นายกฯ หารือครม. ถก แก้รัฐธรรมนูญ

Home / ข่าวการเมือง / นายกฯ หารือครม. ถก แก้รัฐธรรมนูญ

arpisidghei

นายกฯระบุอังคารนี้เสนอขอมติครม. เปิดประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อหารือประเด็นแก้ไขรัฐธรรมนูญ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ปาฐกถาพิเศษ ?อนาคตประชาธิปไตยไทย? ในงานสังสรรค์ ?คืนสู่เหย้าราตรีประดับดาว? ศิษย์เก่าสถาบันพระปกเกล้า ที่อิมแพค เมืองทองธานี ค่ำวันนี้(5 ก.ย.) ตอน หนึ่งระบุว่า นายบวรศักดิ์ อุวรรโณ เลขาธิการสถาบันพระปกเหล้า บอกว่า สถานการณ์ปัจจุบันมืดมนและไม่มีทางออก และเชื่อว่าหลายคนสับสนกับการเมืองจากสภาพในปัจจุบัน

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หากย้อนกลับไปในการเริ่มต้นประชาธิปไตยของไทยที่ยาวนานกว่า 70 ปี นั้น ตนยังมองในทางบวกว่า เราเดินมาไกลมาก เพราะความตื่นตัวของปะชาชนทั่วไปนั้น ไม่มีข้อสงสัยว่าบ้านเมืองนี้จำเป็นต้องปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระ มหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตรงนี้ทุกคนจับต้อง มีส่วนร่วมและมีบทบาทในการปกป้องได้ แต่ทุกสังคมต้องผ่านช่วงยากลำบาก ความขัดแย้ง และวิกฤตเกือบทั้งสิ้น

“ผม มองว่าปัจจุบันนี้เป็นจุดท้าทายและเป็นโอกาสของสังคมไทยที่จะก้าวพ้นวิกฤต นี้เเละทำให้ประชาธิปไตยก้าวขึ้นไปอีกระดับ หากคลี่คลายปัญหาเหล่านี้ได้ ถามว่าสิ่งท้าทายและรอคำตอบคืออะไรนั้น ผมเข้าใจว่าหลายครั้งที่พูดถึงการเมือง ความสนใจจะพุ่งไปที่รัฐธรรมนูญ ประเด็นการแก้รัฐธรรมนูญนั้นเป็นสิ่งที่ถกเถียงกันกว้างขวาง ขอเรียนว่า เวลานี้ไทยน่าจะเป็นประเทศที่มีประสบการณ์และความรู้มากที่สุดประเทศหนึ่ง เพราะเราผ่านการแก้รัฐธรรมนูญบ่อยครั้งและระบบก็พัฒนาซับซ้อนขึ้นทุกที เช่น ระบบเลือกตั้ง ตั้งเเต่ ระบบเขตเล็ก เขตใหญ่ เรียงเบอร์ ระบบพวง บัญชีรายชื่อ สัดส่วน ส.ว.จากจากแต่งตั้งและเลือกตั้ง รวมทั้งระบบผสมผสานในวันนี้”

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า  ไม่ มีประเทศใดจะผ่านประสบการณ์เหมือนไทย ทุกครั้งที่จัดทำร่างรัฐธรรมนูญก็มีความตั้งใจดีในการแก้ปัญหาการเมืองในแต่ ละช่วง เช่น เมื่อพรรคการเมืองอ่อนแอ รัฐธรรมนูญหลายฉบับทำให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง เมื่อพรรคการเมืองเข้มแข็ง สภามีอำนาจมาก จนสียงข้างมากทำในสิ่งไม่ถูกต้อง ก็มีการออกแบบองค์กรอิสระขึ้นมา คือเมื่อมีปัญหาในจุดใดก็แก้ไขในจุดเหล่านั้น

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในวันที่ 8 ก.ย.นี้ จะหารือในครม. เพื่อขอมติครม.ขอเรียกประชุมรัฐสภา เพื่อขออภิปรายทั่วไปเกี่ยวกับการแก้เพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เพื่อปูทางไปสู่การชำระสะสางปัญหา

“ปัญหา การเมืองในวันนี้และการพัฒนาประชาธิปไตยในอนาคตนั้น ตนไม่ได้คิดว่าแก้ได้ด้วยการแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เพราะเราอาจแก้ไขสิ่งบกพร่องในหลายมาตราได้ แม้จะแก้ไขหรือเพิ่มเติมอย่างไรนั้นแต่จุดท้าทายคือ พฤติกรรมและวัฒนธรรมการเมืองของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ตรงนี้มันไม่ง่ายเหมือนแก้กฎหมายหรือเขียนอักษรบนกระดาษ เพราะหัวใจสำคัญของการก้าวไปสู่ประชาธิปไตยที่จะมีวุฒิภาวะสูงขึ้น คือความสามารถบริหารจัดการความขัดแย้งและความเห็นที่แตกต่าง”

อนาคตไม่มีใครกำหนดได้ แต่วันนี้เราจะสอบผ่านได้หรือไม่นั้นมันอยู่ที่ตัวเราเอง ตนขอเสนอความคิดว่า 1.อนาคต ของประชาธิปไตยไทยจะมั่นคงได้นั้น ต้องเข้าใจว่าการเมืองต้องรู้จักความเห็นที่แตกต่างและความขัดแย้งต้องจำกัด วงในเรื่องนโยบาย และการบริหารประเทศ รวมทั้งทิศทางการพัฒนา โดยไม่ก้าวล่วงไปถึงสถาบันที่อยู่เหนือการเมืองและสถาบันที่ไม่เกี่ยวกับการ เมือง

2.พื้น ฐานของประชาธิปไตย คือ เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายใช้สิทธิและต้องเคารพสิทธิกัน สังคมประชาธิปไตยที่เข้มแข็งต้องจัดการทุกเรื่องโดยปราศจากความรุนแรง แม้จะมีความคิดและการฝักใฝ่ทางการเมืองในทางใดทางหนึ่งนั้น หากฝ่ายใดใช้ความรุนแรง สังคมต้องประณามและไม่เปิดโอกาสให้ความรุนแรงเป็นส่วนหนึ่งของการเมือง

3.เวลา ที่เกิดความเห็นแตกต่างและขัดแย้งกันนั้น เป็นเรื่องที่ใครต้องตัดสิน วิกฤตหลายปีที่ผ่านมานั้น ช่วงหนึ่งเสียงข้างมากทางการเมืองเข้าใจผิดว่า การมีเสียงข้างมากที่สามารถกำหนดนโยบาย แต่ทำตัวเหนือกฎหมาย เมื่อทำ ผิดก็ใช้เสียงข้างมากทำให้ตัวเองถูก ตรงนี้คือวิกฤต แต่อีกส่วนหนึ่งคือปฏิกิริยาตอบโต้ที่เลยเถิดไป คือ นำกฎหมายมาแก้ปัญหาการเมืองคือใช้ทุกช่องทางกฎหมายมาประหารกันทางการเมือง ตรงนี้ไม่ถูกต้อง

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก กรุงเทพธุรกิจ