สุเทพ ประกาศไม่ขอรับทุกตำแหน่ง – ไม่ลงสมัคร ส.ส.

Home / ข่าวการเมือง / สุเทพ ประกาศไม่ขอรับทุกตำแหน่ง – ไม่ลงสมัคร ส.ส.

สุเทพ เทือกสุบรรณ ยืนยันไม่รับตำแหน่งทางการเมือง ไม่ลงสมัคร ส.ส. หากพรรครวมพลังประชาชาติไทยได้ร่วมจัดตั้งรัฐบาล

รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (20 ก.ย. 2561) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย ได้กล่าวตอบคำถามชาวบ้าน หลังถูกถามว่า จะไม่เล่นการเมืองแล้วทำไมมาร่วมกับพรรครวมพลังประชาชาติไทย ระหว่างที่เจ้าตัวลงพื้นที่ จ.พิษณุโลก เพื่อรับฟังปัญหาของประชาชน เพื่อนำข้อมูลกลับไปเขียนเป็นนโยบายพรรค พร้อมกับเชิญชวนประชาชนทั่วไป ให้สมัครเป็นสมาชิกพรรค ว่า

พรรคที่จัดตั้งขึ้นมานี้ เขาจะไม่เป็นกรรมการบริหารพรรค ไม่รับตำแหน่งในพรรค และจะไม่ลงรับสมัครรับเลือกตั้ง ผมเป็นผู้แทนมา 37 ปี ผมชนะตลอด จะไม่ลงส.ส.เขต ไม่ลงส.ส.บัญชีรายชื่อ และถ้าพรรคได้เป็นรัฐบาลหลังเลือกตั้ง ซึ่งกระซิบตรงนี้เลยได้เป็นแน่นอน ผมจะไม่รับตำแหน่งบริหารใด ๆ ของรัฐบาล

พร้อมกันนี้หลังเสร็จสิ้นภารกิจ ตัวลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาของประชาชน  จ.พิษณุโลก เจ้าตัวก้ได้มีการโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ส่วนตัวโดยระบุว่า

วันนี้ (20 ก.ย.2561) ผมและพล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ ว่าที่คณะกรรมการบริหารพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) รวมถึงคณะผู้ร่วมจัดตั้งพรรค อาทิ นายสำราญ รอดเพชร นายประสาร มฤคพิทักษ์ รศ.ดร.จักษ์ พันธ์ชูเพชร นายอุทัย ยอดมณี นายประกิต จันทร์สมวงศ์ นางสาวเพชรชมพู กิจบูรณะ ได้เดินทางลงพื้นที่อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลกตามคำเชิญของกลุ่มประชาภิวัฒน์


.
ช่วงเช้าผมและคณะผู้ร่วมจัดตั้งพรรคได้รับฟังปัญหาจากเครือข่ายคนพิการ เกษตรกร และชาวบ้านในอำเภอบางระกำ โดยกลุ่มเครือข่ายคนพิการ ได้สะท้อนหลากหลายปัญหาโดยเฉพาะเรื่องค่าครองชีพต่ำและเรียกร้องให้ช่วยเหลือผู้พิการให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างเท่าเทียมกับคนปกติ นอกจากนี้ชาวบ้านยังสะท้อนปัญหาเรื่องการตั้งกองทุนฌาปนกิจที่ไม่ได้รับเงินตามข้อตกลง
.
จากนั้นช่วงบ่ายที่โรงแรมเทพนคร จ.พิษณุโลก พี่น้องประชาชนกลุ่มประชาภิวัฒน์ทั้งภาคธุรกิจ ภาคเกษตร ผู้พิการและผู้สูงอายุร่วมแสดงความเห็นและสะท้อนปัญหา โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ ปากท้อง ตลอดจนร่วมเสนอนโยบายในการพัฒนาจังหวัดและประเทศ
.
ผมยืนยันกับพี่น้องประชาชนจ.พิษณุโลกว่า พรรครวมพลังประชาชาติไทยพร้อมที่จะนำข้อเสนอและความเห็น ตลอดจนปัญหาต่างๆไปกลั่นกรองและกำหนดเป็นนโยบายที่ตรงกับความต้องการของประชาชน ตามเจตนารมณ์ของพรรคที่ต้องการเป็นพรรคการเมืองของประชาชนที่แท้จริง เพื่อให้ทุกคนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่มั่นคงและมีศักดิ์ศรีในสังคม วันนี้ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนทุกคนจะต้องลุกขึ้นรวมพลังและร่วมกันผลักดันนโยบายที่มาจากประชาชนให้เกิดขึ้นจริงให้ได้
.
ช่วงเย็นผมและคณะได้มีโอกาสเข้ากราบสักการะพระพุทธชินราช พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์เก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองที่มีมาตั้งแต่สมัยยุคสุโขทัย ที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร ก่อนที่จะพาคณะเข้ากราบนมัสการพระธรรมเสนานุวัตร รองเจ้าคณะภาค5 เจ้าอาวาสวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ เพื่อเป็นศิริมงคลในการมารวมพลังร่วมกันทำงานทางการเมืองครั้งสำคัญครั้งนี้


ภาพจาก Suthep Thaugsuban (สุเทพ เทือกสุบรรณ)