เพื่อไทยแฉ 60 ชุมชนกทม.ส่อทุจริตพอเพียง

Home / ข่าวการเมือง / เพื่อไทยแฉ 60 ชุมชนกทม.ส่อทุจริตพอเพียง

พท.ลง พื้นที่ตรวจทุจริตโครงการพอเพียงเขตดินแดงพบ 22 ชุมชุมได้ของไม่ตรงความต้องการ มีเด็ดนักการเมืองยัดเยียดให้ แฉต่อวังทองหลาง ดินแดง ห้วยขวาง มีถึง 60 ชุมชนโกงกิน

คณะทำงานติดตามตรวจสอบการใช้งบประมาณในโครงการชุมชนพอเพียง ของสำนักงานเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน (สพช.) พรรคเพื่อไทย (พท.) นำโดย น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ นายการุณ โหสกุล นายอนุสรณ์ ปั้นทอง ส.ส.กทม. และนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษก พท. ลงพื้นที่หมู่บ้านอยู่เจริญ ซอยอินทามระ 41 เขตดินแดง เมื่อวันที่ 24 สิงหาคมเพื่อตรวจสอบสินค้าในโครงการชุมชนพอเพียง ภายหลังได้รับการเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้าน

จากนั้น นายพร้อมพงศ์เปิดเผยว่า ชุมชนในบริเวณนี้จำนวน 22 ชุมชน ได้รับสินค้าที่ผิดวัตถุประสงค์ เนื่องจากส่วนใหญ่ต้องการ เครื่องครัว โทรทัศน์วงจรปิด รวมทั้งเครื่องเสียงตามสาย แต่กลับถูกนายหน้าอักษรย่อ �ป� ที่เป็นลูกน้องนักการเมืองใหญ่ที่มีตำแหน่งในรัฐบาลชื่อย่อ “พ” นำโคมไฟและตู้น้ำพลังงานแสงอาทิตย์มาให้

“หลังจากคณะทำงานพรรคเพื่อไทย ตรวจสอบราคาสินค้าที่ผิดวัตถุประสงค์ของชุมชนเหล่านี้แล้ว พบว่ามีเงินตกหล่นหายไปราว 10 ล้านบาท ดังนั้น ทาง ส.ส.ของพรรคจะรวบรวมข้อมูลจากชุมชน พร้อมตัวแทนชุมชนจะไปแจ้งความร้องทุกข์เร็วๆ นี้ รวมถึงจะนำไปพูดในสภาต่อไป”นายพร้อมพงศ์กล่าว

โฆษกกพท.กล่าวว่า ยังมีชุมชนอีก 60 แห่ง ในเขตวังทองหลาง ดินแดง ห้วยขวาง ส่อทุจริต โดยมีนายหน้าชื่อ “ม” ซึ่งเป็นลูกน้องของนักการเมือง “พ” เช่นเดียวกัน เข้าไปดำเนินการลักษณะคล้ายกันโดยทางพรรคจะลงพื้นที่หาข้อมูลต่อไป

ขณะที่ พ.ต.อ.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รองผู้บังคับการกองปราบปราม (รอง ผบก.ป.) กล่าวถึงการติดตามดำเนินคดีผู้กระทำความผิดโครงการชุมชนพอเพียง ภายหลังนายสุมิท แช่มประสิทธิ์ ผู้อำนวยการ (ผอ.) สพช. สำนักนายกรัฐมนตรี เข้าแจ้งความร้องทุกข์ว่า ได้สั่งการให้ชุดสืบสวน กก.1 กก.3 และ กก.4 บก.ป.ลงพื้นที่ตามชุมชนต่างๆ ทั้งใน กทม. และจังหวัดต่างๆ ในภาคกลางและภาคอีสาน ซึ่งมีการร้องเรียนว่ามีการทุจริตโครงการจัดซื้อตู้น้ำและโครงการจัดซื้อ ปุ๋ย เพื่อสอบปากคำบุคคลต่างๆ และเก็บรวบรวมข้อมูลในประเด็นต่างๆ ก่อนนำมาประมวลลำดับเรื่องราวและข้อเท็จจริง สำหรับพยานที่สอบปากคำไปแล้วมีตั้งแต่ประธานชุมชน ผู้ที่มีรายชื่อในโครงการในระดับล่างไปสู่บน โดยเป็นผู้อยู่ในวงจรการทุจริตแม้บางรายอาจถูกแอบอ้างชื่อ หรือปลอมลายมือชื่อ ขณะนี้มีความคืบหน้ามากกว่าร้อยละ 50 แล้ว โดยในส่วนเจ้าหน้าที่ซึ่งเข้าไปเกี่ยวข้องนั้นได้ประสานต้นสังกัดเพื่อสอบ ปากคำต่อไป “การดำเนินคดีกับบุคคลใด หรือเจ้าหน้าที่รัฐในระดับใดบ้างคงต้องขอเวลารวบรวมพยานหลักฐานอีกระยะหนึ่ง ” พ.ต.อ.สุพิศาลกล่าว

รอง ผบก.ป.กล่าวว่า บก.ป.จะดำเนินการอย่างรัดกุมที่สุดเพราะโครงการชุมชนพอเพียงมีมากกว่า 1,000 แห่ง เรื่องนี้ พล.ต.ท.ไถง ปราศจากศัตรู ผบช.ก.กำชับพร้อมให้รายงานผลความคืบหน้าทุก 7 วัน ทั้งนี้ จะเรียกประชุมคณะทำงานอีกครั้งวันที่ 31 สิงหาคมนี้ ก่อนรายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป

ทางด้านนายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ส.ส.ชลบุรี รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่าเหตุที่ข่าวการทุจริตโครงการชุมชนพอเพียงออกมาเป็นจำนวนมาก เพราะพรรคมีมาตรฐานในการตรวจสอบทำให้ข่าวจำนวนมากหลุดรอดออกมา ต่างกับการทุจริตในโครงการเอสเอ็มแอล ซึ่งสงสัยว่าทำไมช่วงที่ผ่านมาข่าวถึงเงียบ ยืนยันว่าพรรคได้รับเอกสารการทุจริตเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ซึ่งไม่ใช่เพียงภาคอีสานเท่านั้น

“ผมมีหลักฐานยืนยันเป็นวีซีดีและแผ่นพับหลายชุดยืนยันว่า ญาติของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีเป็นประธานบริษัท ไม่ใช่เพียงประธานโครงการแก้จนอย่างที่มีการกล่าวอ้างเท่านั้น ชาวบ้านเขารับรู้ว่าท่านนั้นเป็นประธานบริษัทชัดเจน ซึ่งเสมือนหนึ่งว่าท่านอยู่ในขบวนการหลอกลวงชาวบ้านให้ซื้อปุ๋ยอินทรีย์ นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่ามีการปลอมชื่อกรรมการจัดซื้อ จัดจ้าง และเบิกงานของโครงการจำนวนมาก ซึ่งหลักฐานที่พรรคมีอยู่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น” รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม หลังแถลงข่าวเสร็จผู้สื่อข่าวพยายามขอหลักฐานจากนายสรวุฒิเพื่อดูว่าข้อเท็จ จริงเป็นอย่างไร แต่นายสรวุฒิกลับปฏิเสธและบ่ายเบี่ยง โดยอ้างว่า ต้องการเก็บไว้แถลงข่าวภายหลัง

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก มติชนออนไลน์