กรมบังคับคดี ยึดทรัพย์ยิ่งลักษณ์ วิษณุ เครืองาม

วิษณุบอก ยึดทรัพย์ ‘ยิ่งลักษณ์’ กรมบังคับคดีดูอยู่ – อายุความ 10 ปี

Home / ข่าวการเมือง / วิษณุบอก ยึดทรัพย์ ‘ยิ่งลักษณ์’ กรมบังคับคดีดูอยู่ – อายุความ 10 ปี

รองนายกฯวิษณุ แจงยึดทรัพย์ยิ่งลักษณ์ กรมบังคับคดีดูอยู่ – อายุความ 10 ปี 

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฏหมาย กล่าวถึงความคืบหน้าการยึดทรัพย์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในโครงการรับจำนำข้าวว่า ส่วนตัวไม่ทราบ แต่บุคคลที่สืบทรัพย์ยังมีการดำเนินการสืบอยู่ ซึ่งปลัดกระทรวงการคลังออกมาระบุว่า

เป็นหน้าที่ของกรมบังคับคดีในการยึดหรืออายัดทรัพย์ แต่ต้องมีคนนำยึด ซึ่งเป็นเรื่องของหน่วยงานต่างๆ และส่วนตัวไม่ทราบรายละเอียด ส่วนการยึดทรัพย์มีกรอบเวลาหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่าเป็นไปตามอายุความบังคับคดีที่มี 10 ปี หากมีปีที่ 11 เพิ่มขึ้นมาก็ทำอะไรไม่ได้ ส่วนจะมีการถ่ายเททรัพย์สินหรือไม่ ส่วนตัวไม่ทราบ และไม่จำเป็นต้องรายงานมาที่ตนเอง แต่อาจจะเป็นการรายงานกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

นอกจากนี้ นายวิษณุ ยังกล่าวถึง ความคืบหน้า การเรียกเก็บภาษีจากการซื้อขายหุ้นชินคอร์ปจำนวน 1.76 หมื่นล้านบาท จากนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ส่วนตัวไม่ทราบ เนื่องจากกรมสรรพากรไม่มีอะไรต้องมารายงานให้ตนเองรับทราบ และยังไม่ได้ถามอะไรไป เพราะอยู่ในช่วงเวลาพิจารณาอุทธรณ์ โดยกรอบเวลายาว หากชี้ขาดอุทธรณ์จะเข้าสู่กระบวนการยึดทรัพย์ และเข้าสู่กระบวนการศาลจะร้องอะไรก็ว่ากันไป แต่ระหว่างนี้ไม่สามารถยึดทรัพย์ได้

นายวิษณุ ยังกล่าวถึงการแก้ไขระเบียบสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และมีผลบังคับใช้เมื่อปี 2559 ที่ผ่านมา ว่า ระเบียบที่มีการปรับแก้มีความรัดกุมพอสมควร แต่ยอมรับที่ผ่านมายังมีความหละหลวมอยู่จริง เพราะเดิมมีการจัดเงินอุดหนุนวัดผ่านทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติส่วนกลางโดยตรงจึงอาจจะไม่ได้ผ่านการตรวจสอบ

แต่เมื่อมีการแก้ไขระเบียบทางวัดจะต้องเสนอเรื่องผ่านทางสำนักพระพุทธฯ จังหวัดที่อยู่ในพื้นที่ และมีคณะกรรมการกลั่นกรอง ที่ประกอบด้วยผู้ว่าราชการจังหวัด พระเจ้าคณะจังหวัดร่วมพิจารณาด้วย ก่อนที่จะส่งมายังสำนักพระพุทธฯ ส่วนกลาง ที่จะมีคณะกรรมการพิจารณาอีกครั้ง ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ได้เป็นการล้อมคอก ส่วนเรื่องที่มีการร้องเรียนเกิดขึ้นในอดีตก่อนที่จะมีการแก้ไขระเบียบก็ยังสามารถดำเนินคดีทั้งทางอาญา และวินัยได้

นอกจากนี้ นายวิษณุ กล่าวถึงการหารือกับ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ว่า เป็นการเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด รวมถึง 12 คดี ที่มีการร้องเรียนไปยังสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจสอบ ซึ่งขณะนี้เรื่องอยู่ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.)

โดยทั้งหมดมีผู้เกี่ยวข้องทั้งเจ้าหน้าที่ และวัด แต่ยังไม่รู้ว่าใครจะถูกหรือผิด บางกรณี เจ้าหน้าที่ไปชี้ช่องเสี้ยมสอน หรือหลอกวัด บางเรื่องอาจจะเป็นไปได้ที่รู้เห็นเป็นใจ แล้วแต่กรณี แต่ยังไม่ถึงขั้นต้องแก้ไขกฎหมาย และในวันนี้ส่วนตัวก็ไม่ได้สั่งการหรือมอบนโยบายใดๆ ส่วนกรณี 60 คดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กำลังตรวจสอบอยู่นั้น ไม่เกี่ยวข้องกับ พศ. แต่อย่างใด