นักศึกษา ผู้นำเชียร์ ธรรมศาสตร์ ร่วมบันทึกภาพน้อมรำลึกในหลวง ร.9

Home / ข่าวประชาสัมพันธ์ / นักศึกษา ผู้นำเชียร์ ธรรมศาสตร์ ร่วมบันทึกภาพน้อมรำลึกในหลวง ร.9

สุดประทับใจ นักศึกษา ผู้นำเชียร์ ธรรมศาสตร์ ร่วมบันทึกภาพน้อมรำลึกในหลวง ร.9

เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ที่ผ่านมา ทีมเชียร์ลีดเดอร์ธรรมศาสตร์พร้อมใจรวมกันนัดทำกิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยนัดรวมตัวกันที่อาคารคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เพื่อร่วมบันทึกภาพในโครงการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งริเริ่มโครงการและดำเนินการร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์

โดยวันนี้ทางคณบดีคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศาสตราจารย์ ดร. โกวิทย์ พวงงาม และอธิการบดี มหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ นายฉัททวุฒิ พีชผล ได้ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น และคณบดี คณะสังคมสงเคราะห์ ได้กล่าวชมเชยถึงการรวมตัวกันทำกิจกรรมของกลุ่มเชียร์ลีดเดอร์ธรรมศาสตร์ในครั้งนี้ว่าเป็นการรวมตัวของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการแสดงถึงความรัก ความเคารพ และเทิดทูนถึงพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง

เพราะพระองค์ท่านได้มอบสิ่งที่มีค่าและมีประโยชน์ยิ่งแก่ประเทศไทยให้พวกเราอย่างมากมาย การรวมตัวเพื่อจัดกิจกรรมในครั้งนี้จึงเป็นสิ่งแสดงออกให้เห็นว่ากลุ่มคนรุ่นใหม่มีความเข้าใจ มีความซาบซึ้ง และมีความรัก ความเคารพในพระองค์ท่านเป็นอย่างดี ส่วน นายฉัททวุฒิ พีชผล อธิการบดี มหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า

การแสดงออกถึงความรัก ความเคารพ ของกลุ่มนักศึกษาและผู้นำเชียร์ธรรมศาสตร์กลุ่มนี้ เป็นสิ่งที่น่ายินดีและน่ายกย่องเป็นอย่างยิ่ง เพราะการรวมตัวครั้งนี้มีความหมายที่แสดงถึงพลังความรักของกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่จะเป็นกำลังสำคัญของประเทศไทยในอนาคต โดยสังเกตได้จากสิ่งที่นักศึกษากลุ่มนี้ได้เขียนบรรยายความรู้สึกถึงพระองค์ท่าน ซึ่งจะเห็นว่ามีความหมายและเข้าใจถึงสิ่งที่พระองค์ได้มอบไว้ให้แก่คนไทยได้เดินตามรอยพระบาท เช่น

 


นายอมรินทร์ เลาหจีรพันธุ์ หนึ่งในผู้นำเชียร์ธรรมศาสตร์ ได้กล่าวบรรยายความรู้สึกถึงพระองค์ท่านว่า “ในทุกๆ วัน ช่วงเด็กๆ จะเห็นพระองค์ท่านผ่านทีวีทุกช่องเสมอ ได้เห็นถึงพระราชกรณียกิจต่างๆ ที่พระองค์ได้ทรงทำ ทำให้ตัวเราเองประทับใจในการทำงาน การใช้ชีวิตและการให้ในเรื่องต่างๆของประชาชนท่านจึงเป็นแบบอย่างในหลายๆ เรื่องในชีวิตของเรา

………………………………………..

นายชวิศ พิพัฒน์วีรวัฒน์ ได้กล่าวถึงพระองค์ว่า “ผมมีโอกาสได้รู้จักท่านตั้งแต่เด็ก ครอบครัวผมคอยเล่าเรื่องราวของท่านพูดถึงพระราชกรณียกิจของท่าน จนคำว่า “พ่อหลวงของชาวไทย” อยู่ในความทรงจำผมมาตลอด เมื่อโตขึ้นผมได้มีโอกาสศึกษา เห็นท่านตามสื่อต่างๆ มากขึ้น เห็นท่านทำเพื่อคนไทย อย่างไม่เหน็ดเหนื่อย จนมีอยู่ช่วงหนึ่งที่ผมคิดอยากเป็นแบบท่าน สามารถสร้างรอยยิ้มให้คนไทย จนวันนี้ ความคิดผมยังไม่เปลี่ยน แม้สิ่งต่างๆจะเกิดขึ้นมากมาย แต่ผมสัญญาว่าผมจะนำสิ่งต่างๆที่ท่านสอน มาสร้างรอยยิ้มให้ชาวไทย ขอบคุณครับ

………………………………………..

