สุเทพ ยัน กปปส. ไม่ผิดล้มเลือกตั้ง ลั่นพร้อมสู้คดี

Home / ข่าวการเมือง / สุเทพ ยัน กปปส. ไม่ผิดล้มเลือกตั้ง ลั่นพร้อมสู้คดี

สุเทพ ยัน กปปส. ไม่ผิดล้มเลือกตั้ง 2 ก.พ. 57  ลั่นพร้อมสู้คดี บอกดีใจ “ยิ่งลักษณ์” โดนด้วย เชื่อการฟ้องร้องดังกล่าวไม่ใช่เพราะถังแตก

รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (8 มี.ค. 59) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย ได้ออกมากล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ได้มีมติยื่นฟ้องร้องแกนนำ กปปส. และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เรียกค่าเสียหายจำนวน 2,400 ล้านบาท กรณีที่ขัดขวางการเลือกตั้ง ส.ส. เมื่อวันที่ 2 ก.พ. 2557 ว่า การเลือกตั้งในวันดังกล่าวไม่สามารถดำเนินการได้ไม่ใช่ความผิดของกลุ่ม กปปส. ทางตนและแกนนำกลุ่มก็พร้อมที่จะสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม

สุเทพ เทือกสุบรรณ, กกต, เลือกตั้ง
สุเทพ เทือกสุบรรณ

 

ส่วนการที่ กกต. ฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในคดีเดียวกันนั้น ตนดีใจที่กกต.ได้ฟ้องร้องด้วยเพราะจะได้เป็นการพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่าการดำเนินการของแต่ละฝ่ายเป็นอย่างไร อย่างไรก็ดีเชื่อว่าการดำเนินการฟ้องร้องเรียกค่าเสียของ กกต. ดังกล่าวคงไม่เกี่ยวข้องกับกระแสข่าวลือว่า กกต.มีปัญหาเรื่องงบประมาณในการบริหารงานแต่อย่างใด

 


 

แกนนำ กปปส. ลั่นพร้อมสู้ หลัง กกต. ฟ้องเอาผิดล้มเลือกตั้ง มั่นใจไม่ผิด เหตุการชุมนุมไม่ได้ขวางเลือกตั้ง

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (4 มี.ค. 59) อดีตแกนนำ คณะกรรมการประชาชนเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข หรือ กปปส. 2 ราย ได้แก่ นายถาวร เสนเนียม และนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์

กปปส, เลือกตั้ง, ถาวร เสนเนียม, พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์
ถาวร เสนเนียม, พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์

ได้ออกมาแสดงความเห็นหลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. มีมติฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย กลุ่ม กปปส. และอดีตนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ร่วมชดใช้ค่าเสียหายการเลือกตั้งวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ปี 2557 กว่า 2,400 ล้านบาท เนื่องจากเห็นว่าทั้ง 2 ฝ่ายเป็นต้นเหตุทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ

โดยนายถาวร เห็นว่า หาก กกต. จะฟ้องร้องกลุ่ม กปปส. จริง ตนก็จะดำเนินการยื่นเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ไต่สวนข้อเท็จจริงรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ และกกต. ในเรื่องนี้ เพราะเห็นว่ากระทำผิดฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบดันทุรังให้มีการเลือกตั้งอยู่ ทั้งๆ ที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าสามารถเลื่อนการเลือกตั้งที่มีผู้สมัครไม่ครบเขตได้

แต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ และ กกต. ไม่ยอมหยุดจนเป็นเหตุทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ดังนั้นในเรื่องนี้ รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ และ กกต.จะต้องร่วมกันรับผิดทั้งทางแพ่งโดยการร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายกว่า 2,400 ล้านบาทด้วย ขณะเดียวกันตนขอท้า กกต.ทั้ง 5 คนดีเบตผ่านโทรทัศน์ ถึงกรณีดังกล่าวด้วย

ด้านนายพุทธิพงษ์ ก็ได้แสดงความเห็นว่า ในเรื่องนี้ทางแกนนำได้มีการหารือกันในเบื้องต้นแล้ว และยืนยันว่าพร้อมจะสู้คดี โดยทางแกนนำขอยืนยันว่า การเลือกตั้งที่เกิดขึ้น ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับ กปปส.

