มอบตัวแล้ว! โจ๋สุดกร่าง เตะตาขี่ซาเล้งจนตกรถ

Home / ข่าวสังคมออนไลน์ / มอบตัวแล้ว! โจ๋สุดกร่าง เตะตาขี่ซาเล้งจนตกรถ
สน.ห้วยขวางเผย โจ๋สุดกร่างเตะตาขี่ซาเล้งจนตกรถ มอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว

วันนี้ (15 มี.ค.61) ศูนย์โซเชียลมีเดีย ศปก.ตร. รายงานความคืบหน้า กรณีที่โลกออนไลน์มีการแชร์คลิปวัยรุ่นชายคนหนึ่งขับขี่จักรยานยนต์เฉี่ยวชนคุณตาขี่ซาเล้ง โดยรถของวัยรุ่นชายคนดังกล่าวได้ล้มลง เจ้าตัวเกิดโมโหจึงเดินมาทำร้ายคุณตาจนได้รับบาดเจ็บ รายงานข่าวระบุว่า เหตุเกิดในพื้นที่ซอยชานเมืองแยก 2 ประชาสงเคราะห์ ดินแดง กรุงเทพมหานคร

จากคลิปที่นำมาเผยแพร่ผู้คนตั้งข้อสงสัยว่า ชายที่อยู่ในคลิปมีท่าทางคล้ายกับว่ากำลังเล่นโทรศัพท์อยู่ก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุ

คลิกอ่านข่าว >>> สุดบรรยาย!! ตาขี่ซาเล้งอยู่ดีๆ เด็กแว้นขี่รถมาเกี่ยวจนล้มเอง แถมวิ่งมาเตะจนตกรถ

ล่าสุด (15 มี.ค.61) สน.ห้วยขวาง ได้รายงานความคืบหน้าว่าผู้ต้องหาได้มามอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยได้มีการแจ้งข้อหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจของผู้อื่น อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 เบื้องต้นจะได้ดำเนินการ นำตัวผู้ต้องหาขออำนาจศาลฝากขังต่อไป

พ.ต.อ.กำพล รัตนประทีป ผู้กำกับการ สน.ห้วยขวาง เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบจับกุมชายวัยรุ่นในคลิปวีดีโอ กระทั่งเมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมาสามารถจับกุมตัว นายนราธร โสดติยัง อายุ 21 ปี ผู้ก่อเหตุได้ เบื้องต้นจากการสอบสวน นายนราธร รับว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง อ้างว่าเหตุที่ทำไป เกิดจากอารมณ์โมโห ที่ตนเองถูกชนแล้วหนีเรียกให้คู่กรณีหยุดแล้วไม่หยุด

อีกทั้งยังไม่ถามไถ่อาการบาดเจ็บของตน และยืนยันว่าขณะเกิดเหตุไม่ได้เล่นโทรศัพท์มือถือขณะขี่รถจักรยานยนต์ตามที่ลงข่าวในโซเชี่ยล ทั้งนี้ ตนพร้อมรับผิดทุกข้อกล่าวหา และพร้อมชดใช้ค่ารักษาพยาบาลให้จนกว่าจะหายดี ส่วนเหตุที่เกิดขึ้นตนเองรู้สึกผิด และอยากกราบขอขมาคุณตาในสิ่งที่ทำลงไป

ขณะที่ นางสาววนิดา มณีพันธ์ บุตรสาว นายจรูญ มณีพันธ์ อายุ 82 ปี ชายชราในคลิปดังกล่าว เปิดเผยว่า ขณะนี้อาการบิดาพ้นขีดอันตรายแล้ว เหลือรอเอ็กซเรย์สมองเพื่อตรวจดูความผิดปกติ โดยเรื่องที่เกิดขึ้นบิดาของตนยอมรับว่าจำรายละเอียดไม่ได้ เนื่องจากอายุมากและสายตาไม่ดี ขณะที่ตนเองได้พูดคุยกับผู้ก่อเหตุแล้ว ยอมรับว่าครั้งแรกรู้สึกโกรธ แต่ผู้เสียหายได้ขอขมาโทษ รับสารภาพว่าเป็นคนผิด อีกทั้งจะช่วยเยียวยาค่ารักษาให้ ซึ่งก็เห็นว่าเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นจากอารมณ์ชั่ววูบ ซึ่งอาจเกิดกับใครก็ได้ และอยากเรื่องนี้เป็นอุทธาหรณ์ให้ระวังไม่ควรขี่รถเร็ว และควรมีสติอยู่เสมอ