นายกชี้ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้ ยกตัวอย่าง เอกชัย มนุษย์เพนกวิน

Home / ข่าวการเมือง / นายกชี้ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้ ยกตัวอย่าง เอกชัย มนุษย์เพนกวิน

นายกรัฐมนตรี บอกปีใหม่นี้ ขอคนไทยก้าวข้ามขัดแย้ง ทุกคดียึดตามกฏหมาย ร่วมกันขับเคลื่อนประเทศภายใต้ฟันเฟือง “ประชารัฐ” พร้อมขู่ฟันเมาแล้วขับ บอกปีนี้จะปฏิรูปตัวเองพูดให้น้อยลง ลุยเดินหน้า Rubber City

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวผ่านรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ทางสถานีโทรทัศน์ รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ว่า ปีใหม่นี้ขอให้ประชาชนคนไทยทุกคนช่วยกันก้าวข้ามความขัดแย้ง คดีความต่างๆ ให้กฎหมาย กระบวนการยุติธรรม ดำเนินการเป็นอิสระ

page
เอกชัย มนุษย์เพนกวิน

ขอให้ปีใหม่เป็นปีแห่งความสุข มีความสุขความสมหวัง อนาคตที่สดใส เป็นปีแห่งการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับประเทศ เสริมสร้างความรักความสามัคคีของคนในชาติ เพื่อจะช่วยกันสร้างสรรค์และพัฒนาบ้านเมืองให้สงบสุข ร่มเย็น ภายใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร สำหรับรัฐบาล ขอความเข้าใจ ความร่วมมือ จากประชาชนทุกคน ทุกฝ่าย ที่เป็นทรัพยากรสำคัญของชาติ ร่วมกันขับเคลื่อนประเทศภายใต้ฟันเฟือง “ประชารัฐ” เพื่อสร้างบ้านแปลงเมือง ให้เจริญรุดหน้าในทุกๆด้าน อย่างมีเสถียรภาพ มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ประชาชนทุกคนมีความพึงพอใจ มีความสุข

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี ยังได้ ย้ำเตือนกับประชาชน ว่า ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ และยกตัวอย่าง “เอกชัย วรรณแก้ว” ที่ไร้แขนทั้งสอง แต่เป็นตัวอย่างของการไม่ยอมแพ้ สู้ชีวิต คิดบวก และไม่ทำตัวให้เป็นภาระสังคม ที่สามารถพิชิตยอดเขาคิลิมันจาโร ที่สูงที่สุดในทวีปแอฟริกา มีความสูงกว่า 5,895 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล เพื่อวาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และร้องเพลงสดุดีมหาราชา ด้วยน้ำตาแห่งความปลื้มปิติ

ซึ่งสิ่งที่นายเอกชัยฝากบอกกับสังคมไทยและชาวโลกคือ ความสำเร็จครั้งนี้มาจากศรัทธาอันแรงกล้าในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และย้ำว่า “อย่าเพิ่งท้อแท้ ตราบใดถ้ายังไม่ได้ลงมือทำ “ขอเพียงมีศรัทธา มีความหวัง มีกำลังใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องมอบให้แก่กันเพื่อเป็นพลังขับเคลื่อนในการปฏิรูปประเทศ

ทั้งนี้ก่อนเริ่มรายการ มีการเปิดเพลง”เพราะเธอคือประเทศไทย” และMV ใหม่ ที่นายกรัฐมนตรีแต่งคำร้องด้วย พร้อมกันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงการลงพื้นที่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดสงขลาว่า ได้ลงไปตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานต่างๆ ตามนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจของรัฐบาล อาทิ โครงการ Rubber City มูลค่ากว่า 1,670 ล้านบาท ณ ศูนย์บริการการลงทุนโครงการนิคมอุตสาหกรรมเมืองยาง ในนิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ ต.ฉลุง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

ซึ่งตั้งเป้าไว้ในปี 2564 จะมีนักลงทุน เข้ามาลงทุนโรงงานยางพารา ไม่ต่ำกว่า 70 ราย รวมมูลค่าการลงทุน ไม่ต่ำกว่า 8 พันล้านบาท ทำให้เกิดการจ้างงานกว่า 7,000 คน เพิ่มปริมาณการใช้ยางพารา ไม่ต่ำกว่า 1 – 2 แสนตัน/ปี และมูลค่าการผลิต 6,000 – 14,000 ล้านบาทต่อปีเป็นต้น

