ส.ส.งูเห่า เพื่อไทย

เพื่อไทยตั้งกรรมการสอบ 3 ส.ส.เทใจให้รัฐบาล

Home / ข่าวการเมือง / เพื่อไทยตั้งกรรมการสอบ 3 ส.ส.เทใจให้รัฐบาล

ประเด็นน่าสนใจ

  • พรรคเพื่อไทย ​แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณี ส.ส.ของพรรค ไม่ปฏิบัติตามมติพรรคร่วมฝ่ายค้าน
  • ความผิดจะมีโทษหนักสุดคือ ไม่ให้ลงรับสมัครเลือกตั้งในครั้งต่อไป
  • สมพงษ์ หัวพรรคเพื่อไทย มองว่า การกระทำของรัฐบาลที่มีการซื้องูเห่านั้น แสดงให้เห็นถึงความกลัวในการตรวจสอบของรัฐบาล

นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยแกนนำพรรคเพื่อไทยแถลงข่าวถึงกรณีที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ของพรรค โหวตสวนมติพรรคกรณีตั้ง คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาผลกระทบการใช้อำนาจของรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และมาตรา 44 ว่า

ขณะนี้ทางพรรคได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ ส.ส.ทั้ง 3 คนแล้ว

โดยมี พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ เป็นประธานคณะกรรมการและจะใช้เวลาในการตรวจสอบภายใน 7-10 วัน โดยจะเรียก ส.ส. ทั้ง 3 เข้ามาให้เหตุผลถึงการโหวตสวนมติพรรค เมื่อตรวจสอบเสร็จแล้วจะส่งเรื่องให้หัวหน้าทำการพิจารณาต่อไป

เบื้องต้นหากพบว่า มีความผิดจะมีโทษหนักสุดคือ ไม่ให้ลงรับสมัครเลือกตั้งในครั้งต่อไป ทั้งนี้หากพบว่ามีการซื้อขายในการโหวตนั้นก็จะดำเนินการตามกฎหมายอาญา

ส่วนตามรัฐธรรมนูญ ส.ส. สามารถโหวตได้โดยอิสระ และต้องไม่ถูกพรรคครอบงำนั้นพรรคมีแนวทางของพรรคที่ ส.ส. ต้องปฏิบัติตามเพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เอกสิทธิ์ ก็เป็นในส่วนเอกสิทธิ์ แต่ ส.ส. ต้องปฏิบัติตามระเบียบของพรรคด้วย

หลังจากนี้ทางพรรคมองว่า การซื้องูเห่านั้นน่าจะมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ทางพรรคจึงต้องมีมาตรการเพื่อไม่ให้เกิดงูเห่าของพรรคขึ้นมาอีก

นายสมพงษ์ ยังกล่าวว่า การกระทำของรัฐบาลที่มีการซื้องูเห่านั้น แสดงให้เห็นถึงความกลัวในการตรวจสอบของรัฐบาล ถึงขั้นกล้าทำในสิ่งที่น่าละอายขัดต่อความรู้สึกของประชาขน ต่อความถูกต้องชอบธรรม ไม่สะทกสะท้านต่อความผิด

และยังมีข่าวอีกว่ามีการใช้เงินจำนวน 7-8 หลักเพื่อโน้มน้าวชัดจูงให้มีมติสนับสนุนฝ่ายรัฐบาลเพื่อไม่ให้ตั้ง กมธ. ศึกษาผลกระทบการใช้มาตรา 44 การซื้องูเห่าในแต่ละพรรคจึงถือว่าเป็นการขาดวินัยไร้จิตสำนึกของรัฐบาล

ส่วนกรณีพรรคเศรษฐกิจใหม่ที่มีการโหวตสวนมติ 4 คนนั้น นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค กล่าวว่า ได้มีการหารือกันบ้างแล้ว โดยในสัปดาห์หน้าจะมีการหารืออีกครั้งใน วิปฝ่ายค้าย เชื่อว่าขณะนี้พรรคเศรษฐกิจใหม่ก็กำลังตรวจสอบคนของตัวเองอยู่เช่นกัน

เมื่ออถามถึงการดำเนินการเอาผิด ส.ส.สถานหนักของพรรคคืออะไร นายชัยเกษม กล่าวว่า ในความเป็นสมาชิกพรรค ก็ต้องดำเนินการตามมติพรรค ส่วนจะลงโทษหนักแค่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงที่สอบได้ หากพบว่า ส.ส.ถูกชักจูงด้วยอามิสสินจ้าง ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย เพราะถือว่ามีความผิด หากทำผิดถึงขั้นร้ายแรงอาจถึงขั้นขับออกจากพรรค ไม่ส่งลงสมัครรับเลือกตั้งในครั้งต่อไป ซึ่งถือเป็นเรื่องร้ายแรงเพราะอนาคตการเป็น ส.ส.แทบจะเป็นหมดไป

เมื่อถามว่ารัฐธรรมนูญกำหนดให้เป็นเอกสิทธิ์ของส.ส. นายชูศักดิ์ กล่าวว่า แม้ว่ารัฐธรรมนูญและกฎหมายพรรคการเมืองเขียนไว้ว่าเป็นเอกสิทธิ์ของ ส.ส. แต่ ส.ส.ก็ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายพรรคการเมืองและข้อบังคับของพรรค เพราะ ส.ส.จะลงสมัครอิสระไม่ได้ ต้องสังกัดพรรคการเมือง ดังนั้น เมื่อพรรคมีมติ ส.ส.ต้องเคารพมติพรรค

นายภูมิธรรม กล่าวว่า คณะกรรมการฯ จะเข้าไปตรวจสอบขึ้นกับข้อเท็จจริง หากพบว่ามีการใช้เงินซื้อและมีการรับเงินจริง ก็จะดำเนินการเอาผิดทางอาญาต่อไปด้วย มาตรการสูงสุดคือขับออกจากพรรค ไม่ส่งลงสมัครไปจนถึงภาคทัณฑ์