พันธมิตร เร่งรัฐเลิกข้อผูกพัน กัมพูชา

Home / ข่าวการเมือง / พันธมิตร เร่งรัฐเลิกข้อผูกพัน กัมพูชา

พันธมิตรแถลงการณ์เตือน ระวังเสียดินแดนอีก

23 กค. รายงานข่าวแจ้งว่า พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 9/2553? เรื่องคำเตือนสุดท้ายก่อนการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกครั้งที่ 34 โดยระบุว่า? ตามที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ยื่นหนังสือถึง นายอภิสิทธิ์ เวชชาวีวะ นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2552 โดยให้ดำเนินการยกเลิกแผนที่แสดงเส้นเขตแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา มาตราส่วน 1 ต่อ 200,000 ซึ่งจัดทำขึ้นโดยประเทศฝรั่งเศสแต่เพียงฝ่ายเดียว และผลักดันทหารและชาวกัมพูชาออกจากดินแดนไทยโดยไม่มีเงื่อนไขนั้น

แผนที่มาตราส่วน 1 ต่อ 200,000 ซึ่งจัดทำขึ้นโดยฝรั่งเศสแต่เพียงฝ่ายเดียวนั้น เป็นแผนที่ซึ่งขาดความชอบธรรม เพราะประเทศไทยไม่เคยยอมรับมาก่อน เพราะเหตุว่าได้ลากเล้นแผนที่ตามอำเภอใจโดยไม่ยึดหลักสันปันน้ำ และหลักธรรมชาติ ทำให้แผนที่ฉบับดังกล่าวได้รุกล้ำเข้ามาดินแดนไทยจำนวนมาก

บัดนี้เวลาได้ผ่านมา 8 เดือนกว่านับจากวันที่ได้ยื่นจดหมายข้อเรียกร้องดังกล่าว ผลปรากฏว่ารัฐบาลยังไม่ได้ประกาศยกเลิกข้อผูกพันระหว่างไทย – กัมพูชา ที่ยอมรับแผนที่มาตราส่วน 1 ต่อ 200,000 ซึ่งจัดทำโดยฝรั่งเศสแต่เพียงฝ่ายเดียวแต่ประการใด อันได้แก่ การไม่ประกาศยกเลิกบันทึกความเข้าใจการสำรวจและการปักปันเขตแดนทางบกปี 2543 (MOU 2543) ซี่งไม่ผ่านความเห็นชอบจากจากรัฐสภา ในประกาศยกเลิกบันทึก ความเข้าใจพื้นที่ทับซ้อนและการแบ่งผลประโยชน์ทางทะเลในอ่าวไทย (MOU 2544) ซึ่งไม่ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา ไม่ประกาศยกเลิกแผนแม่บทและข้อกำหนดหน้าที่ในการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดน ร่วมทางบก ของคณะกรรมมาธิการเขตแดนร่วมไทย – กัมพูชา ( TOR 2546) ไม่ประกาศยกเลิกแถลงการณ์ร่วม

ระหว่างไทย-กัมพูชาที่ยกปราสาทพระวิหารและพื้นที่โดยรอบให้กัมพูชาให้ เป็นมรดกโลกซึ่งจัดทำไว้เมื่อเดือนมิถุนายน 2551 ไม่ประกาศทบทวนเพื่อยกเลิกมติรัฐสภาเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2551 เรื่องกรอบการเจรจาข้อตกลงชั่วคราวไทย-กัมพูชา เกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนบริเวณเขาพระวิหาร และเอกสารกรอบการเจรจาสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก ไทย-กัมพูชา ตลอดแนวในกรอบของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม ไทย-กัมพูชา ซึ่งเท่ากับว่านอกจาประเทศไทยไม่ปฎิเสธแผนที่มาตราส่วน 1 ต่อ 200,000 แล้ว ยังมีพฤติกรรมสนับสนุนซ้ำแล้วซ้ำเล่าอีกหลายครั้งโดยไม่ได้มีการแก้ไขให้มี ความถูกต้องแต่ประการใด

