ข่าวสดวันนี้ อุตตม สาวนายน แถลงงบประมาณ

อุตตม ชี้แจง “ชิม ช้อป ใช้” กระตุ้นเศรษฐกิจได้จริง ปัดแจกเงินไร้เป้าหมาย

Home / ข่าวการเมือง / อุตตม ชี้แจง “ชิม ช้อป ใช้” กระตุ้นเศรษฐกิจได้จริง ปัดแจกเงินไร้เป้าหมาย

ประเด็นน่าสนใจ

  • ในการประชุมสภาฯ อภิปรายในเรื่องของพรบ.งบประมาณ 2563
  • หลังจากมีฝ่ายค้านอภิปรายในประเด็นมาตรการชิม ช้อป ใช้ ของรัฐบาลว่า ไม่ตรงเป้า
  • นายอุตตม สาวนายน ได้ลุกขึ้นชี้แจง ย้ำว่า การกระตุ้นศก. ได้ผลจริง ไม่ได้เอื้อนายทุน และเป็นนโยบายที่คิดขึ้นอย่างรอบคอบแล้ว

นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง กล่าวชี้แจงในการประชุมสภาฯ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ว่า การจัดทำร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวนั้น

รัฐบาลให้ความสำคัญกับทุกมิติ ทั้งในเรื่องการสร้างประโยชนกับประชาชน เรื่องความถูกต้องตามกฎหมาย มีหน่วยงานพิจารณาแต่ละขั้นตอนให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้องก่อนจะนำเสนอต่อที่ประชุมสภาฯ

การทำร่างพ.ร.บ.งบประมาณนี้รัฐบาลได้ทำรายละเอียดที่มาและแหล่งรายได้ ซึ่งมีทั้งส่วนที่มาจากภาษี ส่วนที่ไม่ใช่ภาษี ซึ่งจัดเก็บโดยหน่วยงานอื่นๆ การส่งรายได้จากรัฐวิสาหกิจ ขณะที่การประมาณการรายได้ที่รัฐบาลคาดว่าจะจัดเก็บได้นั้น เราได้ทำอย่างรอบคอบผ่านกลไกที่มีคณะทำงานด้านเศรษฐกิจการเงินการคลัง อาทิ

สำนักงบประมาณ  กระทรวงคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) อีกทั้งการจัดทำงบประมาณฯ มีความสอดคล้องกับแผนแม่บทการพัฒนายุทธศาสตร์ชาติ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของประเทศ และแนวทางการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ

การใช้จ่ายกระตุ้นเศรษฐกิจ ได้คิดมารอบคอบแล้ว ไม่ใช่จ่ายเงินไร้เป้าหมาย

ทั้งนี้ เศรษฐกิจโลกถดถอยอีก และสงครามการค้าโลกส่งผลกระทบกับประเทศไทยที่พึ่งพาการส่งออก  รัฐบาลนี้ทำงานได้ 3 เดือนเศษ แต่ต้องประสบปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้จะต้องเร่งใช้จ่ายงบประมาณ ความท้าทายครั้งนี้ เราจะก้าวพลาดไม่ได้

รมว.คลัง กล่าวอีกว่า การเร่งการใช้จ่ายเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น  รัฐบาลมีการหารือในเรื่องนี้อย่างรอบคอบ ไม่ใช่การแจกเงินอย่างไร้เป้าหมาย โดยรัฐบาลมีหลัก 4 ข้อในการออกแบบมาตรการชุดเศรษฐกิจ คือ

  • ต้องแก้ตรงจุด 
  • มีความรวดเร็วทันการณ์
  • เป็นมาตรการชั่วคราว 
  • ดำเนินการด้วยความโปร่งใส และมีประสิทธิภาพ 

ส่วนกลุ่มเป้าหมายของเรา คือผู้มีรายได้น้อย  เกษตรกร โดยมาตรการ “ชิม ช้อป ใช้” เป็นมาตรการสำหรับประชาชนทั่วไป และเป็นหนึ่งในชุดมาตรการที่ใช้กระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงเป็นสิ่งที่ทำให้คนมีเงินจับจ่าย

