ข่าวสดวันนี้ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แรมโบ้อีสาน

ณัฐวุฒิ ตั้งคำถาม หลัง แรมโบ้อีสาน รอดคดีบุกประชุมอาเซียน52

Home / ข่าวการเมือง / ณัฐวุฒิ ตั้งคำถาม หลัง แรมโบ้อีสาน รอดคดีบุกประชุมอาเซียน52

ประเด็นน่าสนใจ

  • ณัฐวุฒิ ข้องใจกระบวนการยุติธรรม หลัง แรมโบ้อีสาน พ้นคดีปิดล้อมประชุมอาเซียน ปี52
  • เหตุของการพ้นคดีของแรมโป้อีสาน อัยการให้เหตุผลว่า นำตัวบุคคลมาฟ้องไม่ทัน ทำให้คดีหมดอายุความ

เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2562 ที่ผ่านมา นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตแกนนำกลุ่ม นปช. ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงความเห็นถึงกรณีที่นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือ แรมโบ้อีสาน พ้นผิดในคดีเหตุการณ์กลุ่มคนเสื้อแดงล้มการประชุมอาเซียนเมื่อปี 2552 เนื่องจากอัยการอ้างว่า คดีขาดอายุความเพราะ นำตัวบุคคลดังกล่าวมาฟ้องไม่ทัน

โดยสาเหตุที่นายณัฐวุฒิ ออกมาแสดงความเห็นในเรื่องนี้ ไม่ใช่เพราะว่าคาใจที่อดีตเพื่อร่วมอุดมการณ์พ้นจากความผิด แต่อยากตั้งคำถามถึงผู้มีอำนาจ และกระบวนการยุติธรรมในสังคมไทยยังมีอยู่จริงใช่หรือไม่

ในเมื่อกลุ่มคนที่เห็นต่างจากรัฐบาลกลับถูกตามล่าเอาผิด ขณะที่คนๆ เดียวกันที่โดนคดีเดียวกัน แต่เปลี่ยนใจพลิกข้างไปอยู่อีกฝั่ง กลับลอยนวลไม่สามารถเอาผิดได้ดื้อๆ ลักษณะเช่นนี้เป็นการเลือกปฏิบัติเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง ? และตัวเขาเองเชื่อว่า ปาฏิหารย์แห่งหลักนิติธรรม ไม่มีทางนำสันติสุขคืนสู่สังคมไทยได้

เป็นเรื่องเข้าใจยาก อัยการอ้างนำตัวมาฟ้องไม่ได้ จึงทำให้คดีหมดอายุความ

ด้วยความสัตย์จริงผมไม่ติดใจหากใครที่เคยต่อสู้กันมาจะหลุดพ้นคดี เพราะพี่น้องผมทั้งแกนนำและมวลชนเป็นกลุ่มคนที่ต้องคดีความ และถูกกระทำสารพัดรูปแบบหนักหนากว่ากลุ่มใดๆ แต่คำอธิบายว่าขาดอายุความ(ช่วงกลางเดือน เม.ย. 62) เพราะนำตัวมาฟ้องไม่ได้ในคดีนี้ เป็นเรื่องที่ยังเข้าใจยาก

ผู้ต้องหาทั้ง 6 คนเป็นผู้สมัครส.ส.ต่างพรรค ยกเว้นคุณจตุพรซึ่งถูกตัดสิทธิ์แต่ก็เคลื่อนไหวในสนามเลือกตั้งอย่างต่อเนื่อง หลังการเลือกตั้งแต่ละคนยังปรากฏตัวในที่สาธารณะ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเป็นที่พบเห็นได้ทั่วไป แต่มีเพียงคนเดียวที่นำตัวมาฟ้องไม่ได้

ผม คุณวีระกานต์ นพ.เหวง เป็นผู้สมัครพรรคไทยรักษาชาติ คุณอดิศร พรรคเพื่อไทย คุณจตุพร เป็นกองเชียร์พรรคเพื่อชาติ ส่วนคุณสุภรณ์ ย้ายจากพรรคเพื่อไทยไปเป็นผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐ มีข้อแตกต่างกันทางคดีอย่างไรหรือไม่

มั่นใจเป็นการเลือกปฏิบัติเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง

เคยมีกระแสข่าวว่าคนบางกลุ่มใช้ประเด็นช่วยเหลือเรื่องคดีความ ชักชวนส.ส.ให้ย้ายไปอยู่พรรคที่ตั้งขึ้นใหม่ ไม่ทราบว่าคดีที่ผมพูดถึงอยู่มีตื้นลึกหนาบางเกี่ยวข้องอย่างไร

ยิ่งเห็นกรณีคุณอุตตม หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐที่เกี่ยวข้องกับคดีเงินกู้ธนาคารกรุงไทย แต่ไม่ถูกฟ้องดำเนินคดีเหมือนกรรมการคนอื่นๆก็ยิ่งไปกันใหญ่

สังคมใดที่กระบวนการยุติธรรมถูกใช้เป็นเงื่อนไขต่อรองผลประโยชน์ต่างๆได้ จะพูดถึงประชาธิปไตยและสันติสุขของประชาชนในมิติไหน

ย้ำอีกทีว่าคุณสุภรณ์พ้นคดีผมไม่อิจฉา ไม่คาใจ เพียงแต่สังเวชใจกับคำว่าอภินิหารทางกฎหมาย และปาฏิหารย์แห่งหลักนิติธรรมที่เกิดขึ้นเท่านั้น