ข่าวสดวันนี้ ยุบพรรคอนาคตใหม่ สหภาพนิสิตนักศึกษา

มวลชนรวมตัว จุดเทียนทวงคืนความยุติธรรม กรณียุบพรรคอนาคตใหม่

Home / ข่าวการเมือง / มวลชนรวมตัว จุดเทียนทวงคืนความยุติธรรม กรณียุบพรรคอนาคตใหม่

ประเด็นน่าสนใจ

  • ซัดการยุบพรรคอนาคตใหม่ คือ การไม่เคารพเสียงประชาชน
  • พร้อมชวนทุกภาคส่วนลุกขึ้นต่อต้านความอยุติธรรม เพราะถือเป็นหน้าที่

ที่ ลานปรีดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ กลุ่มสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) จัดกิจกรรม “ประเทศนี้ไม่มีความยุติธรรม” Flash Mob โดยมีนิสิตนักศึกษาและประชาชน ร่วมกันชูสามนิ้วเพื่อเป็นสัญลักษณ์หยุดความอยุติธรรมของประเทศไทย พร้อมจุดเทียนแสดงเจตนาทวงคืนความยุติธรรม จากกรณีการตัดสินยุบพรรคอนาคตใหม่

ทั้งนี้ กลุ่มสหภาพนักเรียนฯ ได้ออก แถลงการณ์สหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) ดังนี้ เรื่อง ขอประณามการยุบพรรคอนาคตใหม่ สถานการณ์ทางการเมืองนับแต่การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคมพ.ศ.2562 ฝ่ายอำนาจนิยมใช้วิถีทางและอำนาจนอกระบบแทรกแซงและบ่อนทำลายฝ่ายประชาธิปไตยเรื่อยมา

การยุบพรรคอนาคตใหม่ คือการใช้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นอาวุธ และ การบ่อนทำลายระบอบรัฐสภา

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การตัดสินยุบพรรคอนาคตใหม่ของศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้ (21 กุมภาพันธ์) สะท้อนให้เห็นเจตนาฉ้อฉลอย่างร้ายแรงของฝ่ายอำนาจนิยมถึงสองประการ คือ การใช้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นอาวุธ และ การบ่อนทำลายระบอบรัฐสภา

การยุบพรรคอนาคตใหม่นั้น เห็นได้ชัดว่าปราศจากความเป็นธรรมทั้งในเชิงเนื้อหาและกระบวนการ เพราะในเชิงเนื้อหา การยุบพรรคการเมืองเพียงเพราะเหตุแห่งการกู้เงินนั้นเป็นเหตุผลที่รับฟังไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง

และในเชิงกระบวนการ ศาลรัฐธรรมนูญก็มิได้มีแม้กระทั่งการไต่สวนพยานเพื่อให้ผู้ถูกร้องมีโอกาสได้ชี้แจง กระบวนการดังกล่าวจึงไม่อาจเรียกว่ากระบวนการยุติธรรมได้ ความอยุติธรรมและความขาดสามัญสำนึกในลักษณะนี้เกิดขึ้นมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดังจะเห็นได้ว่า คดีใดที่จะส่งผลกระทบต่อฝ่ายอำนาจนิยม เช่น

กรณีวินิจฉัยความเป็นเจ้าหน้าที่รัฐของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือกรณีเสียบบัตรลงมติร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ ฯ แทนกัน ศาลรัฐธรรมนูญล้วนแต่วินิจฉัยให้เป็นคุณต่อฝ่ายอำนาจนิยม

แต่คดีใดที่อาจใช้ทำลายฝ่ายประชาธิปไตยได้ เช่น กรณียุบพรรคไทยรักษาชาติ กรณีตัดสิทธิความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ศาลรัฐธรรมนูญมิได้ลังเลเลยที่จะวินิจฉัยให้โทษแก่ฝ่ายประชาธิปไตย แม้จะต้องใช้เหตุผลที่ค้านสายตาเพียงใด

