ข้อความเท็จ! โจรปล้นให้กดรหัสATMย้อนหลัง เพื่อแจ้งตำรวจ

Home / ข่าวสังคมออนไลน์ / ข้อความเท็จ! โจรปล้นให้กดรหัสATMย้อนหลัง เพื่อแจ้งตำรวจ

เตือนชาวโซเชียล อย่าหลงเชื่อข้อมูลเท็จ หากโดนโจรปล้นขณะกดเงินให้กดรหัสเอทีเอ็มย้อนหลัง เป็นการแจ้งตำรวจ

ขณะนี้กำลังเป็นที่ฮือฮาในโลกออนไลน์ สำหรับข้อความที่มีการแชร์ส่งต่อกัน โดยระบุว่า “ถ้าคุณถูกบังคับ ข่มขู่เงินจากโจรผู้ร้ายให้กดเงินผ่าน ATM ให้คุณกดรหัสกลับกัน เช่น รหัสของคุณ คือ 1234 แต่ให้คุณกด 4321 แทน เครื่องจะออกเงินมาให้คุณตามจำนวนที่คุณเบิก โจรจะไม่ทราบแต่ตำรวจจะทราบแล้วจะเข้าช่วยเหลือคุณ” ซึ่งข้อมูลดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ผ่านรายการโทรทัศน์ และยืนยันว่าวิธีการนี้ถูกใช้น้อยมากเพราะว่าคนไม่รู้ว่ามีวิธีการแบบนี้

ข้อมูลเท็จ! กดรหัสเอทีเอ็มย้อนหลัง เป็นการแจ้งตำรวจ

ระบบดังกล่าว ต่างชาติเรียกว่า “ATM SafetyPIN software” คือ โปรแกรมประยุกต์ที่มีกลไกให้ผู้ที่ถูกข่มขู่ให้ถอนเงินจากเครื่องรับจ่ายเงินอัตโนมัติ สามารถแจ้งตำรวจได้โดยใส่รหัสประจำตัวย้อนหลัง ระบบโปรแกรมประยุกต์นี้ได้คิดค้นและจดสิทธิบัตรโดยทนายรัฐอิลลินอยส์ ชื่อ Joseph Zingher (U.S. Patent 5,731,575)

แม้ว่าจะมีเรื่องหลอกลวงแพร่สะพัดว่าหากถูกข่มขู่ให้ถอนเงินแล้วก็ให้ใช้วิธีนี้เพื่อเรียกตำรวจมา แต่ที่จริงแล้ว ระบบนี้ไม่ได้นำมาใช้งานจริงโดยเครื่องรับจ่ายเงินอัตโนมัติเลยในปัจจุบัน

เหตุผลหนึ่งที่โปรแกรมนี้ไม่อาจใช้งานได้จริง เพราะถ้ามีการออกแบบให้เครื่องรับจ่ายเงินอัตโนมัติรองรับความสามารถในการรับรหัสผ่านย้อนหลังจริง รหัสผ่านที่เป็นเลขพาลินโดรม เช่น 5555 หรือ 2112 ก็จะไม่สามารถใช้ได้ เพราะจะทำให้การกดรหัสประจำตัวที่ถูกต้องกลายเป็นการกดรหัสฉุกเฉินไปด้วย

โดยข้อความลูกโซ่ดังกล่าว ระบุว่า

“If you should ever be forced by a robber to withdraw money from an ATM, you can notify the police by entering your PIN in reverse. For example if your PIN is 1234 then you would put in 4321. The ATM recognizes that your PIN is backwards from the ATM card you placed in the machine. The machine will still give you the money you requested, but unknown to the robber, the police will be immediately dispatched to help you. This information was recently broadcasted [sic] on TV and it states that it is seldom used because people don’t know it exists. Please pass this along to everyone possible. Australian Federal Police.”

อย่างไรก็ตาม ข้อความลูกโซ่นี้ยังคงแพร่หลายกันอยู่บนโลกโซเชียลตามประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทยด้วยเช่นกัน จึงขอเตือนสำหรับชาวโซเชียลหากได้รับข้อความดังกล่าว อย่าหลงเชื่อข้อมูลเท็จเหล่านี้

 

 

ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

ขอบคุณภาพ nationtv

MThai News