พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา วันต่อต้านคอร์รัปชันสากล (ประเทศไทย)

“บิ๊กตู่” ชูกำปั้น คนไทยไม่ทนต่อการทุจริต เนื่องในวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล

Home / ข่าวการเมือง / “บิ๊กตู่” ชูกำปั้น คนไทยไม่ทนต่อการทุจริต เนื่องในวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล

ประเด็นน่าสนใจ

  • พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นประธานในพิธี เนื่องในวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล
  • ย้ำทำงานเหมือนเดิมและหนักกว่าที่ผ่านมา 5 ปีด้วย

วันนี้ ที่ อิมแพ็คเอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 6 ศูนย์แสดงสินคำและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางมาเป็นประธานในพิธี เปิดการประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริต วันต่อต้านคอร์รัปชันสากล (ประเทศไทย) ประจำปี พ.ศ. 2562 ซึ่งจัดขึ้นภายใต้หลักคิด ZERO Tolerance คนไทยไม่ทนต่อการทุจริต

ทั้งนี้พลตำรวจเอกวัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการ ป.ป.ช.กล่าวว่า การทุจริตส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตประจำวันของทุกคน โดยเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงทรัพยากรและโอกาสต่าง ๆ ทำลายความเชื่อมั่นต่อองค์กรภาครัฐ อีกทั้งยังเป็นภัยต่อสัญญาประชาคม ดังนั้น การทุจริตจึงขัดขวางความพยายามของพวกเราในการสร้างโลกให้ดียิ่งขึ้น

ขณะที่เราก้าวเข้าสู่ทศวรรษแห่งความมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ตามที่ได้กำหนดไว้ เราจึงต้องเพิ่มความพยายามในการขจัดการทุจริตและส่งเสริมธรมาภิบาลซึ่งเป็นสิ่งสำคัญหากเราต้องการสานต่อคำปฏิญาณสากลที่เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ในการที่จะเอาชนะปัญหาการทุจริตนั้น จะต้องสร้างสภาวะที่จำเป็นเพื่อจัดการกับความยากจนและความไม่เท่าเทียมกันอย่างมีประสิทธิผล

จากนั้น พลเอกประยุทธ์ได้ขึ้นกล่าวบนเวที ตอนหนึ่งว่าขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัล ถือเป็นตัวอย่างที่ดี จึงขอให้มีการขยายและนำร่องทำต่อไปให้มีความเชื่อมโยงกัน โดยรัฐบาลร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ช. สำนักงาน ป.ป.ท. องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) และภาคีเครือข่ายภาคประชาสังคมได้ร่วมกันจัดงานวันต่อต้านคอร์รัปชันฯ ขึ้น

เพื่อเป็นการแสดงจุดยืนร่วมกันของคนไทย และทุกภาคส่วนในสังคม ในการต่อต้านการทุจริต และตระหนักถึงภัยร้ายแรงของ ปัญหาคอร์รัปชัน ซึ่งถือเป็นปัญหาร้ายแรงที่ส่งผลเสียหายต่อประเทศ  ดังนั้นต้องสร้างจิตสำนึกและความร่วมมือโดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศไทยที่กำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านสู่สิ่งที่ดีกว่าในทุกมิติ

โดยรัฐบาลได้กำหนดนโยบายเร่งด่วน ในการแก้ไขปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ ทั้งฝ่ายการเมืองและฝ่ายราชการประจำ โดยได้ดำเนินการพัฒนา ปรับปรุงกฎหมายต่างๆ ให้ครอบคลุม และเป็นเรื่องที่ต้องแทรกอยู่ในการปฏิรูปทุกๆ ด้าน ทั้งในเรื่องความโปร่งใสในการดำเนินงานของภาครัฐ ส่งเสริมให้กระบวนการยุติธรรมปราศจากการแทรกแซงของนักการเมืองและผู้มีอิทธิพล