ดังนั้นจึงต้องไปดูข้อกล่าวหาว่า เราผิดตรงไหน เพราะเรามั่นใจว่า เราไม่ได้ไปขัดขวางการเลือกตั้ง เนื่องจากการเลือกตั้งเป็นอำนาจของรัฐบาลและ กกต. ณ ขณะนั้น เพราะศาลรัฐธรรมนูญก็วินิจฉัยว่า กกต. มีสิทธิและมีอำนาจเต็มที่ ที่จะเลื่อนการเลือกตั้งไปก่อน แต่ กกต. ก็กลับไม่ทำจนทำให้เกิดปัญหาดังกล่าวขึ้น


 

มติเอกฉันท์ กกต. เดินหน้าฟ้อง “ยิ่งลักษณ์ –กปปส.” ล้มเลือกตั้ง 2 ก.พ.57 เรียกค่าเสียหาย 2,400 ล้านบาท

รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต. ) แจ้งว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ประชุม กกต. ได้พิจารณาโดยลับ และลงมติเอกฉันท์ยื่นฟ้องดำเนินคดีกับบุคคลและกลุ่มบุคคลที่ขัดขวางการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 จนทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ทำให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, สุเทพ เทือกสุบรรณ, กปปส, เลือกตั้ง, กกต

โดยให้ดำเนินการฟ้องทางอาญาและเรียกค่าเสียหายทางแพ่ง กับบุคคลและกลุ่มบุคคลที่ล้มการเลือกตั้ง ฟ้องร้องกับ 2 กลุ่ม คือ

1.กลุ่มบุคคลจำนวน 234 คน ขัดขวางการเลือกตั้ง ที่มีหลักฐานภาพถ่ายสามารถยืนยันตัวบุคคลได้ โดยเฉพาะกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์(กปปส.) อาทิ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการกปปส. นายถาวร เสนเนียม นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย พระพุทธอิสระ แกนนำกปปส. เป็นต้น โดยมีการเรียกค่าเสียหาย 2,400 ล้านบาท

2.ให้ดำเนินการฟ้องร้องทางแพ่งกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ 1 ราย คือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในความผิดฐานละเมิด โดยการปฏิบัติหน้าที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ ตามพ.ร.บ.ความผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 เนื่องจากปล่อยให้มีการจัดการเลือกตั้งทั้งที่มีการทักท้วงกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นแล้ว โดยเรียกค่าเสียหาย 2,400ล้านบาท เช่นเดียวกับกลุ่มแรก

ภายหลังจากมีมติดังกล่าวแล้ว กกต.ได้ส่งเรื่องไปยังสำนักงานอัยการสูงสุด(อสส.) เพื่อให้ดำเนินการตามขั้นตอนของข้อกฎหมายต่อไป คดีดังกล่าวจะมีอายุความ 10 ปี สำหรับการเรียกค่าเสียหายที่ฟ้องร้องมีจำนวนเท่ากันทั้ง2กลุ่ม เนื่องจากค่าเสียหายจากการเลือกตั้งทั้งหมด 2,400 ล้านบาท ซึ่งจะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลว่าจะให้แต่ละกลุ่มจ่ายค่าเสียหายเท่าใด ถ้าผิดทั้งสองฝ่ายก็อาจจะต้องจ่ายค่าเสียหายคนละครึ่ง

อย่างไรก็ดีรายงานได้ระบุต่อว่า ประเด็นดังกล่าวไม่มีการแถลงข่าวจากสำนักงานกกต.แต่อย่างใด เนื่องจากที่ประชุมกกต. ได้มีการกำชับไม่ให้มีการเผยแพร่กับสื่อมวลชน เพราะเกรงว่าจะเป็นการสร้างประเด็นความขัดแย้งขึ้นในสังคม

ขอบคุณข้อมูลข่าวจาก @มติชนออนไลน์

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News