‘บิ๊กตู่’ ปัดเป็นศัตรูกับนักการเมือง พร้อมเร่งแก้ กม.ให้เป็นสากล

Home / ข่าวการเมือง / ‘บิ๊กตู่’ ปัดเป็นศัตรูกับนักการเมือง พร้อมเร่งแก้ กม.ให้เป็นสากล

นายกรัฐมนตรี ขอเยาวชนร่วมงานวันเด็กอย่างมีความสุข อวยพรเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดี แนะนักการเมือง พรรคการเมือง ช่วยกันปฏิรูปมากกว่าติติง พร้อมเร่งดำเนินการปรับปรุง กม. เพื่อเกิดประโยชน์แก่ประชาชน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวผ่านรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ทางสถานีโทรทัศน์ รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ว่า เนื่องจากในวันพรุ่งนี้เป็นวันเด็กแห่งชาติ ตนขอฝากข้อคิด ผ่านคำขวัญประจำปีนี้ว่า “เด็กดี หมั่นเพียร เรียนรู้ สู่อนาคต” โดยกิจกรรมวันเด็กในปีนี้ หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ได้มีการร่วมกันจัดขึ้นหลายแห่ง รวมทั้งที่ทำเนียบรัฐบาลด้วย ซึ่งจะเน้นการส่งเสริมการคิด การเป็นนักประดิษฐ์ นักวิทยาศาสตร์ การเสริมสร้างจินตนาการ การคิดเป็น คิดเป็นกระบวนการแล้วแก้ปัญหาให้ได้ และความจงรักภักดีต่อสถาบันหลักของประเทศเป็นหลักในการดำรงชีวิต จึงอยากให้เด็กๆ ที่ร่วมงานนอกจากจะมีความสุขร่วมกับผู้ปกครองแล้ว ก็ยังได้ของขวัญติดไม้ติดมือกลับบ้านไปด้วย

นายกรัฐมนตรี,วันเด็กแห่งชาติ,นักการเมือง,เกษตรกร,ปฏิรูป

เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติในวันพรุ่งนี้ ในนามของคณะรัฐมนตรีขอเป็นตัวแทนผู้ใหญ่ทุกคนส่งความรักความปรารถนาดี ไปยังเด็กและเยาวชนทุกคนทั่วประเทศ ขออวยพรให้ทุกคนประสบแต่ความสุข ความสำเร็จ มีความเจริญก้าวหน้า เติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ที่ดีของชาติ

นายกฯสั่งเร่งแก้ปัญหาสะสมIUU,ICAO

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ถึงการแก้ไขปัญหาเรื่องเร่งด่วน ว่า เรื่องที่ต้องการแก้ปัญหาเร่งด่วนเป็นงานสำคัญ เช่น การบุกรุกทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งทางบกและทางทะเล แก้ปัญหาการบุกรุกป่า การฟื้นฟูป่าทั้งบนบกและป่าชายเลน การสร้างป่าเศรษฐกิจและป่าชุมชน ธนาคารอาหาร Food Bank เหล่านี้สำคัญที่สุด แล้วก็ต้องมีการจัดที่ดินทำกินให้ประชาชนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพราะว่าหลายคน หลายกลุ่มไม่มีที่ทำกินก็ไปบุกรุก ต้องแก้ปัญหาทั้งรัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ สร้างเศรษฐกิจชุมชน เกษตรกร ครบวงจร ทั้งต้นทาง กลางทาง และปลายทาง การแก้ปัญหาสะสม IUU ICAO และค้ามนุษย์ เหล่านี้เป็นปัญหาสำคัญของประเทศ ต้องแก้ให้ได้อย่างยั่งยืน ส่วนเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมคือ กฎหมาย กฎ ระเบียบ ให้มีความทันสมัย รวมทั้งเครื่องมือในการป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบ การอำนวยความสะดวก การค้า การลงทุน และการให้บริการแก่ประชาชน รวมทั้งทำให้กฎหมายเป็นสากลมากขึ้นเพื่อให้ประเทศชาติและสากลยอมรับ ประชาชนได้รับประโยชน์ รวมถึงจัดทำกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำงบประมาณรายจ่ายภาครัฐแบบบูรณาการ ทุกอย่างต้องคำนึงถึงกฎหมายอย่างเดียวก็ไปไม่ได้ การบังคับใช้กฎหมายก็ไปไม่ได้ถ้าทุกคนถ้าไม่เคารพกฎหมาย เพราะฉะนั้นการปลุก “จิตสำนึก” สำคัญที่สุด ถ้าทุกคนแก้ไขตัวเองได้ ปฏิรูปตัวเองได้ปัญหาก็ไม่เกิดขึ้น ไม่ต้องใช้กฎหมาย เจ้าหน้าที่ก็ไม่ขัดแย้ง

