30 ส.ส. ถือหุ้นสื่อ ถือหุ้นสื่อ พรรคพลังประชารัฐ พรรคอนาคตใหม่ ส.ส. ส.ส. ถือหุ้นสื่อ

อนาคตใหม่ ยื่นเรื่องประธานสภา ส่งคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัย 30 ส.ส. ถือหุ้นสื่อ

Home / ข่าวการเมือง / อนาคตใหม่ ยื่นเรื่องประธานสภา ส่งคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัย 30 ส.ส. ถือหุ้นสื่อ

ประเด็นน่าสนใจ

  • พรรคอนาคตใหม่ ยื่นเรื่องประธานสภา ส่งคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัย 30 ส.ส. ถือหุ้นสื่อ
  • ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ยื่นเรื่องขอยื่นญัตติให้สภาผู้แทนราษฎร มีการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของบุคคลที่ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี ก่อนลงมติให้ความเห็นชอบ

เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน ที่รัฐสภาแห่งใหม่ (เกียกกาย) ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ พร้อมด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พรรคอนาคตใหม่ ทั้ง 80 คน เข้ายื่นเอกสารคำร้องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้วินิจฉัยสมาชิกภาพของ ส.ส. เนื่องจากเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ

หลังจากพรรคอนาคตใหม่ตรวจสอบแล้วพบว่า มีกรณีเข้าข่ายจำนวน 30 คน รวมถึงยื่นหนังสือ ขอเสนอญัติ เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาและตรวจสอบคุณบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีด้วย โดยมี นายเจษ อนุกูลโภคารัตน์ ผบ.กลุ่มงานประสานการเมืองและรับเรื่องราวร้องทุกข์ สำนักงานประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้รับหนังสือทั้ง 2 ชุด

ปิยบุตรกล่าวว่าวันนี้ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ เดินทางมายื่นเอกสารต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร 2 รายการ คือ

– เรื่องแรก ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 เข้าชื่อ ส.ส.จำนวน 1 ใน 10 ขึ้นไป ร้องขอต่อ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยว่า มี ส.ส. ที่มีปัญหาเรื่องคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม

– เรื่องที่สอง ยื่นเรื่องขอยื่นญัตติให้สภาผู้แทนราษฎร มีการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของบุคคลที่ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี ก่อนลงมติให้ความเห็นชอบ

ปิยบุตรกล่าวอีกว่าเรื่องแรกเป็นการใช้สิทธิตาม มาตรา 82 ซึ่งตนเคยแถลงข่าวก่อนศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องและให้นายธนาธร ยุติการปฏิบัติหน้าที่แล้วว่า จำเป็นต้องขอสงวนสิทธิ์ในการใช้วิธีการ ช่องทาง การร้องเรื่องคุณสมบัติต้องห้ามของ ส.ส. ที่ถือหุ้นสื่อในทำนองเดียวกัน

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เราตรวจสอบแล้ว มี ส.ส. หลายท่านถือหุ้นบริษัทต่างๆ ที่หนังสือวัตถุประสงค์ของบริษัทนั้นมีเรื่องการประกอบกิจการสื่ออยู่ โดยรายชื่อของ ส.ส. 30 คนนั้น ประกอบด้วยพรรคพลังประชารัฐ 27 คน พรรครวมพลังประชาชาติไทย 1 คน พรรคประชาภิวัฒน์ 1 คน และพรรคชาติพัฒนา 1 คน

ตามกระบวนการแล้ว ประธานสภาผู้แทนราษฎรจะไม่มีอำนาจในการใช้ดุลยพินิจใดๆ ต้องส่งไปที่ศาลรัฐธรรมนูญอย่างเดียว ถ้ารายชื่อ ส.ส.ที่ลงชื่อครบ 1 ใน 10 และถ้าหากใช้มาตรฐานที่เท่าเทียมกันกับกรณีของนายธนาธร ซึ่ง กกต.ส่งเรื่องไปศาลรัฐธรรมนูญ และมีคำสั่งรับคำร้องและสั่งหยุดการปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. ถ้าใช้มาตรฐานเดียวกัน น่าจะเชื่อได้ว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะรับคำร้องภายใน 7 วัน และมีคำสั่งให้หยุดการปฏิบัติหน้าที่ด้วยเช่นกันสำหรับ ส.ส.ทั้ง 30 คน ปิยบุตร กล่าว

หนังสือถึงประธานสภาฯ รวมถึงรายละเอียดของเอกสารการถือหุ้นทั้งหมด จากพรรคอนาคตใหม่
https://drive.google.com/drive/folders/1czZbK96peI2h7ZDlFYRB7HTFfACe52LM?usp=sharing