57 สส.เสียวส่อแววถูก สดศรี สอย!

Home / ข่าวการเมือง / 57 สส.เสียวส่อแววถูก สดศรี สอย!

สดศรี สัตยธรรม
สดศรี สัตยธรรม

57 ส.ส. ส่อแววถูก กกต. เพิกถอนสิทธิ์ หลัง “สดศรี สัตยธรรม” ยืนยัน จะใช้หลักเกณฑ์เดียวกับการพิจารณา กรณี 16 ส.ว. ถือครองหุ้นบริษัท ที่ได้รับสัมปทานจากรัฐ ก่อนหน้านี้

นาง สดศรี สัตยธรรม ยืนยัน กกต. จะยึดหลักเกณฑ์เดียวกัน ในการวินิจฉัยการถือหุ้นของ 57 ส.ส. ภายหลังมีการลงมติให้ 16 ส.ว. สิ้นสุดสมาชิกภาพ

เนื่องจากถือหุ้นสัมปทานรัฐขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะ กกต. ต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 265 และ มาตรา 48 เพื่อไม่ให้เกิดเสียงครหาว่า กกต. มี 2 มาตรฐาน

ส่วนข้อโต้แย้งเช่น ถือครองหุ้นเพียงจำนวนเล็กน้อย ไม่สามารถครอบงำการบริหารได้ หรือ ได้มีการแจ้งต่อ ป.ป.ช.ก่อนเข้ารับตำแหน่งไปแล้วนั้น นางสดศรี กล่าวว่า คงต้องให้ ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้ตัดสิน

เพราะในส่วนของ กกต. นั้น ทำหน้าที่เพียงแต่วินิจฉัยไปตามข้อกฎหมาย เช่นเดียวกับ อัยการ เพราะฉะนั้นในเมื่อข้อกฎหมายระบุไว้ว่าอย่างไรก็ทำหน้าที่ เพียงแต่ทำความเห็นว่า คดีมีมูล สามารถฟ้องร้องได้เท่านั้น ส่วนการตัดสินก็คงอยู่ที่ดุลพินิจของศาลต่อไป

นอกจากนี้ นางสดศรี สัตยธรรม คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ระบุ การโฟนอิน หาเสียง ช่วยผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ไม่น่าเข้าข่ายผิดกฎหมาย

ทั้งในประเด็นการผิดกฎหมายเลือกตั้ง หรือ การที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการดำเนินการของพรรคเพื่อไทย ทั้งที่อยู่ในสถานะของผู้ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง เป็นเวลา 5 ปี จากคดียุบพรรคของกฎหมาย ที่ไม่สามารถชี้ชัด ถึงการเป็นเจ้าของ พรรคเพื่อไทย ที่แท้จริงของ พ.ต.ท.ทักษิณ

ทำให้ไม่สามารถเอาผิดในประเด็นการเข้ายุ่งเกี่ยว ในกิจกรรมทางการเมืองของพรรคเพื่อไทยได้ ขณะที่ การดำเนินการโฟนอิน หาเสียงช่วยผู้สมัคร พรรคเพื่อไทย

ก็กระทำในช่วงก่อนถึงวันเลือกตั้ง เพราะฉะนั้น จึงไม่มีช่องทางที่จะไปบ่งชี้ ว่า การกระทำของ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายได้

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก ไอเอ็นเอ็น