ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช เปิดใจ หลังนั่งหัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ

Home / ข่าวการเมือง / ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช เปิดใจ หลังนั่งหัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ

ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช ลูกชายนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดใจ หลังนั่งเป็นหัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ ยันไม่ใช่นอมินีพรรคเพื่อไทย

วานนี้ ( 7 พ.ย. 61) ที่ โรงแรมรามา การ์เดนท์ กรุงเทพฯ การประชุมใหญ่วิสามัญนัดแรกของพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ได้มีมติให้ ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช ลูกชายนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และยังเป็นแกนนำพรรคเพื่อไทย กับนางระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช เป็นหัวหน้าพรรค

โดย ร.ท. ปรีชาพล กล่าวว่า หลังจากนี้ตนจะเชิญประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค คณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร ส.ส. และคณะที่ปรึกษา ทำแนวความคิดของพรรคเสนอต่อประชาชน และสื่อมวลชน ซึ่งแนวนโยบายของพรรค คือเชื่อมโลกเชื่อมคนเข้าด้วยกัน

โดยไร้ช่องว่างนำเทคโนโลยีมาพัฒนาเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิต และรวบรวมความคิดของคนรุ่นใหม่มาพัฒนาชาติ ไม่ยอมให้พี่น้องประชาชนตกยุค และไม่ยอมทิ้งใครไว้ข้างหลัง ตามสโลแกนของพรรค ‘โลกก้าวไกล ไทยต้องก้าวทัน’

นอกจากนี้ หัวหน้าพรรคยังชี้แจงว่า พรรคไทยรักษาชาติเป็นการผสมผสานระหว่างคนรุ่นใหม่ และคนรุ่นเดิมที่มีความคิดเห็นตรงกันว่าประเทศไทยรอไม่ได้แล้ว เพราะโลกก้าวไปข้างหน้าโดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยมายกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ซึ่งการแยกออกมาตั้งพรรคใหม่นี้ ไม่ได้เกิดจากความขัดแย้งภายในพรรคเพื่อไทย

เพราะพรรคเพื่อไทยก็เป็นพรรคที่มีประสบการณ์ แต่พรรคของตนคือคนรุ่นใหม่ และหลายครั้งคนอายุ 60-80 มักคิดว่าตนเองถูกและไม่ยอมรับฟังความเห็นของคนรุ่นใหม่ ประกอบกับรัฐธรรมนูญ ฉบับ 2560 ก็เปิดช่องให้มีการจัดตั้งพรรคเล็กพรรคน้อย

ตนจึงเห็นว่าเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้ก้าวเข้ามาทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน ตนมีประสบการณ์ทางการเมืองมา 11 ปีแล้ว จึงจะใช้สิ่งที่ได้รู้และได้เห็นมาทำให้พรรคไทยรักษาชาติเป็นที่ยอมรับของประชาชน

ส่วนชื่อพรรค และโลโก้พรรค ดูมีความเกี่ยวข้องกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนั้น ร.ท. ปรีชาพล ชี้แจงว่า เป็นเรื่องนานาจิตตัง แต่ไทยรักษาชาติ หรือ ทษช. เขียนไว้ในข้อบังคับชัดเจน ตามความหมายที่ว่ารวมคนไทยให้เป็นหนึ่งเดียว ปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และระบอบประชาธิปไตย

จึงมองว่าเรื่องดังกล่าวไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่สิ่งสำคัญคือจิตวิญญาณและอุดมการณ์ของพรรค พร้อมปฏิเสธว่าไม่มีการฮั้วกันระหว่างพรรค ทษช. กับพรรคเพื่อไทย เพราะถ้าทำอย่างนั้นก็เข้าข่ายผิดกฎหมาย

ส่วนเรื่องแนวนโยบายของพรรคไทยรักไทยที่เคยประสบความสำเร็จ ตนไม่ปฏิเสธ และคิดว่าจะนำนโยบายเหล่านั้นมาต่อยอดโดยใช้เทคโนโลยี เช่น นโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค ตนจะใช้ AI เข้ามาพัฒนาให้เข้าถึงประชาชนได้ง่ายขึ้น

ร.ท. ปรีชาพล ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า พรรค ทษช. จะพยายามส่งผู้สมัครให้ได้มากที่สุด เพื่อให้ได้คะแนนจากทั้ง ส.ส. แบบแบ่งเขต และบัญชีรายชื่อ แต่ยังตอบไม่ได้ว่าจะได้กี่ที่นั่ง เพราะเป็นเรื่องของอนาคต และไม่ต้องการดูถูกประชาชน  เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประชาชน

