น้ำตาท่วมจอ! รถชนกวางป่าที่เขาใหญ่ เมื่อไรจะไม่เกิดขึ้นอีก

Home / ข่าวสังคมออนไลน์ / น้ำตาท่วมจอ! รถชนกวางป่าที่เขาใหญ่ เมื่อไรจะไม่เกิดขึ้นอีก

น้ำตาท่วมจอ! ภาพสะเทือนใจ รถชนกวางป่าที่เขาใหญ่ ชาวเน็ตถามเมื่อไรจะไม่เกิดขึ้นอีก

กลายเป็นเรื่องราวสะเทือนใจที่ถูกส่งต่อในโลกออนไลน์อย่างกว้างขวาง สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดในบริเวณอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กวางป่าเคราะห์ร้ายตัวหนึ่ง พยายามข้ามถนน แต่ถูกรถยนต์ขับพุ่งชนอย่างจัง ทำให้บาดเจ็บ และขาดใจตายไปในไม่ช้า ท่ามกลางผู้คนที่ไม่สามารถช่วยเหลือไว้ได้ทัน

รถชนกวางป่าที่เขาใหญ่ เมื่อไรจะไม่เกิดขึ้นอีก

โดยสมาชิกเว็บไซต์พันทิป ชื่อ SGT.AIRMAN ได้ตั้งกระทู้ “เมื่อไรเหตุการณ์แบบนี้จะไม่เกิดบนเขาใหญ่สักที (ภาพหดหู่มากผมดูแล้วน้ำตาไหลเลย) เหตุเกิด 27 ม.ค. 59” โพสต์ภาพกวางป่าที่ถูกรถชน พร้อมบอกเล่าเรื่องราวจากเพื่อนในกลุ่มเฟซบุ๊ก “จุดกางเต็นท์” ระบุว่า

“ระหว่างที่กลับลงมาจากผาเก็บตะวัน ใช้เส้นทางผ่านเขาใหญ่ จอดแวะที่เหวนรก แต่บังเอิญไปพบเหตุการณ์รถยนต์ชนกวางป่าที่กำลังข้ามถนน ทำให้กวางป่าได้รับบาดเจ็บสาหัส ขาหัก พยายามจะลุกขึ้นหลายครั้งแต่ก็ไม่ได้ ส่วนรถยนต์ที่ขับชนไม่สามารถไปต่อได้เช่นเดียวกัน เนื่องจากหม้อน้ำแตก เจ้าหน้าที่ได้แจ้งให้หน่วยสัตว์แพทย์มารักษา แต่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่หน่วยรักษาอยู่ที่จุดหนึ่ง ทำให้ผู้ที่เฝ้าดูเหตุการณ์ต้องพบกับภาพที่น่าสะเทือนใจ

ท่ามกลางความหวังที่จะให้เจ้าหน้าที่หน่วยรักษา เดินทางมาถึงจุดเกิดเหตุได้ทัน แต่เจ้าหน้าที่ในพื้นที่แจ้งว่า ท่าทางกวางป่าน่าจะไม่รอด เพราะบอบช้ำ มีเลือดคลั่ง และขาดน้ำ กระทั่งผ่านไป 1 ชั่วโมง กวางป่าเริ่มร้องและมีอาการกระตุก 5 ครั้ง ก่อนจะขาดใจตายต่อหน้าต่อตาผู้คน เป็นภาพที่แสนหดหู่”

ทั้งนี้ เจ้าของกระทู้ ยังได้ฝากไปถึงผู้ใช้รถใช้ถนนในพื้นที่ผ่าน ควรเคารพกฎอุทยานฯ เนื่องจากพื้นที่นี้เป็นพื้นที่ของสัตว์ป่า ระมัดระวังเรื่องความเร็วรถ จะได้ไม่เกิดภาพสุดสะเทือนใจแบบนี้ขึ้นอีก เพราะชีวิตสัตว์ป่าตัวหนึ่งมีค่ามากกว่าที่คิด

หลังจากเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก หลายคนรู้สึกเศร้ากับภาพเหตุการณ์ที่พบเห็น หนึ่งชีวิตสัตว์ป่าที่เสียไปจากน้ำมือมนุษย์อีกครั้ง อีกทั้งยังยกคำพูดของ “หมอล็อต” กับมาตรการ 4 ม. + 1 ระหว่างเข้าเขตอุทยาน ได้แก่ ไม่ให้อาหารสัตว์ ไม่ทิ้งขยะ ไม่ขับรถเร็ว ไม่ส่งเสียงดัง และ ไม่ปล่อยสัตว์ในพื้นที่ เพื่อเตือนใจนักท่องเที่ยวด้วย

 

ที่มา SGT.AIRMAN

MThai News