รบ.เร่งปฏิบัติงานปี59ให้เป็นรูปธรรม

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวผ่านรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ทางสถานีโทรทัศน์ รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ว่า ในเรื่องของการปฏิบัติงานของ รัฐบาล ครม. คสช. ส่วนราชการ และรัฐวิสาหกิจ ในปี 2559 สิ่งที่ต้องดำเนินการคืองานที่ต้องปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรมชัดเจน มีผลสัมฤทธิ์ในห้วงเวลาที่มีอยู่ ประกอบด้วย งานบริหารราชการแผ่นดิน การแก้ปัญหาเร่งด่วนต่างๆ เช่น การค้ามนุษย์ การบุกรุกทรัพยากรธรรมชาติต่างๆ เรื่องต่อไป การแก้ไข กฎหมาย กฎ ระเบียบ ให้มีความทันสมัย การกำหนดมาตรการลดความเสี่ยงจากเศรษฐกิจ สภาวะภายใน ภายนอก ที่ผันผวน ตลอดเวลา และการจัดทำรัฐธรรมนูญ ฉบับต่อไป ให้เป็นสากล เป็นกฎหมายหลัก โดยทุกอย่างนั้นได้ทำเพื่อประชาชนทั้งสิ้น เพื่อแก้ไขปัญหา ไม่ได้มีเจตนาอย่างอื่น อย่างที่กล่าวอ้างกัน ซึ่งต้องการให้ประเทศชาติ ประชาชนนั้นมีความสุขยั่งยืน ไม่ใช่เพื่อให้มีการเมืองที่ทะเลาะขัดแย้ง

ขณะเดียวกัน ในส่วนของการเร่งรัดการปฏิรูปการศึกษาระยะที่ 1 การปฏิรูประบบราชการ ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ เหล่านี้ ข้าราชการก็ต้องเริ่มจากตัวเองก่อน จากหน่วยงานต้องปรับวิธีการทำงานในเชิงรุก มีวิสัยทัศน์ เตรียมมาตรการเผชิญเหตุ แผนเผชิญเหตุไว้ อย่ารอให้มันเกิดขึ้น ส่วนการปรองดองสมานฉันท์ นั้นก็พูดกันมานาน หลายคนก็ยังเข้าใจว่าการปรองดองสมานฉันท์ ก็คือการนิรโทษ ยกโทษให้ นั้นต้องมาด้วยกฎหมาย แต่อย่าไรก็ตามขอให้คณะทำงานฝ่ายกฎหมายดำเนินการต่อไป ซึ่งตนระมัดระวังอยู่เสมอ ทุกคนมีสิทธิ์ในการต่อสู้ด้วยกฎหมาย อย่าไปต่อสู้ด้วยสื่อ ด้วยคำพูดบิดเบือนที่ทำให้สังคมปั่นป่วน ในส่วนของการสร้างความเข้าใจตนเองอยากจะฝากสื่อ ขอให้เสนอทั้ง 2 ทาง ไม่ใช่เสนอข้างใดข้างหนึ่ง ซึ่งจะทำให้เกิดความขัดแย้งอย่างทุกวันนี้

นายกฯเดินแก้ปัญหารายได้เกษตรตกต่ำ

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ถึงการกำหนดมาตรการลดความเสี่ยงจากเศรษฐกิจ ว่า สภาวะภายใน ภายนอก ที่ผันผวน ตลอดเวลาทั้งโลกดังนั้นจำเป็นต้องใช้เวลาในการสร้างความเข้มแข็งทั้งจากภายใน ภายนอก ในลักษณะประชารัฐ ให้เจริญเติบโตจากภายใน เริ่มจากชุมชนก่อน ทั้งนี้เพื่อให้ประเทศพ้นจากการเป็นประเทศรายได้ปานกลาง ยกระดับทุกกลุ่ม ทุกเป้าหมาย ทุกอาชีพรายได้ โดยในระยะที่ 1 ซึ่งมีปัญหามากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาทางด้านการเกษตร ที่ปัจจุบันมีรายได้น้อย มีปัญหาเรื่องน้ำ เหล่านี้ต้องเริ่มต้นให้ได้ ขอความกรุณาอย่าเพิ่งขัดแย้ง รัฐบาลพยายามจะทำอย่างเต็มที่ ให้เกิดการครบวงจรโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องยาง กำลังดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องนำมาใช้ประโยชน์ในการทำถนน ในการทำสนามกีฬา โดยมีแผนงานอยู่แล้ว ขณะนี้ต้องผ่านการคัดกรอง แล้วก็เร่งให้ทันเวลา แต่ปัญหา คือ ต้องใช้จ่ายงบประมาณมากขึ้น ก็ขอให้ทุกคนเข้าใจ มันเป็นเรื่องความมั่นคงอย่างยั่งยืนในวันหน้า

