แกนนำกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย แสดงจุดยืนกดดัน คสช.ให้เลือกตั้งตามสัญญา

Home / ข่าวการเมือง / แกนนำกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย แสดงจุดยืนกดดัน คสช.ให้เลือกตั้งตามสัญญา
แกนนำกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย แสดงจุดยืนเคลื่อนไหว กดดัน คสช.ให้เลือกตั้งตามสัญญา ยันไม่ได้ยุยงให้เข้าข่ายความผิดตามม.116

วันนี้(17 ก.พ. 61) ที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ แกนนำกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย นำโดย นายรังสิมันต์ โรม นายสิรวิชญ์เสรีธิวัฒน์ และนางสาวณัฏฐา มหัทธนา แถลงข่าวแสดงจุดยืนการเคลื่อนไหว ยาวถึงเดือนพฤษภาคม เพื่อแสดงพลังไปยัง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.ให้จัดเลือกตั้งตามคำมั่นสัญญา

ด้านนายรังสิมันต์ โรม แกนนำกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย ยืนยันว่า การยุติการสืบทอดอำนาจมีเพียงวิธีเดียว คือประชาชนต้องแสดงพลัง โดยจะไปร่วมกันแสดงออกที่ลานย่าโม จังหวัดนครราชสีมา ในวันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ เวลา 17.00 น.  จากนั้นในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  จะมีการแสดงออกและมีกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ เพื่อสื่อสารไปถึงคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และในวันที่ 10 มีนาคมและวันที่ 24 มีนาคม จะมีการเคลื่อนไหวอีกครั้ง ซึ่งเวลาและสถานที่จะแจ้งให้ทราบภายหลัง ส่วนเดือนพฤษภาคมจะมีกิจกรรมทุกวันเสาร์ โดยวันเสาร์ที่ 19 ถึงวันที่ 22 พฤษภาคม จะมีการปักหลักค้างคืน เพื่อแสดงพลังสื่อสารให้ คสช. เห็นว่าประชาชนต้องการเลือกตั้ง

นอกจากนี้ ระบุว่า จะไม่ไปยื่นหนังสือกับกรรมาธิการในพิจารณากฎหมายลูก เพราะเชื่อว่าไม่มีประโยชน์ และที่ผ่านมาได้เคยยื่นข้อเสนออื่น ๆ ไปก่อนหน้านี้แล้วและไม่ได้รับการพิจารณา และพร้อมมองว่าสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) มาจาก คสช. และเห็นว่าคนไทยพร้อมเลือกตั้งแล้ว แต่ผู้ที่ไม่ต้องการการเลือกตั้งคือ คสช. ทั้งนี้ยืนยันไม่ได้ทำเพราะเรื่องของสีเสื้อ และขออย่านำเรื่องดังกล่าวมาดิสเครดิต ยอมรับว่าประเทศไทยมีความขัดแย้งทางการเมือง แต่ไม่ควรส่งต่อความขัดแย้งไปสู่ประชาชนรุ่นใหม่

ทั้งนี้ นายรังสิมันต์โรม ยังได้ขอเชิญนักการเมืองทุกพรรคทุกฝ่ายร่วมกันเคลื่อนไหว ทั้งนายอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายวัฒนา เมืองสุข สมาชิกพรรคเพื่อไทย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง และกลุ่มต่าง ๆ มาร่วมในการเรียกร้องครั้งนี้ด้วย เพื่อกำหนดอนาคตประชาชนและประเทศชาติ

ด้านนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ ยืนยันว่า การชุมนุมทุกครั้งไม่ได้กระทบสิทธิเสรีภาพของใคร และขอให้หยุดยื้อการเลือกตั้ง หยุดสืบทอดอำนาจ และต้องมีการเลือกตั้งภายในปี 2561 เท่านั้น