ส่วนตัวพร้อมเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี แต่หากไม่ได้เสียงข้างมากก็พร้อมสนับสนุนและร่วมงานกับพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย ส่วนจะมีแกนนำพรรคเพื่อไทย หรือคนในครอบครัวของกรรมการบริหารพรรคคนใดมาร่วมงานอีกหรือไม่ ตนยังไม่ทราบจนกว่าจะครบกำหนดรับสมัครสมาชิกพรรคในวันที่ 26 พฤศจิกายนนี้

รวมถึงนายพานทองแท้ ชินวัตร ที่ก่อนหน้านี้มีการคาดการณ์ว่าจะมารับตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค ก็ยังไม่มีการติดต่อมาแต่อย่างใด ส่วนนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช บิดาของตน ก็ยังไม่ได้ชักชวนมาร่วมงานในพรรค ทษช.

ทั้งนี้ภายหลังการแถลงข่าวนายกมล วิจิตรโสภาพันธ์ อดีตหัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ มามอบดอกไม้เพื่อส่งต่อหน้าที่ให้ ร.ท. ปรีชาพล พงษ์พานิช ก่อนที่จะมีการประกาศเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคอีก 13 คน ดังนี้

รองหัวหน้าพรรค ได้แก่ นายฤภพ ชินวัตร (ลูกชายนายพายัพ ชินวัตร), นางสาวสุณีย์ เหลืองวิจิตร อดีตเลขาธิการพรรคเพื่อไทย, นายแพทย์พงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุล, นายพฤฒิชัย วิริยะโรจน์,

เลขาธิการพรรค ได้แก่ นายมิตติ ติยะไพรัช (ลูกนายยงยุทธ ติยะไพรัช แกนนำพรรคเพื่อชาติ),

รองเลขาธิการพรรค ได้แก่ นายคณาพจน์ โจมฤทธิ์, นายต้น ณ ระนอง (ลูกนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย), และนายวิม รุ่งวัฒนจินดา,

กรรมการบริหารพรรค ได้แก่ รศ.ดร.รุ่งเรือง พิทยศิริ, นายจุลพงษ์ โนนศรีชัย อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ,

นายทะเบียนสมาชิกพรรค นางสาวชยิกา วงศ์นภาจันทร์ (ลูกสาวนางเยาวเรศ ชินวัตร)

โฆษกพรรค นายพงษ์เกษม สัตยาประเสริฐ อดีตผู้ประกาศข่าวช่องวัน

เหรัญญิกพรรค นางวรรษมล เพ็งดิษฐ์ (ภรรยานายธาริต เพ็งดิษฐ์)

ส่วนคณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร ส.ส. ของพรรค มีทั้งหมด 11 ราย แบ่งเป็นผู้บริการพรรค 4 ราย ประกอบด้วย ร.ท. ปรีชาพล, น.ส. สุณีย์, นายมิตติ, นายพฤฒิชัย และบุคคลอื่นอีก 7 ราย คือ นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ และโฆษกกระทรวงศึกษาธิการ,

นางสาวกฤษณา สีหลักษณ์ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ, นายพิชิต ชื่นบาน อดีต ส.ส. บัญชีรายชื่อ, พล.ต.ต.สุรสิทธิ์ สังขพงศ์ อดีตผู้บังคับการกองปราบปราม และอดีตผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล,

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, นายวราวุธ ยันต์เจริญ, นางสาวสุทิษา ประทุมกุล อดีตเลขานุการส่วนตัวของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

นอกจากนี้ยังมีคนรุ่นใหม่เข้าร่วมประชุม ได้แก่ นายพชร นริพทะพันธุ์ (ลูกนายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน), นายพชร ธรรมมล หรือ ฟลุค เดอะ สตาร์,

นายวิม รุ่งวัฒนจินดา อดีตทีมงานของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ส่วนนางระเบียบรัตน์, เชียร์ – ฑิฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์, และมดดำ – คชาภา ตันเจริญ มาให้กำลังใจแต่ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค

อย่างไรก็ตามยังไม่มีการปรากฎตัวของแกนนำคนสำคัญที่สื่อจับตามอง อย่าง นายจาตุรนต์ ฉายแสง, นายนพพล ปัทมะ, และนายพิชัย นริพทะพันธุ์ หรือแม้กระทั่งนายพานทองแท้ ชินวัตร ที่ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าจะมานั่งตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคแต่อย่างใด