ข่าวสดวันนี้ ประวิตร วงษ์สุวรรณ มาเลเซีย ไอเอส

บิ๊กป้อมเผยรอสอบอยู่ หลังมาเลย์อ้างจับคนไทยโยงกลุ่มไอเอส

Home / ข่าวการเมือง / บิ๊กป้อมเผยรอสอบอยู่ หลังมาเลย์อ้างจับคนไทยโยงกลุ่มไอเอส
พล.อ.ประวิตร รับเรื่องจริง มาเลย์จับคนไทยเอี่ยวกลุ่มไอเอส เล็งเร่งสอบว่าเชื่องโยงจริงหรือไม่ ด้าน ผบ.ตร. เผยขอเวลาอีกหน่อยเดี๋ยวให้คำตอบ เพราะถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อน 

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (18 เม.ย. 2561) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีกลาโหม ได้ออกมาเปิดเผยถึงกรณีทางการประเทศมาเลเซีย ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับการติดตามจับกุมสมาชิกกลุ่มรัฐอิสลาม หรือไอเอส ที่เคลื่อนไหวในมาเลเซีย

โดยมีคนไทยร่วมอยู่ด้วย 2 คนนั้น ว่า เจ้าหน้าที่กำลังติดตามและตรวจสอบอยู่ว่าใช่กลุ่มไอเอสหรือไม่ ส่วนความเคลื่อนไหวของกลุ่มไอเอสในภาคใต้นั้น ส่วนตัวเชื่อว่ามีความพยายามเข้ามาในประเทศไทย แต่ได้มีการดำเนินการป้องกันอยู่แล้ว โดยเฉพาะคนไทย

ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ไอเอส, มาเลเซีย, ข่าวสดวันนี้

ส่วนที่มีการตั้งสาขากลุ่มในภาคใต้นั้น ยังไม่ถึงขนาดนั้น แต่มีแนวโน้มว่าจะมีการดำเนินการ ซึ่งทำในทุกประเทศอยู่แล้ว แต่ได้มีการป้องกันและตรวจสอบอย่างละเอียดในเรื่องนี้ ซึ่งมีการป้องกันและระมัดระวังเกี่ยวกับเรื่องของไอเอสและการก่อการร้ายที่จะเกิดขึ้น โดยเฉพาะใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

พร้อมกันนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ก็ได้กล่าวถึงเรื่องที่เกิดขึ้นข้างต้นเช่นกันว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนขยายผลรายละเอียดยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะเป็นเรื่องละเอียดก่อน แต่ยอมรับที่ผ่านมาทางการไทยมีการพูดคุยประสานงานกับทางการมาเลเชียด้วยดีมาโดยตลอด

ส่วนจะมีความเชื่ยมโยงกับผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ของไทยด้วยหรือไม่ รวมถึงการที่มีคนไทยเข้าไปเกี่ยวข้องจะมีนัยอย่างไรนั้น ขอเวลาเจ้าหน้าที่ทำงานและตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน ยังไม่ขอพูดในเวลานี้ แต่ในอนาคตหากมีความชัดเจนพร้อมจะตอบคำถามกับสื่อมวลชนอย่างแน่นอน

ส่วนกรณีมีการสู้รบในประเทศซีเรียอยู่ในขณะนี้ว่า ฝ่ายความมั่นคงมีการติดตามเฝ้าฟังมานาน 2-3 ปีแล้ว โดยเชื่อว่าประเทศไทยได้รับผลกระทบน้อย เนื่องจากไม่ใช้ประเทศคู่ขัดแย้ง แต่ก็ไม่ประมาทยังคงมีการเฝ้าระวังโดยกำชับให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เฝ้าระวังการเดินทางเข้าออกประเทศของกลุ่มชาวต่างชาติที่มีลักษณะผิดปกติ

รวมไปถึงสั่งการให้ตำรวจในสังกัดที่เกี่ยวข้องดูแลสถานทูต พื้นที่เชิงสัญลักษณ์ สำคัญ เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดคิดซึ่งขณะนี้ทางสถานทูตคู่กรณียังไม่มีการร้องขอกำลังเพิ่มเติมแต่อย่างใด