นอกจากนี้ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 9 คนนั้น บ้างก็ได้รับคำสั่งจาก พล.อ.ประยุทธ์ให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อได้แม้จะหมดวาระดำรงตำแหน่งไปแล้ว บ้างก็ได้รับการแต่งตั้งจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ซึ่งแท้จริงเป็นสภาตรายางของ พล.อ.ประยุทธ์

จึงถือว่าตุลาการทั้ง 9 คนมีผลประโยชน์ต่างตอบแทนกับ พล.อ.ประยุทธ์และคณะทั้งสิ้น จึงเห็นได้ชัดว่า ศาลรัฐธรรมนูญนั้นมิได้ดำรงอยู่เพื่ออำนวยความยุติธรรมแต่ได้กลายเป็นอาวุธทางการเมืองของฝ่ายอำนาจนิยมอย่างเต็มตัว

การยุบพรรคอนาคตใหม่ เป็นความพยายามทำลายกลไกตรวจสอบรัฐสภา และไม่เคารพเสียงประชาชน

การยุบพรรคอนาคตใหม่ยังตอกย้ำให้เห็นถึงความพยายามบ่อนทำลายกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลในระบอบรัฐสภาของฝ่ายอำนาจนิยม เพราะการวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่ในวันนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันก่อนการอภิปรายไม่วางไว้ใจ ซึ่งเป็นกลไกการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลที่สำคัญที่สุดในระบอบรัฐสภา

นอกจากนี้ยังเป็นที่น่าผิดสังเกตว่า ศาลรัฐธรรมนูญประกาศวันอ่านคำวินิจฉัยคดีดังกล่าวเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น หลังจากที่มีการกำหนดวันเริ่มการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จึงถือได้ว่าเป็นความจงใจขัดขวางกลไกรัฐสภา มิให้ฝ่ายค้านได้ตรวจสอบรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะอย่างเต็มประสิทธิภาพ

โดยที่ก่อนหน้านี้ ฝ่ายอำนาจนิยมก็พยายามขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายค้านและรบกวนกลไกรัฐสภาหลายต่อหลายครั้ง เช่น การปล่อยให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสังกัดประพฤติตนไม่เหมาะสมและรบกวนการประชุม การวางตัวไม่เหมะสมของประธานรัฐสภาซึ่งสังกัดฝ่ายอำนาจนิยม

และการดึงตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายตรงกันข้ามให้มาสังกัดฝ่ายตนและที่สำคัญ การยุบพรรคอนาคตใหม่ถือเป็นการไม่เคารพเสียงของประชาชนกว่า 6,330,617 คนที่ใช้สิทธิเลือกพรรคอนาคตใหม่

จึงเห็นได้ชัดว่า แม้ พล.อ.ประยุทธ์และคณะจะอยู่ภายใต้ระบอบรัฐสภา แต่ก็มิได้ศรัทธาในระบอบรัฐสภาแม้แต่น้อย และมองระบอบรัฐสภาเป็นเพียงฉากละครเพื่อให้ตนสามารถสืบทอดอำนาจต่อไปได้เพียงเท่านั้น

ปลุกคนต่อต้านความอยุติธรรม ย้ำ ความอยุติธรรมเป็นกฎหมาย การต่อต้านจึงเป็นหน้าที่

สหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทยขอประณามการยุบพรรคอนาคตใหม่รวมถึงเจตนาที่อยู่เบื้องหลังทั้งปวง และขอเรียกร้องให้เพื่อนนักเรียน นิสิตนักศึกษา และเยาวชน รวมถึงพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วนรวมตัวเพื่อต่อต้านความอยุติธรรมที่เกิดขึ้น

เพราะหากสังคมนิ่งเฉยต่อการใช้อำนาจอย่างไม่เป็นธรรมของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาและคณะแล้ว พล.อ.ประยุทธ์พร้อมทั้งพรรคพวกฝ่ายอำนาจนิยมย่อมสามารถรักษาอำนาจและแฝงตัวในคราบประชาธิปไตยเช่นนี้ได้ต่อไป

“เมื่อความอยุติธรรมเป็นกฎหมาย การต่อต้านจึงเป็นหน้าที่”
สหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย
22 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2563