นายกันต์พงษ์ กุลธนาเรืองนนท์ ได้กล่าวสั้นๆ ถึงพระองค์ว่าขอพระองค์ทรงพระเจริญ ความรู้สึกนี้ไม่รู้จะอธิบายเป็นคำพูดยังไง ทั้งเศร้าเสียใจ ทั้งคิดถึง ทั้งทราบถึงความรักของพระองค์ อยากบอกทุกคนและพระองค์ ว่าคนไทยทุกคนรักและคิดถึงพระองค์มาก

………………………………………..

นายปุณยวีร์ เอกพันธ์กุล ได้กล่าวถึงพระองค์ท่านว่า “รู้สึกภูมิใจที่ได้เกิดมาในรัชสมัยของในหลวงรัชกาลที่ 9 มากครับ ผมคิดภาพไม่ออกเลยว่าถ้าผมเกิดช้าไปอีก 20 ปี แล้วเรื่องของในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นแค่เรื่องเล่า ที่ใครหลายๆคนพูดถึง ถึงแม้ว่าผมจะเกิดมาไม่ทันช่วงที่พระองค์ทรงงานแต่ผมก็ได้เห็นผลงานและภาพความประทับใจที่ประชาชนทุกคนมี คงเป็นโชคดีของพวกเราชาวไทยที่ครั้งหนึ่งเราได้มีศูนย์รวมที่ดีและเป็นสิ่งที่ค้ำจุนจิตใจพวกเรา”

………………………………………..

นางสาว พชร อตมศิริกุล หนึ่งในผู้นำเชียร์สุภาพสตรีคนเก่ง ได้กล่าวว่า “รู้สึกภูมิใจมากค่ะที่ได้เกิดในสมัยรัชกาลที่ 9 ถึงแม้ว่าจะเกิดไม่ทันในช่วงที่พระองค์ทรงงานหนักมาก แต่ก็ทราบถึงความรักอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ต่อประชาชนไทยทุกคนผ่านพระราชกรณียกิจและพระชีวประวัติของพระองค์ พอทราบถึง campaign นี้ก็รู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการแสดงความรักและระลึกถึงพระองค์ท่าน”

………………………………………..

นางสาวเจนจิรา ซื่อต่อศักดิ์ ได้กล่าวว่า “ความรู้สึกที่มีต่อในหลวงสำหรับข้าพเจ้าอธิบายเป็นคำพูดออกคงไม่หมด เพราะสิ่งที่ท่านทำเพื่อ ประชาชนทุกคนเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และมีค่ามากเหลือเกิน ข้าพเจ้าจะขอเกิดเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป ในหลวงเป็นบิดาของข้าพเจ้าอีกคนหนึ่ง ข้าพเจ้าพูดได้เลยว่า ไม่มีวันไหนที่ลูกไม่คิดถึงพระองค์”

………………………………………..

และนางสาวสุวพัชร หงส์หยก ได้กล่าวถึงพระองค์ว่า “หนูรู้สึกดีใจที่ได้เกิดมาบนแผ่นดินไทยที่มีพระเจ้าอยู่หัวเป็นกษัตริย์ที่เหนือกษัตริย์ทั้งโลก ท่านทรงเป็นเหมือนดวงใจของปวงประชาชนชาวไทย ท่านทรงงานหนักอย่างไม่เคยเหน็ดเหนื่อยเพื่อลูกของทุกคน สิ่งที่อยากทิ้งท้ายไว้และอยากฝากในฐานะคนไทยก็คือ หนูอยากให้คนไทยตอบแทนพระองค์โดยการเป็นคนดีของสังคม รักและสามัคคีกัน ทำทุกอย่างเพื่อส่วนรวมมากกว่าตนเองและทำทุกอย่างเพื่อประเทศไทยของเราค่ะ”

………………………………………..

การบันทึกภาพในโครงการฯ นี้ได้เริ่มจัดขึ้นมาตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยในแต่ละวันมีประชาชนให้ความสนใจเดินทางเข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมาก ซึ่งเมื่อบันทึกภาพแล้ว แต่ละท่านจะได้ภาพตัวเองปรากฏอยู่ในภาพฉากหลังที่จัดทำขึ้นพิเศษเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

แต่ละภาพฉากหลังที่จัดทำขึ้นนี้เป็นภาพที่ได้รับความอนุเคราะห์จากบรรดาเหล่าศิลปิน และช่างภาพที่มีชื่อเสียงในประเทศไทยที่ได้มีโอกาสบันทึกภาพพระองค์ท่านหรือวาดภาพถึงพระองค์ท่านในโอกาสพิเศษ ทำให้ภาพที่ประชาชนทุกท่านได้รับมีค่าควรแก่การเก็บรักษาเป็นอย่างยิ่ง

ทั้งนี้หากผู้สนใจอยากเข้าร่วมกิจกรรม สามารถเข้ามารอรับบริการได้ที่คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ โดยโครงการฯ เปิดให้บริการทุกวัน ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ โดยเริ่มแจกบัตรคิวสำหรับบันทึกภาพจำนวน 400 ใบในแต่ละวัน เริ่มแจกบัตรคิวตั้งแต่เวลา 8.30 น. เป็นต้นไป