กรณ์ จาติกวณิช การศึกษา นโยบายพรรค พรรคประชาธิปัตย์ เกิดปั๊บได้สิทธิรับเงินแสน

กรณ์ ชี้แจงนโยบายพรรคประชาธิปัตย์ ‘เกิดปั๊บได้สิทธิรับเงินแสน’

Home / ข่าวการเมือง / กรณ์ ชี้แจงนโยบายพรรคประชาธิปัตย์ ‘เกิดปั๊บได้สิทธิรับเงินแสน’

กรณ์ แจงนโยบายการศึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ‘เกิดปั๊บได้สิทธิรับเงินแสน’ มั่นใจหากมีโอกาสได้ผลักดัน จะทำให้การศึกษาไทยเปลี่ยน

จากกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ ได้แถลงเปิดตัวนโยบายโดยจะยกเครื่องการศึกษาไทย ประเดิมนโยบายแรกเตรียมพร้อมสู่การเลือกตั้ง มุ่งเน้นการพัฒนาเด็ก พร้อมแก้ปัญหาหลักการศึกษาไทย ดังนี้

1. เกิดปั๊บรับแสน (0-8 ปี 1000 บาทต่อเดือนแบบถ้วนหน้า

2. ศูนย์เด็กเล็กคุณภาพ พัฒนาหลักสูตรที่เน้นกระบวนการคิด เพิ่มครูปฐมวัยทั่วประเทศ เพื่อให้เด็กมีการพัฒนาเติบโตอย่างมีคุณภาพในทุกด้าน

3. อาหารเช้า-กลางวัน ฟรี มีคุณภาพ ให้กับนักเรียนตั้งแต่ชั้นอนุบาล-ม.3 ผ่านสถานศึกษา โดยคำนึงถึงคุณค่าทางโภชนาการที่นักเรียนควรได้รับ

4. เด็กทุกคนพูดอังกฤษได้: English for All จัดการเรียนการสอนโดยเจ้าของภาษา

5. ปรับหลักสูตรเพื่อโลกอนาคต

6. เรียนฟรี ถึง ปวส. จบแล้วมีงานทำ

7. การศึกษาตลอดชีวิต คูปองเพิ่มทักษะสำหรับผู้ใหญ่

8. คืนครูให้นักเรียน

9. กองทุน Smart Education: เพื่อสนับสนุน EdTech+Social Enterprise

10. กระจายอำนาจให้โรงเรียน บริหารตนเอง

ล่าสุด นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าตามภารกิจ พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงประเด็นนโยบายการศึกษาของพรรคที่ประกาศไป โดยระบุว่า

เรามั่นใจว่าหากมีโอกาสได้ผลักดันนโยบายตามที่เสนอ จะทำให้การศึกษาบ้านเราเปลี่ยน เด็กไทยจะแข็งแรงขึ้น เก่งขึ้น และมีทักษะที่ช่วยเขาเผชิญกับโลกยุคใหม่ได้ดีขึ้น

ประเด็นที่ฮือฮามากมีสองเรื่อง เรื่องแรกคือ ‘เกิดปั๊บได้สิทธิรับเงินแสน’ ซึ่งหมายถึงการรับเบี้ย ‘เด็กเข้มแข็ง’ 5,000 บาท เดือนแรก และเดือนละ 1,000 บาทจากนั้นไปจนเด็กครบอายุ 8 ปี (รวมเป็น 1 แสนบาท) มีคำถามมามากว่า แจกเงินแบบนี้ดีหรือ?

ผมขอชี้แจงง่ายๆว่า เงินเดือนละพันมีคำถามเยอะที่สุดแต่จริงแล้วทางวิชาการเป็นเรื่องที่จำเป็นมากที่สุดเรื่องหนึ่ง วัตถุประสงค์คือช่วยเป็นค่าอาหารให้เด็กไทยมีโภชนาการที่ดีขึ้น ช่วงที่สำคัญมากคือช่วง 8ปีแรก ซึ่ง 1,000 บาทต่อเดือนนักวิชาการ TDRI ยังบอกว่าน้อยไป (1,000/30วัน/3มื้อ = มื้อละ 11บาท) เด็กไทยถึงไม่พัฒนา

ส่วนที่ให้ ‘ถ้วนหน้า’ เพราะจากประสบการณ์ รัฐไม่เก่งเรื่องการคัดกรอง คือคัดแล้วคนจนจริงจะไม่ได้สิทธิเสียเยอะ ยิ่งมีเงื่อนไขมากคนจนจริงยิ่งเข้าถึงยาก

TDRI จึงแนะนำว่าให้ ‘ถ้วนหน้า’ ดีกว่า แล้วเราจะตั้งกองทุน ใครสละสิทธิเอาใส่ทุนกลับไปช่วยเด็กยากจน ส่วนเรื่องปวส.ไว้ผมอธิบายต่างหาก แต่สั้นๆคือเป็นวิธีส่งเสริมให้เด็กไทยเรียนสายวิชาชีพมากขึ้นเทียบกับสายสามัญ

ทั้งนี้สำหรับการชี้แจงดังกล่าวได้มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก บางรายรู้สึกไม่เห็นด้วยกับการแจกเงิน เนื่องจากไม่ได้ประโยชน์และง่ายเกินไป อีกทั้งน่าจะสูญเปล่า เนื่องจากตรวจสอบการนำเงินไป ใช้ไม่ได้จริง ผลที่ได้อาจจะตรงกันข้าม คือครอบครัวที่ไม่เคยวางแผนก็จะมีลูกมากขึ้น และกลายเป็นปัญหาสังคมในภายหลัง

ขณะที่บางรายรู้สึกสนับสนุนและเชื่อมั่นกับนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากเห็นว่าบางอย่างได้ทดลองเห็นผลแล้วส่งเสริมเรียนภาษาอังกฤษตั้งแต่อนุบาลโดยเจ้าของภาษา

 

ที่มา Korn Chatikavanij