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ได้เน้นย้ำหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หาช่องทางและสร้างแรงจูงใจ ในการดึงดูดนักลงทุน ทั้งในประเทศและต่างประเทศให้เข้ามาลงทุนในโครงการนิคมอุตสาหกรรมยางพาราแห่งนี้ โดยได้มีการพิจารณาสิทธิพิเศษ มาตรการด้านภาษี การพัฒนาด้านคมนาคมขนส่งทั้งทางบกและทางทะเล ตลาดในการส่งออก และด้านแรงงาน

รวมทั้งการวิจัยและต่อยอดอุตสาหกรรมยางเพื่อจะเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ สำคัญที่สุดเวลานี้ก็คือ จะต้องพัฒนาอุตสาหกรรมยางพารา ให้มีการพัฒนาที่ยั่งยืน ครบวงจร โดยไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ เป็น “อุตสาหกรรมเขียว” เพื่อยกระดับฐานะ รายได้ และพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนในพื้นที่ ในการสร้างงานและความมั่นคงในอาชีพ

ทั้งนี้จากการลงพื้นที่ จ.สุราษฏร์ธานี และ จ.สงขลา นั้นสรุปว่า “ประชารัฐ” มีความคืบหน้าไปมาก จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนตามสภาพแวดล้อมปัจจัยภายใน ภายนอก แต่ที่ไม่เปลี่ยนคือหลักการ “ประชาชนเป็นศูนย์กลาง” เป็นผู้ที่มีความพึงพอใจ เป็นผู้ที่มองเห็นอนาคตของตัวเอง

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวด้วยว่าลงพื้นที่ครั้งนี้คือได้รับฟังปัญหาโดยตรงจากประชาชนในพื้นที่ คิดว่าทุกคนน่ารัก ทุกพื้นที ทุกภาค ทุกจังหวัด ทุกอำเภอ เพราะเข้าใจว่าได้ทำอะไรให้บ้าง ยันไม่ได้เข้ามาตักตวงผลประโยชน์จากประชาชน แต่มาเพื่อดูปัญหา และแก้ปัญหา บางปัญหาแก้ง่าย บางปัญหาแก้ยาก ซึ่งต้องทำสิ่งต่างๆ เหล่านี้ให้เกิดความสมดุล

ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องสำคัญของการพักผ่อนในช่วงปีใหม่ ที่หลายคนก็ต้องกลับไปเยี่ยมพ่อแม่ เยี่ยมญาติพี่น้อง ในต่างจังหวัด ก็ขอให้เฉลิมฉลองในเทศกาลปีใหม่ อย่างระมัดระวัง คือการมีความสุขอย่าให้มีความทุกข์ตามมา และขอให้เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ พนักงานขับรถสาธารณะ ต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม ต่อประชาชน คนขับรถส่วนตัวขอให้นึกถึงชีวิตคนในครอบครัวอย่าคึกคะนอง อย่าดื่มสุรา อย่าให้ทุกอย่าง เปลี่ยนจากความสุขมาเป็นความเสียใจ ความสูญเสีย

วันนี้ได้ทำของขวัญจาก คสช. ให้แล้ว คาดโทษ มีการลงโทษสำหรับผู้ที่ทำความผิดในเรื่องที่ทำให้สังคมเดือดร้อน มีการบาดเจ็บสูญเสีย ซึ่งเป็นการใช้อำนาจในทางที่สร้างสรรค์แล้ว ขอให้เดินทางสัญจรโดยปลอดภัย มีความสุข สดชื่น ก่อนจะทิ้งท้ายว่า ตัวเองคงไม่ได้ไปไหน ปีหน้าก็จะให้ของขวัญกับตัวเองเหมือนกัน จะพูดให้น้อยลง หงุดหงิดน้อยลง ทะเลาะกับนักข่าวน้อยลง 2 ปีแล้ว ที่ดุเดือดมากหน่อย เพราะว่าเป็นช่วงเริ่มต้น ช่วงปีต่อไปเป็นเรื่องการปฏิรูป ทุกอย่างต้องเริ่มจากตัวเองก่อน ขอให้ปลอดภัยนะครับ มีความสุข ร่วมกันเดินหน้าประเทศไทยไปสู่อนาคตที่ดีกว่ายิ่งๆ ขึ้นไป