นาฬิกาหรู พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ

‘เรืองไกร’ จี้บิ๊กตู่ ยึดนาฬิกาหรูประวิตร เพื่อตรวจสอบการเสียภาษี

Home / ข่าวการเมือง / ‘เรืองไกร’ จี้บิ๊กตู่ ยึดนาฬิกาหรูประวิตร เพื่อตรวจสอบการเสียภาษี
เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ จี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยึดนาฬิกาหรูของ ‘พล.อ.ประวิตร’ เพื่อตรวจสอบการเสียภาษี

วันนี้ ( 30 ม.ค. 61) ที่ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทําเนียบรัฐบาล นายเรืองไกร ยื่นหลักฐานร้อง นายกรัฐมนตรี ขอให้ตรวจยึดนาฬิกาหรู ของพลเอกประวิตร เพื่อตรวจสอบการเสียภาษี โดยย้ำว่ากรณีที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องส่วนตัวแต่เป็นผลประโยชน์ของชาติโดยนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา ยื่นหนังสือผ่านศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาลถึงพลเอกประยุทธ์จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี เพื่อให้ตรวจสอบ การเสียภาษีนำเข้า นาฬิกาหรูทั้ง 25 เดือนที่พลเอกประวิตรวงษ์สุวรรณรองนายกรัฐมนตรีอ้างว่ายืมมาจากเพื่อน

โดยผู้ร้องเปิดเผยว่า จากการแถลงข่าวของ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 24 มกราคม ที่ผ่านมา มีข้อเท็จจริงโดยรวมที่เชื่อได้ว่า นาฬิกาหรู 25 เรือนนั้นมีอยู่จริง และพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้ยื่นหนังสือชี้แจง 2 ครั้งแล้วว่า นาฬิกาหรูทั้งหมดตามที่ปรากฏเป็นข่าวนั้น เป็นของเพื่อนที่ให้ยืมมาใส่

นายเรืองไกร เปิดเผยว่า ต่อกรณีดังกล่าว ทำให้มีประเด็นพิจารณาตามมาในเรื่องภาษี เพราะนาฬิกาหรูเหล่านี้ เป็นสินค้าราคาแพง มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศ ทั้งในแบบถูกต้องโดยบริษัทนำเข้า หรือในแบบหลบเลี่ยงการเสียภาษีนำเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งเรื่องภาษีนั้น หากนำเข้าโดยถูกต้องก็จะตรวจสอบได้จากเอกสารนำเข้าหรือใบเสร็จรับเงิน แต่หากมีการหลบหนี ก็จะไม่มีเอกสารมาแสดงและทำให้รัฐเสียหายจากการเก็บภาษีไม่ได้ กรณีจึงเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับนายกรัฐมนตรีที่ต้องสั่งการให้ตรวจสอบเรื่องนี้โดยด่วน

พร้อมย้ำว่าเรื่องดังกล่าว ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวแต่เป็นประเด็น เรื่องผลประโยชน์ของชาติ กล่าวต่อว่า เมื่อเดือนพฤษภาคม ปีที่แล้ว หน่วยงานของรัฐคือกรมศุลกากร เคยแถลงข่าวการตรวจสอบจับนาฬิกาหรูคามือของสาวไทย 2 คนที่ด่านสุวรรณภูมิมาก่อนแล้ว โดยกรณีนี้ นาฬิกามี 2 เรือน มูลค่า กว่า1ล้าน3แสน บาท มีมูลค่าภาษีนำเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องชำระให้รัฐ 2แสน บาท

ดังนั้น กรณีนาฬิกาหรูที่ ป.ป.ช. แถลงข่าวยอมรับว่ามีอยู่จริงตามข่าวที่โซเชียลนำสืบและมีมูลค่ารวมกันหลายสิบล้านบาท หากนาฬิกาหรูนำเข้าโดยไม่ถูกต้องหรือไม่มีการสำแดงเพื่อเสียภาษีให้รัฐ รัฐย่อมขาดรายได้หลายล้านบาท ยังไม่รวมค่าปรับและเงินเพิ่ม พร้อมย้ำ ด้วยว่าประเด็นที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องเกี่ยวกับงบประมาณแผ่นดิน ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวอย่างที่นายกฯ ให้สัมภาษณ์

ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวนายเรืองไกร เห็นว่านายกรัฐมนตรีต้องมีหน้าที่สั่งการตรวจสอบ ซึ่งโดยปกติเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรคงทำเหมือนกับกรณีทั่วไปแล้ว แต่เมื่อเป็นกรณีที่เกี่ยวข้องกับพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีกลาโหมและรองนายกรัฐมนตรี เจ้าหน้าที่คงไม่กล้าไปขอยึดหรืออายัดนาฬิกาหรูจำนวนดังกล่าวมาตรวจสอบ

ดังนั้นจึงจำเป็นต้องร้องให้นายกรัฐมนตรีสั่งการโดยด่วนเพื่อให้เจ้าหน้าที่กรมศุลกากรทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ด้วยการยึดหรืออายัดนาฬิกาหรูมาตรวจสอบว่า มีการเสียภาษีนำเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่มครบถ้วนหรือไม่ และนายกรัฐมนตรีควรสั่งให้พลเอกประวิตร ให้ความร่วมมือในการส่งมอบนาฬิกาหรือชี้เบาะแสเพื่อนำไปสู่การยึดนาฬิกามาตรวจสอบด้วย