เราเชื่อว่าการยอมรับ MOU 2543 ตั้งแต่สมัยรัฐบาลนายชวน หลีกภัย อันเป็นจุดเริ่มต้นของการยอมรับแผนที่มาตราส่วน 1 ต่อ 200,000 ซึ่งจัดทำโดยฝรั่งเศสแต่เพียงฝ่ายเดียวนั้น อาจทำไปด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ดังนั้นหากรัฐบาลนายอภิสิทธิ์มีความจริงใจควรใช้โอกาสนี้แก้ไขในสิ่งที่ผิด พลาดเพื่อรักษาอธิปไตยของชาติ และเพื่อรักษาผลประโยชน์ทางพลังงานในอ่าวไทยเป็นหลักสำคัญ

ผลจากการกระทำดังกล่าว ทำให้ฝ่ายกัมพูชาได้ยื่นเอกสารการลากเส้นตามแผนที่มาตราส่วน 1 ต่อ 200,000 ซึ่งรุกล้ำเข้ามาในดินแดนไทยขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการมรดกโลกหลายครั้ง ติดต่อกัน โดยที่ฝ่ายไทยก็ไม่ได้ปฏิเสธตัวแผนที่ดังกล่าวแต่ประการใด และเป็นผลทำให้ในทางพฤตินัยดินแดนไทยได้ถูกรุกล้ำเข้ามาเป็นจำนวนมาก ทั้งกองกำลังทหาร สิ่งปลูกสร้าง ชุมชม และการออกโฉนดโดยรัฐบาลกัมพูชา โดยฝ่ายไทยมิได้มีการผลักดันแต่ประการใด ทั้งๆที่สาเหตุดังกล่าวรัฐบาลสามารถอ้างเหตุในการยกเลิกข้อผูกพันระหว่าง ไทย-กัมพูชาทั้งปวงได้ทันที

เราขอให้รัฐบาลแสดงความจริงใจในการแก้ไขปัญหานี้ด้วยการปฎิบัติตามข้อ เรียกร้องของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยในการยกเลิกข้อผูกพันระหว่าง ไทย-กัมพูชาทั้งปวง และขอให้ผลักดันกองกำลังและชุมชนชาวกัมพูชาโดยทันที

ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกครั้งที่ 34 ระหว่างวันที่ 25 กรกฎาคม 2553-4 สิงหาคม 2553 การเข้าร่วมประชุมเท่ากับเป็นการยอมรับการกระทำของคณะกรรมการมรดกโลกตลอดจน เท่ากับยอมรับการใช้แผนที่ของกัมพูชา ตลอดจนการเข้าร่วมประชุมเพื่อเลื่อนการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกด้วยอ้าง เหตุผลว่าปักปันเขตแดนไม่แล้วเสร็จก็มิใช่การแก้ไขในเรื่องแผนที่ ซึ่งจัดทำโดยฝรั่งเศสแต่ประการใด เราขอเรียกร้องให้รัฐบาลไม่ส่งตัวแทนเข้าประชุมคณะกรรมการมรดกโลกครั้งนี้ ต้องทำหนังสือประท้วงการใช้แผนที่มาตราส่วน 1 ต่อ 200,000 ซึ่งจัดทำโดยฝรั่งเศสแต่เพียงฝ่ายเดียว ยื่นคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด และศาลรัฐธรรมนูญไทยกรณีการเพิกถอนเป็นเอกสารสำคัญในการขอให้คณะกรรมการมรดก โลกและองค์การยูเนสโกหยุดดำเนินการการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารและพื้นที่ โดยรอบอันถือเป็นพฤติกรรมที่ก้าวก่ายและแทรกแซงอธิปไตยของไทยอย่างร้ายแรง ตลอดจนประกาศไม่อนุญาตให้ 6 ชาติที่จะเข้ามาบริหารพื้นที่รอบปราสาทพระวิหารโดยเด็ดขาด และดำเนินการปกป้องอธิปไตยของชาติโดยทันที

เราขอเตือนเป็นครั้งสุดท้ายว่าหากไม่ปฎิบัติตามข้อเรียกร้องดังกล่าว ถือว่าความเสียหายทั้งปวงรัฐบาลต้องรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว

เรียบเรียงข่าวโดย Mthai news