ประชุมเขตแดน ไทย-กัมพูชา ล้ม 2 ฝ่ายตั้งแง่เรียกชื่อปราสาท

Home / ข่าวการเมือง / ประชุมเขตแดน ไทย-กัมพูชา ล้ม 2 ฝ่ายตั้งแง่เรียกชื่อปราสาท

e0b980e0b882e0b8b2-e0b89ee0b8a3e0b8b0-e0b8a7e0b8b4e0b8abe0b8b2e0b8a3

ประชุมเขตแดน”ไทย-กัมพูชา” ล่ม สองฝ่ายไม่ยอมลงนามร่าง “เจบีซี” ตั้งแง่เรียกชื่อปราสาทต่างกัน ฝ่ายไทยขอพ่วง “พระวิหาร” กับ “เปรี๊ยะวิเฮียร์” แต่ฝ่ายเขมรไม่ยอม อ้างบรรพบุรุษใช้มาแต่โบราณ รอถกใหม่เมษายนนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โรงแรมพลาซ่าแอทธินี นายวศิน ธีรเวชญาณ ประธานคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (เจบีซี) และนายวาร์ คิมฮง รัฐมนตรีอาวุโสดูแลกิจการชายแดน ประเทศกัมพูชา ประธานฝ่ายกัมพูชา แถลงผลการประชุมร่วมกัน เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์? โดยนายวศิน กล่าวว่า มีประเด็นที่ตกลงกันไม่ได้และจะต้องเจรจากันต่อไป คือ 1.การเรียกชื่อปราสาท ระหว่าง “พระวิหาร” และ “เปรี๊ยะวิเฮียร์” และ 2.ชื่อชุดทหารที่ติดตามสถานการณ์บริเวณวัดแก้วสิขาคีรีสวาราและบริเวณรอบวัด ดังนั้น ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันว่า จะยังไม่ลงนามในร่างการประชุมเจบีซีครั้งนี้ รวมถึงการลงนามในผลการประชุมสมัยวิสามัญเมื่อวันที่ 10-12 พฤศจิกายน 2551 และจะหารือในประเด็นคั่งค้างในการประชุมเจบีซีครั้งต่อไปในสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนเมษายนนี้ ที่กัมพูชา

นายวาร์ คิมฮง กล่าวว่า เป็นเรื่องน่าเสียดายที่การประชุมครั้งนี้ไม่นำไปสู่สิ่งที่ตั้งใจไว้ เหตุที่กัมพูชาต้องการให้เรียก “เปรี๊ยะวิเฮียร์” เนื่องจากเป็นภาษาที่บรรพบุรุษตั้งแต่ศตวรรษที่ 9 – 10 เรียก แล้วจะให้แก้เป็น “พระวิหาร” ได้อย่างไร ไม่ใช่กัมพูชาใจไม่กว้าง แต่เป็นหลักสากลที่นานาชาติเรียกกัน ส่วนประเด็นที่สอง กัมพูชาไม่อยากให้มีทหารอยู่ในบริเวณนั้น อยากให้ออกไปให้หมด เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะกัน หากฝ่ายไทยถอนทหารหมด ปัญหาก็จะหมดไปด้วย

นายวศิน กล่าวว่า เหตุที่ฝ่ายไทยต้องการให้ระบุชื่อทั้งสองด้วยกันเพื่อความเท่าเทียมกันของ ทั้งสองประเทศตามหลักการทำสนธิสัญญาที่เคยปฏิบัติมา ซึ่งไม่มีผลด้านกฎหมายใดๆ และไม่ได้หมายความว่าไทยจะเข้าไปมีส่วนเป็นเจ้าของปราสาทพระวิหาร

เมื่อถามว่า การไม่สามารถลงนามใดๆ ในการประชุมครั้งนี้ ทำให้ประเด็นอื่นๆ ที่ตกลงกันได้ก็ไม่สามารถลงนามได้ใช่หรือไม่ นายวศินกล่าวว่า ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 จะต้องนำข้อตกลงเข้าไปรายงานต่อรัฐสภาเพื่อให้อนุมัติก่อน จึงจะสามารถดำเนินการต่อไปได้ หากสภาไม่อนุมัติก็ไม่สามารถนำแผนนี้เข้าไปเสนอเพื่อทำเป็นโครงการและของบ ประมาณมาดำเนินการได้ การทำความตกลงเรื่องเขตแดนเป็นเรื่องสำคัญ จะต้องเป็นเรื่องที่ทั้งสองฝ่ายจะต้องประนีประนอมยอมความได้ ไทยต้องการเร่งรัดดำเนินการเช่นกัน แต่ทุกอย่างต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่มีอยู่ ปัญหาขณะนี้จึงขึ้นอยู่กับหลักการที่จะต้องตกลงกันให้ได้ก่อน

สำหรับประเด็นที่สองฝ่ายสามารถตกลงกันได้นั้น นายวศินกล่าวว่า ที่ประชุมเห็นชอบหลักการ ดังนี้ 1.ให้มีคณะทำงานร่วมเพื่อหารือกันในประเด็นกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องเขตแดน จะประชุมครั้งแรกพร้อมกับการประชุมเจบีซีครั้งต่อไป 2.ให้ดำเนินการตามแผนแม่บทในการผลิตแผนที่ภาพถ่ายเพื่อช่วยสำรวจและจัดทำ หลักเขตแดน 3.ดำเนินการสำรวจพื้นที่ตอนที่ 6 หลักเขตแดนที่ 1 ถึงสระตาโสม ซึ่งรวมถึงพื้นที่เขาพระวิหาร 4.ตั้งชุดสำรวจเพิ่มขึ้นอีก 1 ชุดเพื่อปฏิบัติหน้าที่ในตอนที่ 5 หลักเขตแดนที่ 1 ถึง 23 จ.ศรีสะเกษถึงสระแก้ว

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก มติชนออนไลน์