เทพไท ยัน ปชป.ไม่เคยคิดซื้อตัวส.ส. เข้าพรรค

Home / ข่าวการเมือง / เทพไท ยัน ปชป.ไม่เคยคิดซื้อตัวส.ส. เข้าพรรค

เทพไท? ยัน ปชป.ไม่เคยคิดซื้อตัวส.ส. เข้าพรรค สวนกลับ พท. เคยชินการซื้อตัวจึงปั่นราคา วอน ทักษิณ หยุดใส่ร้ายประเทศไทย แม้ไม่ชอบ รบ.? โต้? ภูมินทร์? ครม.ชุดใหม่ไม่อัปลักษณ์ ยัน ไม่เคย ซูเอี๊ย กับ ?สุวิทย์? เพื่อผลประโยชน์? ลั่น หากผลสอบของ กมธ.ทรัพย์ฯไม่เดินหน้า เตรียม เคลื่อนไหวต่อ

เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายเทพไท เสนพงษ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายพร้อมพงษ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การปรับคณะรัฐมนตรีโดยอ้างว่าพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาลได้ใช้เงินแปดหลักซื้อส.ส. พรรคเพื่อไทย นั้น ตนจึงอยากถามนายพร้อมพงษ์ ว่า ข้อมูลดังกล่าวได้มาจากไหนและพรรคการเมืองใดเป็นคนซื้อตัว ส.ส.พรรคเพื่อไทย ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ขอยืนยันว่า ไม่มีพฤติกรรมเช่นดังกล่าวและพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีความจำเป็นที่จะซื้อส.ส.เข้ามาในสังกัดพรรคโดยเด็ดขาด ซึ่งตนเข้าใจว่าเป็นการปั่นราคาหรือเป็นสำนึกของพรรคเพื่อไทยที่เคยชินกับการใช้เงินซื้อตัวส.ส.เข้ามาในพรรคจึงมีจินตนาการถึงฝ่ายรัฐบาลด้วย

นายเทพไท กล่าวว่า ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทยออกมาเคลื่อนไหวในลักษณะการแก้ต่างและปกป้องกลุ่มนปช.ว่า พรรคเพื่อไทยพยายามบิดเบือนความจริงและกล่าวหาว่าชายชุดดำที่ปรากฏตามสื่อต่างๆ เป็นเจ้าหน้าที่ทหารโดยเรื่องดังกล่าวนั้นพรรคเพื่อไทยพยายามทุกวิธีทางเพื่อโยนความผิดมาให้รัฐบาล ซึ่งเป็นการเป้าหมายของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ อยากถามพรรคเพื่อไทยว่า ถ้าชายชุดดำเป็นทหารจริง แล้วเหตุการณ์ เมื่อวันที่ 10 เม.ย.ถึงต้องฆ่าทหารด้วยกันเอง โดยเฉพาะนายทหารที่สำคัญของกองทัพ เชื่อว่าหลังจากนี้ชายชุดดำจะปรากฏโฉมหน้ามากขึ้น ล่าสุดมีการเปิดโฉมหน้าชายชุดดำที่สี่แยกคอกวัวและมีการออกหมายจับไปแล้วดังนั้นจึงสามารถพิสูจน์ได้ว่าชายชุดดำที่พรรคเพื่อไทยกล่าวหาเป็นทหารจริงหรือไม่ หรือเป็นกองกำลังติดอาวุธที่เคลื่อนไหวคู่ขนานกับคนเสื้อแดง

นายเทพไท กล่าวว่า ส่วนการที่พรรคเพื่อไทยพยายามเคลื่อนไหวโดยอ้างว่า การใช้อาวุธสงครามที่ใช้กระทำต่อผู้ชุมนุมเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ นั้น ข้อเท็จจริงที่ปรากฏออกมาเป็นลำดับว่าการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงไม่ใช่เป็นการชุมนุมอย่างสันติ อหิงสา และปราศจากอาวุธ เพราะมีการพบอาวุธมากขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดมีการจับกุมผู้ต้องหาพร้อมอาวุธสงครามในคดีลักทรัพย์ที่จังหวัดนครศรีธรรมราชเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมได้ก็ให้การว่าอาวุธที่นำมาใช้ได้จากการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง ซึ่งแสดงว่าม๊อบเสื้อแดงเป็นม๊อบที่มีอาวุธสงครามและใช้ความรุนแรงจริงๆและพรรคเพื่อไทยที่อยู่เบื้องหลังการชุมนุมไม่ออกมายอมรับความจริง รวมทั้งพยายามเอาประเด็นเล็กๆมาบิดเบือนข้อเท็จจริงและใส่ร้ายรัฐบาล อย่างไรก็ตาม การที่หลายฝ่ายเกรงว่าคนเสื้อแดงที่เสียชีวิตจะตายฟรี นั้น ขอยืนยันว่ารัฐบาลพยายามไม่ให้ผู้ที่เสียชีวิตตายฟรีอย่างแน่นนอนโดยจะดำเนินการกับคนที่พาคนเสื้อแดงมาตายซึ่งส่วนหนึ่งยังหนีคดีอยู่มารับโทษให้ได้ อย่างน้อยเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อการเสียชีวิตของคนเสื้อแดง