ขณะที่ธุรกิจก็ได้ลูกค้า และที่สำคัญยังส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทยที่สร้างรายได้มหาศาลให้กับประเทศ และมาตรการ “ชิม ช้อป ใช้” ไม่ใช่การหว่านเงิน และร้านค้าที่ร่วมโครงการนี้ ร้อยละ 80 เป็นร้านค้ารายย่อย ร้านค้าขนาดเล็ก ไม่ใช่ห้างใหญ่ และคาดว่าจะมีจำนวนห้างใหญ่มาร่วมโครงการนี้ลดลง

ส่วนที่มีการดำเนินการผิดหลักเกณฑ์ยอมรับว่าก็มีบ้าง แต่เป็นส่วนน้อย เมื่อพบก็ได้ตักเตือน แต่ถ้าเกินขอบเขต ก็มีมาตรการจัดการ ทั้งการระงับสิทธิ์ เพิกถอนสิทธิ์ และดำเนินการตามกฎหมาย

ส่วนเรื่องสวัสดิการแห่งรัฐ มีการใช้ระบบอี-เพย์เมนท์ ตอนนี้กำลังต่อยอด ขยายผลอย่างกว้างขวาง ใช้เทคโนโลยีมาทำให้มาตรการนี้ไปสู่ประชาชน และจากนี้ไปสิ่งดีๆจะเข้าหาประชาชนตามมาแน่นอน

ยันข้อมูลของปชช. นำมาบริหารประเทศ ไม่ได้นำไปทำอย่างอื่น

สำหรับข้อมูลการจับจ่ายของประชาชนผ่านมาตรการระบบของรัฐ เรารวบรวมเพื่อนำไปใ่ช้ประโยชน์ในการบริหารประเทศ บริหารโครงการ ไม่ได้เอาไปทำอื่นใด ทั้งนี้การดูแลเศรษฐกิจไทย ต้องอาศัยทุกภาคส่วนมาช่วยกัน เพื่อทำให้คนในและคนข้างนอกมองเข้ามาด้วยความเชื่อมั่นต่อประเทศไทย

โดยเฉพาะสถาบันการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่มองว่าไทยมียุทธศาสตร์และเป้าหมายที่ชัดเจน และแข็งแกร่งเพียงพอทางการเงินการคลัง ซึ่งมูสดี้และเฟดจัดอันดับไทยว่ามีเสถียรภาพเชิงบวก

นายอุตตม กล่าวว่า ส่วนการจัดทำงบประมาณ เรื่องงบขาดดุล เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับประเทศที่กำลังเร่งพัฒนาเศรษฐฏิจ เร่งการลงทุน ปรับเปลี่ยนประเทศ บางอย่างต้องเริ่มวันนี้ เราต้องใช้นโยบายการคลังแบบขยายตัว เหมือนกับหลายประเทศ เพื่อให้การพัฒนาสอดรับสถานการณ์ปัจจุบัน

ทุกโครงการของรัฐบาล ต้องสอดคล้องกับวินัยทางการคลัง มั่นใจเก็บภาษีได้ตามเป้า

แต่ขอยืนยันว่าเรามีวินัยการเงินการคลัง ทุกโครงการต้องสอดคล้องกับ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง ขาดดุลได้เฉพาะการทำเพื่อสนับสนุนการลงทุน แต่รัฐบาลมีแนวทางชัดเจนว่าในการจัดทำประมาณในอนาคต ต้องเป็นงบประมาณสมดุล

โดยจะมีคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ซึ่งมีเป้าหมายการทำงบประมาณสมดุล ในปี 2573 สอดรับกับยุทธศาสตร์ชาติ โดยจากนี้ไปมุ่งลดการขาดดุลขอภาครัฐ

ส่วนการจัดเก็บรายได้ ซึ่งมีส.ส.บางคนบอกว่าประมาณการไว้มากเกินไปและรัฐบาลจะจัดเก็บรายได้ต่ำกว่าเป้า นั่นเป็นข่าวคลาดเคลื่อน ตนยืนยันว่างบประมาณปี 2562 รัฐบาลสามารถจัดเก็บรายได้เกินเป้า 13,000 ล้านบาท

เพราะจากปีที่ผ่านมารัฐสามารถจัดเก้บรายได้เกินเป้าถึงหมื่นสามพันล้านบาท โดยปีนี้มีเป้าหมายจะขยายฐานภาษีมากขึ้น จึงมันใจได้ว่าจะสามารถเก็บได้ตามเป้าอย่างแน่นอน