthai News