Drama Addict ข่าวจังหวัดเชียงราย ข่าวสดวันนี้ ข่าวหมอ

เพจดังฝากถึง ก.สาธารณสุข หลังดราม่าหมอหนุ่ม ทนระบบไม่ไหวขอลาออกจากงาน

Home / ข่าวสังคมออนไลน์ / เพจดังฝากถึง ก.สาธารณสุข หลังดราม่าหมอหนุ่ม ทนระบบไม่ไหวขอลาออกจากงาน

เพจ Drama-addict  โพสต์แนะกระทรวงสาธารสุข ปรับเปลี่ยนแนวคิดใหม่ป้องกันหมอไฟแรงลาออกจากงาน 

เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ เมื่อเพจดังอย่าง Drama-addict ได้มีการออกมาโพสต์แสดงความเห็นถึงกรณีที่มีนายแพทย์หนุ่มคนหนึ่งในพื้นที่ จ.เชียงราย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Benjapol Tuamsomboon ขอลาออกจากการทำหน้าที่หมอในพื้นที่ เนื่องจากทนกับระบบข้าราชการไทยไม่ได้ จากนั้นหมอหนุ่มคนดังกล่าวได้ทิ้งท้ายทำนอง ว่า  “เราใช้เวลา 6 ปี ในการสร้างหมอที่ดี 1 คน แล้วเราก็ใช้เวลาเพียงไม่กี่ปี ทำให้ทุกอย่างมันพังลงมา” (อ่านต่อ : Benjapol Tuamsomboon)

ซึ่งเพจดังได้มีข้อความระบุว่า  จุดโหว่จุดนึงของสาธารณสุขไทย คือการให้หมอเป็นผู้บริหาร อันนี้พูดจริง ลองนึกภาพตามนะ ตอนเรียนในมหาลัย หมอไม่ได้เทรนพวกการบริหารจัดการ พวกงานวัสดุ งานพัฒนาคุณภาพห่าเหวไรนี่ แทบไม่ได้เรียนเลย ตอนเรียนแม่งเรียนแต่รักษาคนไข้ หัตถการ วิธีซักประวัติ วิธีดูแลรักษา บลาๆ

พอจบมา มันก็ควรทำตามที่เรียนมา ก็รักษาคนไป ทีนี้มันมีอีโก้โง่ๆ ของคนในแวดวงนี้อยู่อย่าง คือคนที่จะเป็น ผอ. รพ. ได้ ต้องเป็นหมอเท่านั้น

พอหมอมาอยู่ตาม รพ. เล็กๆ ตามชานเมือง ไอ้ที่ขึ้นเป็น ผอ. ตั้งแต่หนุ่มๆ ก็เพราะเหตุผลนี้ล่ะ แล้วแม่งต้องมาเรียนรู้กันใหม่หมด เรื่องกฏหมาย การเซ็นเอกสารราชการ การจัดซื้อจัดจ้าง การประมูล บลาๆ แล้วไม่ใช่แม่งทุกคนที่เกิดมาเพื่อทำงานบริหาร บางครั้งคุณอาจเสียหมอดีๆ มีฝีมือไป แต่ได้ผู้บริหารโง่ๆ มาตัวนึง

จริงๆไม่จำเป็นเลย มึงให้คนที่จบบริหารมา มาเป็นก็ได้ไอ้ฉิบหาย แล้วให้หมอเป็นหัวหน้าแผนกอื่น ให้คำแนะนำผู้บริหารเวลาจะจัดซื้อจัดจ้างอะไรก็ว่ากันไป แต่ก็อย่างที่บอก อีโก้โง่ๆ ของคนในวงการนี้ ทำให้ ผอ. รพ ต้องเป็นหมอเท่านั้น และนี่คือความฉิบหายนึงของวงการ

ลองนึกภาพต่อ สมมุติ รพ. นึง โควต้ามีหมอ 4 คน 3 คนเป็นน้องๆ หมอที่จบใหม่ ก็มาใช้ทุน ไอ้คนหนึ่งที่เหลืออาวุโสละก็ขึ้นเป็น ผอ.   ตามหน้าที่ ผอ. มันก็ต้องไปประชุมนู่นนี่ บลาๆ สารพัด หรืออยู่ รพ .ก็งานเอกสารตรึม สุดท้ายหมอที่ทำงานตรวจ งานบริการจริงๆ เหลือ 3 คน อัตรากำลัง 4 คน แต่ทำงานจริง 3 คนนี่ตัวเลขต่างกันนิดเดียวก็จริง แต่ถ้าเทียบชั่วโมงขึ้นเวร ชั่วโมงที่ต้องออกตรวจคลินิค ราวด์วอร์ด บลาๆ แม่งต่างกันมหาศาลมาก

พูดง่ายๆ คือส่วนหนึ่งที่ทำให้หมอรุ่นใหม่ๆ ที่จบมาต้องทำงานหนัก ก็เพราะอีโก้โง่ๆ ของคนในแวดวงนี้ทั้งหมดด้วยอันหนึ่ง จริงๆ อยากให้คนที่พยายามยัดเยียดหมอรุ่นใหม่ๆ ให้ไปแบกรับงานบริหารได้เข้าใจซักทีว่า พวกกรูไม่ได้เรียนมาเพื่อสิ่งนี้ มึงไปเอาคนที่เรียนสายบริหารจริงๆ จังๆ มารับผิดชอบแทนมันจะตายรึไง ใช้คนให้ถูกงานน่ะ สะกดเป็นมั้ยคำๆ นี้

ข้อมูลข่าวจาก Drama-addict และ Benjapol Tuamsomboon