ตลอดจนการกำหนดให้มีการลงโทษผู้กระทำผิดกรณีทุจริตและประพฤติมิชอบอย่างจริงจังและรวดเร็ว ซึ่งทุกฝ่ายต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยตรวจสอบและเฝ้าระวังด้วย วันนี้ความคิดแตกต่างกันซึ่งถือเป็นประชาธิปไตย ขณะเดียวกันคนไทยจะต้องก้าวข้ามค่านิยมอุปถัมภ์และความเพิกเฉยต่อการทุจริตประพฤติมิชอบ รวมทั้งการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ต้องได้รับความไว้วางใจ และความเชื่อมั่นจากประชาชนว่าสามารถปกป้องผลประโยชน์ของชาติ 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ระยะที่ 3 พ.ศ. 2560 – 2564 ที่มีเป้าหมายให้”ประเทศไทยใสสะอาด ไทยทั้งชาติต้านทุจริต” โดยมุ่งหวังให้ระยะ 5 ปีข้างหน้า จะเป็นการปฏิรูปกระบวนการทำงานจากเดิม ไปสู่กระบวนการทำงานแบบบูรณาการทั้งระบบ อย่างไรก็ตาม แม้ปัจจุบันสถานการณ์การทุจริตในประเทศไทยดีขึ้นหลายมิติ

แต่ต้องเดินหน้าแก้ปัญหาต่อเนื่อง สิ่งสำคัญเรื่องกฎหมายที่ต้องมีการแก้ไข ปรับปรุงให้ทันสมัยต่อสากล แต่คนทุจริตคือคนไม่ดีที่เก่งหาช่องโหว่กฎหมายจนได้ ดังนั้นทุกคนต้องมีจิตใจเริ่มจากตัวเองก่อน ทั้งนี้เรามีหลักสูตรด้านการต่อต้านทุจริตที่กำหนดเป้าหมายให้สถานศึกษาทุกแห่งนำไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอน เพื่อปลูกฝังให้คนในชาติคิดถึงผลประโยชน์ของส่วนรวม มีจิตสาธารณะ และละอายต่อการทำทุจริตทุกรูปแบบ

ทุกคนต้องรู้จักคิดและนำมาปฏิบัติ มีจริยธรรม รู้ว่าชาติ รืออะไร ประเทศคืออะไร เพราะทุกคนเป็นส่วนหนึ่งของประเทศ นายกฯ ทำคนเดียวไม่ได้ วันนี้ผมทำงานเหมือนเดิมและหนักกว่าที่ผ่านมา 5 ปีด้วยซ้ำ มีหลายคนเรียกร้องใช้มาตรการเด็ดขาด แต่ตอนนี้ไม่มีแบบเดิมไม่มีมาตรา 44 แล้ว ทุกคนต้องเรียนรู้และการปรับตัวให้รู้แก้ปัญหาไม่เร็วแบบเดิมเพราะต้องใช้เวลา ฝากทุกคนช่วยคิดด้วย ส่วนการประเมินรัฐบาบเดี๋ยวรัฐบาลจะขึ้นจะลงผมไม่สนใจ คิดแต่ทำอย่างไร

วันนี้ต้องสร้างหลักคิดทำงานร่วมกัน จับมือเดินไปด้วยกัน และต้องไม่ใช้ความรู้สึกแก้ปัญหาและสร้างความขัดแย้ง ขณะเดียวกันทุกคนคาดหวังผม ผมเข้าใจและยอมรับ และผมจะทำให้มากสุดเท่าที่จะทำได้ ใจผมทำงานเกินร้อยและทุกคนทำงานหนักทุกเรื่อง ทางเศรษฐกิจสังคมวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมดังนั้นวันนี้ขอให้ทุกคนช่วยกันคิดและช่วยกันทำด้วย ใครทำแล้วก็ให้ทำยิ่งขึ้น ขอทุกคนช่วยทำความดี ทำให้ประเทศไทยเดินหน้าไปให้ได้

จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ ได้นำกล่าวปฏิญาณตน ประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริตว่า

“ข้าพเจ้า ขอประกาศเจตนารมณ์ว่า จะประพฤติปฏิบัติตน ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่กระทำการทุจริต จะยึดมั่นในความยุติธรรม ยึดถือประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน จักปกป้องเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยจิตอาสา พร้อมทำความดี ด้วยหัวใจ ตลอดไป “

อย่างไรก็ตาม​ก่อนเดินทางกลับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ร่วมถ่ายภาพเซลฟี่ร่วมกับน้องๆนักเรียนจากมูลนิธิครอบครัวพอเพียง โดยท่านนายกฯรับโทรศัพท์มาจากน้องๆและถือเซลฟี่ด้วยตนเอง