นายกฯ ห่วงสงกรานต์อย่านั่งท้ายกระบะ ยัน ใช้ ม.44 แค่จำเป็น รอดูปมกำนัน

Home / ข่าวการเมือง / นายกฯ ห่วงสงกรานต์อย่านั่งท้ายกระบะ ยัน ใช้ ม.44 แค่จำเป็น รอดูปมกำนัน

นายกฯ เป็นห่วงประชาชนเดินทาง ขออย่านั่งท้ายกระบะ เพื่อความปลอดภัย ย้ำจำเป็นต้องเพิ่มความเข้มงวด ยัน ใช้ ม.44 แค่จำเป็น รอดูปมกำนัน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงมาตรการห้ามประชาชนนั่งกระบะท้ายและผู้โดยสารทุกคนต้องคาดเข้มขัดนิรภัยในขณะเดินทาง กลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ว่า เป็นมาตรการเตรียมการสำหรับอนาคต ซึ่งทำให้ทุกคนมีความตื่นตัวมากพอสมควร พร้อมยืนยันว่า ไม่สามารถยกเลิกกฎหมายได้เพราะเป็นกฎหมายที่มีมานานแล้ว จึงต้องมีมาตรการเพิ่มความเข้มงวด เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

ทั้งนี้ ได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ระบุถึงสาเหตุในการเกิดอุบัติเหตุให้ชัดเจน ทั้งเรื่องการไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ขับรถเร็วเกินกำหนด และดื่มสุรา ซึ่งมาตรการคาดเข็มขัดนิรภัยนั้นเพื่อผ่อนหนักเป็นเบา อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี ได้อวยพรประชาชน มีความสุขในเทศกาลสงกรานต์ แต่อย่านั่งกระบะท้ายเพื่อความปงอดภัย พร้อมระบุด้วยว่า คนไทยทั้ง 70 ล้านคน แม้ไม่ใช่คนในครอบครัวแต่หากบาดเจ็บหรือเสียชีวิตก็เสียใจทั้งนั้น

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ถึงกรรประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้มีมติยกเลิกพื้นที่วัดพระธรรมกายบางจุด ให้เป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษ แต่ยังคงไว้ซึ่งคำสั่งตาม ม.44 ไว้ และยังไม่มีการพิจารณายกเลิกคำสั่ง ม.44 ในพื้นที่ใด เพื่อใช้ควบคุมไม่ให้เกิดความวุ่นวาย

ส่วนกรณีที่ฝ่ายการเมืองเรียกร้องไม่ให้ใช้คำสั่งตาม ม.44 หลังรัฐธรรมนูญ ปี 2560 ประกาศใช้ โดย นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า การใช้คำสั่ง ม.44 เพื่อใช้แก้ปัญหาเท่านั้น นักการเมืองจึงไม่จำเป็นต้องกลัว เพราะประชาชนทั่วไปก็ไม่เดือดร้อน พร้อมระบุว่าการใช้อำนาจตามมาตรา 44 จะใช้เท่าที่จำเป็นและไม่ให้ขัดต่อรัฐธรรมนูญ

ทั้งนี้ ส่วนตัวคาดว่าหลังจากมีรัฐธรรมนูญแล้วทุกฝ่ายจะใจเย็นลง เพราะถือเป็นการนับหนึ่งเข้าสู่โรดแมป แต่อาจมีการคลาดเคลื่อนบ้าง ซึ่งการหาเสียงควรเริ่มหลังจากนั้น แต่อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี ระบุด้วยว่า แม้ขณะนี้ยังไม่เป็นประชาธิปไตย 100 % แต่บ้านเมืองก็เดินหน้าไปในทางที่เรียบร้อยดี เศรษฐกิจดีขึ้น ความเชื่อมั่นดีขึ้น

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่กำนัน ผู้ใหญ่ออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านข้อเสนอของ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่เสนอให้ลดวาระการดำรงตำแหน่งเหลือ 5 ปี ว่า เป็นการแสดงความคิดเห็นของทั้งสองฝ่าย ดังนั้น จึงต้องไปหาสาเหตุของปัญหาซึ่งอาจเกิดมาจากบางคน หรือบางพื้นที่ และต้องไปดูว่าวิธีที่สปท.เสนอมาว่าแก้ปัญหาได้หรือไม่

ซึ่งขณะนี้รัฐบาลยังไม่ได้พิจารณาเรื่องนี้ เพราะยังเป็นเรื่องของ สปท. และต้องดำเนินการอีกหลายขั้นตอน รวมถึงต้องนำไปศึกษาอีกครั้งก่อนตัดสินใจ จึงขอร้องว่าในระหว่างนี้ ขอร้องให้สมาคมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อย่าออกมาเคลื่อนไหว เพราะหากเคลื่อนไหวมากจะทำให้ประชาชน ไม่ไว้ใจและมองว่าเป็นเรื่องส่วนตัว และให้ประเทศชาติมาก่อน