ข่าวสดวันนี้ ธนาธร ศรีสุวรรณ

ศรีสุวรรณหอบหลักฐานใหม่ยื่นอุทธรณ์ กกต. สอบ ‘ธนาธร’

Home / ข่าวการเมือง / ศรีสุวรรณหอบหลักฐานใหม่ยื่นอุทธรณ์ กกต. สอบ ‘ธนาธร’

ประเด็นน่าสนใจ

  • ศรีสุวรรณ จรรยา หอบหลักฐานใหม่ยื่นอุทธรณ์ต่อ กกต.กรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ถือหุ้น บริษัทไทยซัมมิท
  • ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม ที่ผ่านมา ซึ่ง กกต.ยกคำร้องกล่าวหา “ธนาธร” ปมจัดการทรัพย์สิน เข้าสู่ตำแหน่งการเมือง

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 24 ต.ค. 62 ที่ อาคารบี ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เดินทางไปที่ สำนักงาน กกต.เพื่อยื่นอุทธรณ์กรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ถือหุ้น บริษัท ไทยซัมมิท

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) มีคำวินิจฉัยที่ 152/2562 เมื่อวันที่ 16 ก.ย.62 ที่ผ่านมา โดยยกคำร้องกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ได้แถลงข่าวว่าเมื่อตนเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมืองจะโอนหุ้นของบริษัทมหาชน ในเครือซัมมิท ให้แก่บริษัทหลักทรัพย์ จัดการกองทุนภัทร จำกัด บริหารจัดการทรัพย์สินแทนในรูปของบลายด์ทรัสต์

โดยเป็นการโอนทรัพย์สินให้กองทุนเป็นผู้ดูแล ทำให้ผู้เป็นเจ้าของทรัพย์สินไม่สามารถเข้าไปเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการทรัพย์สินของตนเองได้ การโอนทรัพย์สินในลักษณะนี้เป็นมาตรฐานใหม่ ไม่เคยมีนักการเมืองคนใดทำมาก่อน กระทำโดยสมัครใจไม่ต้องมีกฎหมายมาบังคับ

ซึ่ง กกต.เห็นว่า การกล่าวอ้างของนายธนาธรในลักษณะเช่นนี้มีลักษณะเป็นเพียงการหาเสียงเลือกตั้งให้แก่ตนเองเท่านั้น ไม่เป็นการหลอกลวง หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ลงคะแนนให้แก่ตนเองหรือผู้สมัครอื่น จึงฟังไม่ได้ว่าเป็นการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืน พรป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2561 ม.73(5) จึงยกคำร้องนั้น

สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เห็นว่า การกระทำที่ผ่านมาของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เมื่อได้รับการประกาศรับรองให้เป็น สส.ระบบบัญชีเลือกตั้งของพรรคอนาคตใหม่จาก กกต. และมีการปฏิญาณตนเข้ารับตำแหน่งเมื่อ 25 พ.ค.62 แล้ว แต่จนถึงบัดนี้นายธนาธรยังไม่ดำเนินธุรกรรมการโอนหุ้นของบริษัทมหาชนในเครือซัมมิท ให้แก่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนบริหารจัดการทรัพย์สินแทนในรูปของบลายด์ทรัสต์ตามการแถงข่าวหาเสียงก่อนการเลือกตั้งแต่อย่างใด

ซึ่งปรากฏหลักฐานโดยชัดแจ้งว่าหุ้นของบริษัทมหาชนในเครือซัมมิทดังกล่าวนายธนาธรยังคงถืออยู่ ตามแบบแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของนายธนาธรที่ยื่นต่อ ป.ป.ช.เมื่อ 28 ส.ค.62 ที่ผ่านมา

เมื่อหลักฐานปรากฏโดยปริยายเช่นนี้ จะไม่เรียกว่าเป็นการหาเสียงหลอกลวงหรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ลงคะแนนให้แก่ตนเองหรือผู้สมัครอื่นได้อย่างไร หรือว่าจะมีงูเห่าเกิดขึ้นในศูนย์ราชการ

ดังนั้นสมาคมฯจำต้องนำหลักฐานดังกล่าวไปยื่นอุทธรณ์ต่อ กกต. เพื่อขอให้ทบทวนการวินิจฉัยดังกล่าวอีกครั้ง เพราะถือว่าเป็นข้อมูลใหม่ตามกฎหมาย ที่สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ โดยจะนำหลักฐานไปยื่นคำร้องในวันนี้