?ส่วนพ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งเป็นผู้บงการตัวจริงได้ทวิสเตอร์ในลักษณะใส่ร้ายและเยาะเย้ยว่าประเทศไทยเลวร้ายกว่าพม่านั้น วันนี้ ถ้าพ.ต.ท.ทักษิณไม่คิดที่จะกลับ และไม่รักประเทศไทยกลับไปรักประเทศมอนเตเนโกรแล้ว ตนคิดว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ในฐานะเคยเป็นคนไทยคนหนึ่งก็ควรยุติการใส่ร้ายประเทศไทย? และขอให้หยุดการเคลื่อนไหวในลักษณะบ่อนทำลายชาติบ้านเมืองและอยากขอร้องห้พ.ต.ท.ทักษิณ ให้โอกาสกับประเทศชาติถึงแม้จะไม่พอใจการทำงานของรัฐบาลชุดนี้ แต่อย่าไปทำอะไรให้ส่งผลกระทบเกียรติภูมิของประเทศชาติ? นายเทพไทกล่าว

นายเทพไท กล่าวต่อว่า หลังจากการปรับคณะรัฐมนตรีแป็นที่เรียบร้อยแล้วรัฐบาลจะเดินหน้าสร้างความปรองดองให้เป็นจริงขึ้นมา ถึงแม้จะมีอุปสรรค์มากมายโดยเฉพาะสถานการณ์การเมืองของคนเสื้อแดงยังไม่นิ่งซึ่งจะเห็นได้จากการปิดสื่อของ คนเสื้อแดง เช่น สถานนี โทรทัศน์ ช่อง พีเพิร์ลแชแนล หรือ พีทีวี หนังสือพิมพ์ไทยเรดนิวส์ และหนังสือ วอยซ์ออฟทักษิณ ก็มีความพยายามทำสื่อใต้ดินออกมาแจกจ่ายในเขตรอบนอกปริมณฑล ซึ่งเป็นใบปลิวที่ตัดต่อภาพในลักษณะบิดเบือนข้อเท็จจริง รวมทั้ง การรวมรูปภาพบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เมื่อวันที่ 19 พ.ค. ซึ่งอาจเป็นการส่งสัญญานให้คนเสื้อแดงเห็นว่าบุคคลที่ปรากฏในภาพเป็นบุคคลที่คนเสื้อแดงต้องจับตาหรือต้องดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง รวมทั้ง เข้าใจว่าอาจเป็นการฉวยโอกาสหาเสียงเลือกตั้ง สข.ในวันที่ 6 มิ.ย. นี้

นายเทพไท กล่าวว่า การที่นพ.ภูมินทร์ ลีธีระประเสริฐ รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ในฐานะกรรมการบริหารพรรคเพื่อแผ่นดิน ออกมาวิพาษณ์การปรับครม. ในครั้งนี้ว่าเป็นนวัตกรรมอัปลักษณ์ โดยมีกลุ่มงูเห่าเข้าร่วมกับ ครม. ชุดนี้ อย่างไรก็ตาม การปรับครม. ครั้งนี้ ไม่ได้อัปลักษณ์ตามที่รองโฆษกรัฐบาลได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ เพราะการปรับครม. ในครั้งนี้รัฐบาลได้คำนึงถึงเสถียรภาพของรัฐบาลมากที่สุด

?การวิพากษ์วิจารณ์เรื่องงูเห่าเข้ามาสนับสนุนรัฐบาลก็อยากให้ดูข้อเท็จจริงในพรรคเพื่อแผ่นดินเพราะก่อนหน้านี้พรรคเพื่อแผ่นดินแบ่งออกเป็นหลายกลุ่มโดยมีบางกลุ่มสนับสนุนและอยู่ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลก็เป็นเรื่องธรรมดา แต่ในวันนี้กลุ่มที่เคยสนับสุนรัฐบาลได้ออกจากการเป็นกลุ่มร่วมและรัฐบาลก็เอากลุ่มใหม่ที่มาจากพรรคเพื่อแผ่นดินทั้งสิ้นดังนั้น หากมากล่าวหาว่ากลุ่มดังกล่าวเป็นงูเห่าจึงอยากถามว่ากลุ่มเดิมที่เคยสนับสนุนรัฐบาลเป็นงูเห่าหรือไม่? นายเทพไท กล่าว

นายเทพไท กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่นายเทวริศ นิกรเทศ โฆษกพรรคกิจสังคม ออกมาแสดงความเห็นเรื่องพรรคกิจสังคมไม่ได้ถูกปรับออกจากพรรคร่วมรัฐบาลซึ่งขอยืนยันว่าพรรคกิจสังคมไม่ได้ถูกยื่นอภิปรายไม่ว้วางใจจากพรรคฝ่ายค้าน และสมาชิกพรรคกิจสังคมได้โหวตการสนับรัฐบาลเช่นเดียวกับพรรคร่วม แต่โฆษกพรรคกิจสังคมอ้างว่าความขัดแย้งระหว่าง นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.กระทรวงทรัพยากรณ์และสิ่งแวดล้อมกับตนเป็นความขัดแย้งส่วนตัวและเป็นการสมประโยชน์ในการแต่งตั้ง ขอยืนยันว่า ตนกับนาย สุวิทย์ ไม่เคยมีเรื่องผลประโยชน์อะไรเป็นเรื่องส่วนตัวและตนได้เคลื่อนไหวเปิดโปงข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา แต่ที่หยุดการเคลื่อนไหวเพราะตนได้นำเรื่องที่เคลื่อนไหวยื่นต่อคณะกรรมาธิการทรัพยากรณ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้มีการสอบสวน นายสุวิทย์ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และกำลังรอว่าการสอบสวนมีความเป็นธรรมและความคืบหน้ามากน้อยเพียงใดถ้าไม่มีความคืบหน้าหรือมีการช่วยเหลือพรรคพวก ตนจะเคลื่อนไหวในโอกาสต่อไป

ทีมข่าว Mthai