อย่างไรก็ตาม ต้องสร้างความเข้มแข็งจากภายในประเทศก่อน เรียกว่า Made in Thailand ให้ได้ ต่อไปจะได้เกิดเป็น Smart and Strong cities ในทุกชุมชน ต้องเป็นเมืองที่ฉลาด แล้วแข็งแรงด ในทุกมิติ ยั่งยืน แล้วต้องมองประเทศ ประชาคมรอบข้าง จะร่วมมือได้อย่างไร ตามคำที่กล่าวถึงระเบียงเศรษฐกิจ North – South หรือ East – West วันนี้รัฐบาลไทย มอง Look West เหมือนกัน มีประเทศใหญ่ๆ ก็ Look East ดังนั้นก็มอง Look West กลับไป ว่าจะร่วมมือกันได้อย่างไร ซึ่งได้พูดคุยกับทูตของมหาอำนาจบางประเทศไปแล้วเพื่อจะขยายสัมพันธ์กับประเทศทางตะวันตกของไทยและของอาเซียน อันได้แก่ ประเทศทางแถบเอเชียใต้ให้เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งร่วมกันพัฒนาสร้างคนรุ่นใหม่ เกษตรกรรุ่นใหม่ แรงงานรุ่นใหม่ ให้เป็น Smart People / Smart Farmer / Smart Labor อะไรก็แล้วแต่ นี่สิ่งที่อยากให้คนไทยได้เรียนรู้ ได้รู้จักไว้ เพื่อรองรับการพัฒนาของประชาคมโลกได้

นายกฯแนะนักการเมืองช่วยกันปฏิรูปมากกว่าติติง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวผ่านรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ทางสถานีโทรทัศน์ รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ว่า ในการแก้ไขปัญหาด้านการเมือง ด้านความมั่นคง จำเป็นต้องแก้ไขปัญหาความวุ่นวายโดยใช้กฎหมายเป็นหลักในการดำเนินการ หากทุกคนมีเจตนาดี ไม่ว่าจะพรรคการเมือง นักการเมืองเข้ามาช่วยกันปฏิรูป ช่วยกันแสดงความคิดเห็นเรื่องการปฏิรูปดีกว่าดีกว่ามาติติง เรื่องความทั่วถึง ความเป็นธรรม และความยั่งยืน เรื่องใดก็ตามถ้าไม่มีความจำเป็นมากนัก เราก็ไม่ใช้มาตรา 44 ถ้าสมมุติจะใช้มาตรา 44 ในบางเรื่อง เพื่อการบูรณาการเพื่อการขับเคลื่อนก็ต้องจัดทำกฎหมายควบคู่ไปด้วย เป็น พ.ร.บ. หรือแม้กระทั่งกฎกระทรวงต่างๆ ก็ต้องสอดคล้องกันทั้งหมด โดยทุกคนต้องเข้าใจว่ามีกฎหมายอะไรบ้าง ซึ่งทุกวันนี้ไม่ใช่รัฐธรรมนูญอย่างเดียว ต้องมีกฎหมายทั้งการบริหารราชการแผ่นดิน กฎหมายในการคดีอาญา คดีแพ่ง เรื่องการทุจริต ต่างๆ เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกัน ให้เกิดการบูรณาการ มีการตรวจสอบ ถ่วงดุล ให้ความเป็นธรรมกับทุกคน

ส่วนการกำหนดมาตรการที่จำเป็นเพื่อให้ประเทศไทย เป็นสังคมสันติสุข และปลอดภัยจากยาเสพติด, การค้ามนุษย์, การกระทำผิดกฎหมาย, การสร้างความเดือดร้อนให้กับสังคม นั้น ต้องทุกอย่างแก้ไขได้ที่ตัวเองทั้งสิ้น ครอบครัว สังคม ชุมชน จะต้องช่วยกันในการที่จะทำให้คนทุกคนเป็นคนดีเคารพกฎหมาย ไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชนผู้อื่น และการแก้ไขกฎหมาย และ พ.ร.บ.ต่างๆ กำลังดำเนินการอยู่ 300 กว่าฉบับ โดยกฎหมายที่ออกไปใหม่ๆ เป็นกฎหมายที่ไม่เคยออกได้ หรือเป็นกฎหมายที่ปรับปรุงถึงแม้ว่าบางอย่างทุกคนยังไม่ค่อยเข้าใจ แต่ท้ายสุดตนเชื่อว่าทุกคนต้องเข้าใจ เพราะเกิดประโยชน์แก่ประชาชนทั้งสิ้น