แชร์ให้ถึงเด็กฝึกงาน! ทำยังไงให้ได้งานทำ ไม่ใช่แค่ถ่ายเอกสาร

Home / ข่าวสังคมออนไลน์ / แชร์ให้ถึงเด็กฝึกงาน! ทำยังไงให้ได้งานทำ ไม่ใช่แค่ถ่ายเอกสาร

แชร์ให้ถึงเด็กฝึกงาน! ทำยังไงให้ได้งานทำ ไม่ใช่แค่ถ่ายเอกสาร
ช่วงเดือนมิถุนายน เป็นช่วงที่หลายมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะน้องนักศึกษาปี 3 และ ปี 4 ต้องเข้ารับการฝึกงานจากองค์กรหรือบริษัทต่างๆ เพื่อฝึกฝนประสบการณ์ ซึ่ง MThai จะมาพูดถึงการฝึกงานและหนทางสู่อนาคตกันว่าฝึกยังไงให้ได้งานทำจริงๆ

ภาพประกอบข่าว
ภาพประกอบข่าว

 
สิ่งที่ควรเรียนรู้ จากการฝึกงาน
– สถานที่ฝึกงาน คือ องค์กรที่เราเลือกที่จะเข้าไปเรียนรู้ ก้าวแรกที่เข้าไปคือการนอบน้อมและเคารพทุกคนในองค์กรไม่เว้นแม้กระทั่งรปภ. และคุณแม่บ้าน จงจำไว้ว่า นักศึกษาฝึกงานเป็นจุดที่เล็กที่สุดขององค์กร การอ่อนน้อมถ่อมตนจะทำให้ผู้ใหญ่และพี่คนอื่นๆ เอ็นดูเราบ้าง (แม้บางคนเราจะไหว้ไปแล้วเค้าจะเมินก็ตามก็ขอให้อดทน)

– วัฒนธรรมองค์กร คือสิ่งสำคัญ เมื่อเข้าไปแล้วให้สำรวจวัฒนธรรมองค์กรว่าคนในบริษัท เข้าออกกันกี่โมง กินข้าวกี่โมง เมื่อเจอหน้ากันเขาทักทายกันยังไง ผังองค์กร ลำดับขั้น ใครเป็นหัวหน้า ใครเป็นผู้บริหาร ข้อห้ามของบริษัทมีอะไรบ้าง เช่น บางบริษัทซีเรียสเรื่องการตรงต่อเวลา บางบริษัทห้ามเอาอาหารหรือขนมไปกินระหว่างทำงาน บางบริษัทต้องแต่งกายสุภาพมากๆ เวลาทำงาน ซึ่งเมื่อเข้าไปแล้ว ต้องศึกษาให้ดี หัดเป็นคนช่างสังเกต รวมถึงจะได้เรียนรู้ว่าบริษัทแบบนี้หรือ? ที่เราอยากทำงานด้วยในอนาคต

– การสร้างความสัมพันธ์ นอกจากเราจะมีพี่เลี้ยงที่คอยแนะนำงานแล้ว หัดสร้างความสัมพันธ์กับพี่คนอื่นในองค์กรด้วย สังเกตให้ดีว่าพี่คนไหน นิสัยยังไง คนไหนน่าเข้าหาเพื่อทำความรู้จักและขอคำแนะนำในเรื่องงานได้ เพื่อจะเป็นสายสัมพันธ์ในการทำงานต่อไปในอนาคต
– ฝึกงานที่ได้ทำจริงๆ เมื่อเข้าไปอยู่ในบริษัทแล้ว ลองของานจากพี่เลี้ยงว่าจะให้เราสามารถช่วยทำอะไรได้บ้าง หรือ ขอโปรเจ็กต์เป็นชิ้นงานจริงๆ เพื่อนำไปเข้าแฟ้มสะสมผลงานไว้สมัครงานในอนาคต ประเภทงานถ่ายเอกสาร ทำพรีเซนเทชั่น เข้าเล่ม เย็บกระดาษ แบบนี้ถือว่าไม่เป็นการฝึกงาน ถ้าได้ทำงานประเภทนี้และเริ่มรู้สึกไม่โอเค ให้คุยกับพี่เลี้ยงได้เลย เพราะไม่เช่นนั้นเท่ากับว่า จบฝึกงานไปเราจะไม่มีผลงานอะไร เอาไปต่อยอดต่อได้เลย

 

ฝึกงานยังไงให้ได้งาน???

1.เป้าหมายในการฝึกงาน กำหนดเป้าหมายในการฝึกงานว่าเราเข้ามาในองค์นี้จะได้อะไรกลับไปบ้าง ? โดยเฉพาะผลงานที่เป็นรูปธรรม เมื่อกำหนดเป้าหมายแล้ว ให้กระตือรือร้นในการเดินสู่เป้าหมายนั้น พยายามทำตัวแอคทีฟตลอดเวลา ไม่ใช่นักศึกษาฝึกงานที่ไร้ศักยภาพอยู่ที่หน้าจอคอม ทำอะไรไม่ได้ จนพี่เลี้ยงไม่ป้อนงานให้ทำ ซึ่งแบบนั้นถือว่า ไม่โอเคแล้ว และเราต้องรีบปรับตัวโดยด่วน

2.ความคิดสร้างสรรค์ ใช้ความคิดในการทำงานให้มากที่สุดขุดเอาศักยภาพออกมา ใช้ไฟวัยรุ่นให้เป็นประโยชน์ เบิร์นออกมาให้เป็นชิ้นงานให้ได้ หากไม่รู้ให้ขอคำแนะนำจากพี่ๆในองค์กร เปิดรับความคิดใหม่ๆ จากผู้มีประสบการณ์ ลดอคติและอีโก้ของวัยรุ่นลง คุยกับพี่ในสายอาชีพเยอะๆแล้วเราจะได้รู้อะไรใหม่ๆความคิดใหม่ๆ มาสร้างงานให้เราดีขึ้น หรืออาจจะเรียนรู้จากข้อผิดพลาดจากสิ่งที่พี่ๆเค้าเคยผ่านมาแล้วก็ได้
3.สนุกกับการทำงาน ทำให้โลกนี้มีชีวิตชีวา วัยของนักศึกษาไม่ใช่วัยที่หมดอาลัยตายอยาก อยู่ในออฟฟิศ จงสนุกกับการฝึกงานและคิดว่ามันเป็นก้าวที่จะเชื่อมเราไปสู่โลกแห่งชีวิตจริง แต่อย่าสนุกจนเกินเลย ต้องรู้ด้วยว่าเวลาไหนควรเล่น เวลาไหนจริงจัง ที่สำคัญคือการพูดคุยเรื่องในแง่ลบขององค์กรบนโลกออนไลน์ เป็นสิ่งที่ไม่สมควรทำ เพราะอาจจะมีพี่ๆมาเห็นแล้วรู้สึกไม่ดีกับเราได้ การฝึกงานไม่ใช่เรื่องยากเพียงแต่มันเหมือนเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านของเราเท่านั้น ขอให้สนุกกับมันและทำให้เต็มที่ ไม่แน่ว่าหลังฝึกงานเสร็จอาจจะได้รับการทาบทามเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทก็ได้

MThai News