พรรคอนาคตใหม่ ส.ส.

ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ แสดงจุดยืน! เล็งยื่นแปรญัตติอภิปรายให้ตั้ง กมธ. หลากหลายทางเพศ

Home / ข่าวการเมือง / ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ แสดงจุดยืน! เล็งยื่นแปรญัตติอภิปรายให้ตั้ง กมธ. หลากหลายทางเพศ

ส.ส. หลากหลายทางเพศ พรรคอนาคตใหม่ ไม่เห็นด้วย ร่างข้อบังคับฯ ไร้ “กมธ. ด้านสิทธิความหลากหลาย-เท่าเทียมทางเพศ” เล็งยื่นแปรญัตติอภิปราย 

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ และคณะทำงานเพื่อความเท่าเทียมทางเพศของพรรคอนาคตใหม่ แถลงข่าวไม่เห็นด้วยกับข้อสรุปการพิจารณาล่าสุดของคณะกรรมาธิการวิสามัญยกร่างข้องบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ไม่ให้ตั้ง คณะกรรมาธิการสามัญด้านสิทธิความหลากหลายทางเพศและความเท่าเทียมทางเพศ แยกต่างหากอีกคณะหนึ่ง แต่ให้รวมไปไว้กับ คณะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุและผู้พิการ

ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ กล่าวว่าขณะนี้คณะกรรมาธิการวิสามัญยกร่างข้องบังคับฯ ได้มีข้อสรุปการพิจารณาล่าสุดว่า ให้ประเด็นสิทธิความหลากหลายทางเพศถูกบรรจุอยู่ใน “คณะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุและผู้พิการ”

โดยจัดให้อยู่ในลำดับท้ายชื่อของคณะกรรมาธิการสามัญว่า “ผู้มีความหลากหลายทางเพศ” พรรคอนาคตใหม่มีความมุ่งมั่นตั้งใจในการทำงานเพื่อผลักดันประเด็นสิทธิความหลากหลายทางเพศมาตั้งแต่ช่วงหาเสียงเลือกตั้ง เรารู้สึกยินดีที่คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ยกร่างข้อบังคับคำนึงถึงมิติความหลากหลายทางเพศ และได้บวกรวมประเด็นสิทธิความหลากหลายทางเพศไปด้วย

แต่อย่างไรก็ตาม เรายังมีข้อกังวลและไม่เห็นด้วยกับการไม่ตั้ง คณะกรรมาธิการสามัญด้านสิทธิความหลากหลายทางเพศและความเท่าเทียมทางเพศ แยกต่างหาก และเห็นว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่สภาผู้แทนราษฎรของประเทศไทยจะต้องมีการจัดตั้ง คณะกรรมาธิการสามัญด้านสิทธิความหลากหลายทางเพศและความเท่าเทียมทางเพศ เป็นการเฉพาะ ไม่นำไปผนวกรวมอยู่กับประเด็นเฉพาะทางอื่นๆ ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ กล่าว โดยอธิบายเหตุผลต่อว่าเพราะ

1. ข้อมูลขององค์กร LGBT-Capital เมื่อปี พ.ศ. 2559 พบว่าประเทศไทยมีกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศอยู่เป็นจำนวนกว่า 4 ล้านคน ซึ่งสูงเป็นอันดับที่ 4 ของกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก นี่คือตัวเลขที่สามารถเก็บข้อมูลได้เท่านั้น ในความเป็นจริงแล้วอาจมีตัวเลขสูงถึงเกือบ 7 ล้านคน หรือคิดเป็น 10% ของจำนวนประชากรทั้งหมดในประเทศไทย 

2. รายงานวิจัยจากองค์การแรงงานระหว่างประเทศไทย โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) รวมถึงรายงานจากธนาคารโลก (World Bank) บ่งชี้และแสดงให้เห็นสภาพปัญหาการขาดกฎหมายคุ้มครองรับรองสิทธิและความเสมอภาคของบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งการไม่สามารถใช้สิทธิการสมรสได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การที่บุคคลข้ามเพศไม่สามารถแก้ไขข้อมูลประวัติทะเบียนราษฎร์ให้สอดคล้องกับเพศสภาพ หรือการบังคับใช้ พระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ.2558 เพื่อขจัดการเลือกปฏิบัติต่อบุคคลเหล่านี้ก็ดำเนินงานไปอย่างล่าช้าไม่ทันต่อสถานการณ์การเลือกปฏิบัติและการกีดกันด้วยเหตุแห่งเพศและการแสดงออกทางเพศ

3. ประเทศไทยในฐานะสมาชิกขององค์การสหประชาชาติมีพันธกรณีต่อกติกาและอนุสัญญาสากลด้านสิทธิมนุษยชน อาทิ กติกาสากลว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights – ICCPR) กติกาสากลว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม (International Covenant on Economic, Social and Cultural Rights – ICESCR)

อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีทุกรูปแบบ (Convention on the Elimination of All Forms of Discrimination Against Women – CEDAW) ซึ่งปัจจุบันได้ยกระดับให้คุ้มครองบุคคลในมิติทางเพศวิถี อัตลักษณ์ทางเพศ และการแสดงออกทางเพศ ตามหลักการยอกยาการ์ตา (The Yogyakarta Principles) อีกด้วย 

คณาสิต พ่วงอำไพ หัวหน้าคณะทำงานเพื่อความเท่าเทียมทางเพศ พรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ด้วยเหตุผล 3 ข้อที่กล่าวไปข้างต้น พรรคอนาคตใหม่เห็นว่าเป็นเหตุผลสำคัญอย่างยิ่งที่ประเทศไทยจำเป็นจะต้องมีการรับรอง คุ้มครอง สนับสนุน กฎหมายและนโยบายต่อบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศในทุกกลไกของรัฐ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลไกคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นกลไกสำคัญของฝ่ายนิติบัญญัติ พรรคอนาคตใหม่จึงเห็นว่าต้องมีการจัดตั้ง คณะกรรมาธิการสามัญด้านสิทธิความหลากหลายทางเพศและความเท่าเทียมทางเพศ เป็นการเฉพาะ ไม่นำไปผนวกรวมอยู่กับประเด็นเฉพาะทางอื่น

นอกจากนี้จากการรับฟังเสียงประชาชนและเครือข่ายองค์กรภาคประชาสังคมหลากหลายองค์กรก็มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน

ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ กล่าวว่า ส.ส. ของพรรคอนาคตใหม่จึงขอแสดงจุดยืน โดยเราจะดำเนินการยื่นแปรญัตติอภิปราย ร่างข้อบังคับฉบับดังกล่าวต่อไป เพื่อให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการสามัญด้านสิทธิความหลากหลายทางเพศและความเท่าเทียมทางเพศ แยกออกมาโดยเฉพาะ 

ดังนั้น เราขอเรียกร้องและเชิญชวนให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านร่วมกันประกาศจุดยืนสนับสนุนการทำงานด้านสิทธิความหลากหลายทางเพศ ทั้งในการตั้งคณะกรรมาธิการสามัญด้านสิทธิความหลากหลายทางเพศและความเท่าเทียมทางเพศ และการขับเคลื่อนประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสิทธิความหลากหลายทางเพศในสภาฯ ต่อไป

เพื่อจะได้บรรลุเป้าหมายในการยกระดับศักดิ์ศรี สิทธิของบุคคลที่ความหลากหลายทางเพศ ให้เท่ากับที่บุคคลทั่วไปในสังคมพึงได้ให้เกิดขึ้นจริงในประเทศไทย