ครูบาน้อย จ. น่าน ออกจากถ้ำแล้ว ด้านชาวเน็ตสงสัยทำไม? ผมสวยหน้าใส ไร้หนวดเครา

Home / ข่าวสังคมออนไลน์ / ครูบาน้อย จ. น่าน ออกจากถ้ำแล้ว ด้านชาวเน็ตสงสัยทำไม? ผมสวยหน้าใส ไร้หนวดเครา
ครูบาน้อย
ดรามา ครูบาน้อย ออกจากถ้ำ หลังเข้าปฏิบัติธรรมนาน 3 ปี อึ้ง ผมสวย หน้าใส แต่ไร้เครา ด้าน พระมหาไพรวัลย์ แนะดึงสติ ชี้พฤติการณ์ ครูบาน้อย ไม่ใช่หลักพุทธ

รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (16 ต.ค. 60) ได้มีประชาชนจำนวนมากได้พากันเดินทางไปที่ พุทธสถานถ้ำเชตวัน ตำบลสันทะ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน เพื่อรอรับ พระมหาณัฐวุฒิ ญาณวิชชโย หรือ ครูบาน้อย ที่ได้ออกจากถ้ำเชตะวัน หลังจากจำพรรษานาน 3 ปี 3 เดือน 3 วัน ตั้งแต่เข้าพรรษาเมื่อปี 2557

โดยเพจ บ้านฮาอยู่น่าน ได้มีการโพสต์ภาพของพิธีการดังกล่าว ที่เผยให้เห็น ครูบาน้อย ผมยาว ห่มจีวรสีม่วง เดินออกมาจากถ้ำ ก่อนที่คณะศิษยานุศิษย์จะเชิญขึ้นเสลี่ยงเพื่อให้คณะสงฆ์และชาวบ้านที่ศรัทธาได้ชื่นชมบารมีของครูบาน้อยอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้เมื่อภาพดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นกันเป็นจำนวนมาก โดยมีทั้งชื่นชมศรัทธาในตัวครูบาน้อย และไม่เห็นด้วยกับการกระทำดังกล่าว ซึ่งกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยก็ได้มีข้อสงสัยว่า ทำไม ? ครูบาน้อยอยู่ในถ้ำนานถึง 3 ปี แต่ทำไมผมสวย รวมถึงหน้าใสไร้หนวดเครา

ครูบาน้อย จ. น่าน
ครูบาน้อย จ. น่าน

โดยเฉพาะผู้ใช้เฟซบุ๊ก บุญมา สองสี่เก้าเจ็ด ที่ได้แสดงความเห็นว่า หน้าใสหน้าเด้งหนวดไม่มีเล็บไม่ยาว ท่านเสยผมสวยมากยิ่งกว่าเจ้านางในละครหรือแม้นเมืองใน (รากนครา) เสียอีก ถ้าออกมาก่อนหน้านี้ (ก่อนละคร) แต้วณฐพรไม่มีสิทธิ์เกิดเจ้าแม้นเมือง)

แต่กระแสจิตของท่านแรงมากไม่ติดต่อใครหมายถึงการสื่อสารทั้งหมดทั้งการเขียนสั่งงาน แต่ลูกศิษย์ก็รับกระแสจิตได้จัดขบวนต้อนรับเสียใหญ่โต หรือว่าเป็นการสั่งการไว้ก่อนก็ไม่น่าจะใช่ เพราะว่าตั้งใจจะปฏิบัติถึง 3 ปี 3 เดือน 3 วัน ไม่น่าจะมาห่วงแค่การนั่งเสลี่ยงสร้างภาพ เพราะยอมเป็นผู้ปฏิบัติขั้นนี้ย่อมละแล้วซึ่งเกียรติยศซื่อเสียงจอมปลอม

ก่อนที่ พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ จะให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ ทุบโต๊ะข่าว ทางช่องอมรินทร์ทีวี ถึงเรื่องที่เกิดขึ้นว่า ในหลักทางพุทธศาสนานั้น การบำเพ็ญในลักษณะนี้ไม่มี จะมีก็แต่นักบวชนอกศาสนาเท่านั้น ซึ่งศาสนาพุทธนั้นจะเป็นการเข้านิโรธ คือการเข้าถึงความดับ หมายถึง การเข้าถึงความดับสัญญา หรือความจำ

และความดับเวทนา หรือความรับอารมณ์ทั้งหมด ซึ่งความดับเหล่านี้จะสามารถดับได้ถึง 7 วัน เรียกว่าเข้านิโรธสมาบัติ โดยจะไม่มีการฉันใด ๆ เลย ใน 7 วันนั้น จะแตกต่างจากครูบาน้อย ที่อ้างว่าไม่ปลงผม ฉันเฉพาะน้ำและผลไม้

ครูบาน้อย จ. น่าน
ครูบาน้อย จ. น่าน ออกจากถ้ำ

และการปฏิบัติของ ครูบาน้อย ครั้งนี้ เป็นการปฏิบัติของนักบวชฤาษี เนื่องจากตามหลักของพุทธศาสนานั้น พระวินัยระบุไว้ชัดเจนว่า พระภิกษุต้องปลงผม รวมถึงหนวดเครา ซึ่งในสมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้าก็เคยหาทางพ้นทุกข์ด้วยการทรมานร่างกาย แต่ก็พบว่าไม่ใช่แนวทางพ้นทุกข์ที่แท้จริง จนมาพบทางสายกลาง ไม่ใช่วิธีสุดโต่ง

ทั้งนี้ จากการตั้งข้อสังเกตกรณีนี้พบว่ามีความผิดแปลกไปจากแนวทางพระพุทธศาสนา คือพระภิกษุสงฆ์โดยหลักแล้วพ้น 7 วัน จะต้องออกบิณฑบาต และพุทธศาสนาไม่ได้สอนให้พระภิกษุสงฆ์อวดอ้างคุณวิเศษเด็ดขาด ซึ่งประเด็นนี้จึงอาจเป็นตัวที่ทำให้ชาวบ้านเกิดความเลื่อมใสขึ้น เพราะครูบาน้อย อยู่ในถ้ำ 3 ปี ไม่ฉันอะไรเลย และสิ่งเหล่านี้เองที่ชาวบ้านพากันเชื่อ แต่ส่วนใหญ่มักจะถูกหลอกทั้งนั้น

สำหรับ พระมหาณัฐวุฒิ ญาณวิชชโย หรือ ครูบาน้อย เป็นที่นับถือของชาวอำเภอนาน้อยและหลายจังหวัด แม้แต่ชาวพุทธในกรุงเทพฯ โดยก่อนหน้านี้ครูบาน้อยได้ประกาศตัดทางโลกนาน 3 ปี เข้ากรรมฐานในถ้ำ ไม่พบใครและไม่ให้ใครพบ ไม่เห็นแสงเดือนแสงตะวัน ฉันเพียงแต่ผลไม้และน้ำดื่ม โดยลูกศิษย์จะหย่อนเชือกลงไปในปล่องถ้ำบนภูเขา

ทั้งนี้ ครูบาน้อยได้เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ ตั้งแต่เป็นเณรอายุ 12 ปี จนบวชเป็นพระภิกษุ ปัจจุบันอายุ 26 ปี และเป็นผู้นำก่อสร้างพระธาตุ พระวิหาร และศาลาการเปรียญ วัดพระธาตุศรีสังฆรัตนคีรี ตำบลสันทะ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน แล้วเสร็จภายในเวลาเพียงแค่ 4 ปี