ผู้ปกครองโวย อ้างครู ร.ร.กีฬา ทำงานไม่เต็มที่ ทำลูกไม่ได้ฝึกซ้อมเท่าที่ควร

Home / ข่าวสังคมออนไลน์ / ผู้ปกครองโวย อ้างครู ร.ร.กีฬา ทำงานไม่เต็มที่ ทำลูกไม่ได้ฝึกซ้อมเท่าที่ควร
ผู้ปกครองโวย อ้างครู ร.ร.กีฬา ทำงานไม่เต็มที่ ทำลูกไม่ได้ฝึกซ้อมเท่าที่ควร ขณะที่ศิษย์เก่าเข้ามาแสดงความคิดเห็น เผย รร.สอนตามแผนการฝึก มองหากให้เด็กซ้อมหนักอาจมีผลกับร่างกาย

เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. 2561 เพจเฟซบุ๊ก Red Skull Phatthalung ได้โพสต์เรื่องราวของผู้ปกครองท่านหนึ่ง ที่ระบายความรู้สึกถึงกรณีที่ลูกสอบเข้าโรงเรียนกีฬากรุงเทพมหานคร ปีการศึกษา 2561 แต่ทุกอย่างกลับไม่เป็นอย่างที่คิด รู้สึกว่าครูบางคนทำงานไม่เต็มที่ ทำให้เด็กๆ ไม่ได้รับการฝึกซ้อมเท่าที่ควร โดยข้อความระบุว่า

ลูกสอบเข้าโรงเรียนกีฬากรุงเทพมหานคร ปีการศึกษา 2561 ค่ะ ลูกสอบเข้า ชนิดกีฬาว่ายน้ำค่ะ ปี 2561 รับนักเรียนกีฬา ว่ายน้ำ รวม ชาย-หญิง รับ 8 คน ลูกผ่านการทดสอบทั้งหมดค่ะ สอบทักษะด้านกีฬาผ่าน สอบสมรรถภาพทางกายผ่าน สอบสัมภาษณ์ผ่าน

พอลูกสอบได้ วันเข้าพักหอพัก มีระดับ ผอ.โรงเรียนกีฬา มีผู้หลัก ผู้ใหญ่หลายๆท่าน มาพูดถึงนโยบายต่างๆ การบริหารจัดการ คือ ทุกอย่างคนเป็นพ่อแม่ได้ฟังแล้วอุ่นใจ ตัดสินใจไม่ผิด ที่ส่งลูกเข้ามาในรั้วโรงเรียนแห่งนี้ แต่พอลูกได้เข้าไปอยู่แล้ว ทุกอย่างไม่ได้เป็นอย่างที่คิด ทุกอย่างไม่ได้เป็นเหมือนที่ผู้บริหารพูด ทุกอย่างตรงข้ามหมดค่ะ

เด็กๆ ควรได้รับการฝึกซ้อมอย่างเต็มที่ คือ ซ้อม 2 ช่วงค่ะ เช้า เย็น โดยโค้ชที่มีรายชื่อประจำที่สระ แต่ไม่มีการซ้อมตามแผน เช้าตื่นตี 5 ซ้อมจริง แต่เย็นไม่พาเด็กซ้อม ผู้ปกครองไปถามในไลน์กลุ่มคำตอบที่ได้ คือ เงียบค่ะ

ครูอยู่ในกลุ่มไลน์หลายคนไม่มีคำตอบใดๆ ผู้ปกครองเปลี่ยนกันถาม คำตอบแรกที่ตอบมา รอให้เด็กๆ ปรับตัว ปัญหานี้สะสมมานานจากรุ่นพี่ปีก่อนๆ เคยถามคนอื่นๆ ว่า เหตุใดไม่หาวิธีแก้ปัญหา คำตอบคือ ถ้าถามไปกลัวผลกระทบมาตกที่ลูก กลัวโค้ชไม่ผลักดันลูกของตัวเอง ปัญหาอื่นๆ พยายามขอให้ลูกปรับตัวแต่ปัญหาเรื่องการฝึกซ้อม เราในฐานะพ่อแม่รับไม่ได้ค่ะเฮีย

ครูผู้ฝึกสอนไม่ได้มองแบบอคตินะคะบนสระมีชื่อ ครูคนนี้เป็นผู้ฝึกสอน แต่พอเวลาซ้อม ไม่ใช่ครูท่านนี้ แต่เป็นนักเรียนเก่าที่เรียนจบไปแล้วกลับมาช่วยงานในนามจิตอาสา เราจะพยายามเน้นย้ำเรื่องฝึกซ้อมปัญหาอีกเยอะที่กองอยู่ เรามองข้ามไปค่ะ

หนึ่งเดือนผ่านไปยังวนเวียนอยู่จุดเดิมเคยคุยกันในครอบครัว ถ้าลูกไม่ได้รับการฝึกซ้อมต่อเนื่องแบบนี้สิ่งที่เราฝึกซ้อมมาหลายปี สูญเปล่าแน่นอนค่ะ เคยขอให้ลูกเปลี่ยนชนิดกีฬา แต่ลูกยืนยันไม่เปลี่ยน ลูกชอบกีฬาว่ายน้ำ ในเมื่อลูกชอบ เราก็หาสถานที่ที่ดี สถานที่ที่เราไว้ใจ ฝากลูกไว้กับรั้วโรงเรียนแห่งนี้ แต่กลับกลายเป็นว่าเราส่งลูกเรามาเรียน มาเล่นใช้ชีวิตให้หมดไปวันๆ

คือด้วยความคิดของชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่ง เราจะดิ้นรนแบบไหนเพื่อให้ลูกได้ฝึกซ้อมตามสมควรที่นักกีฬาเขาควรได้ซ้อม ยืนยันจะเอาลูกออกมาหาสโมสรเอกชนเข้า สามารถทำได้ค่ะเฮีย แต่ในเมื่อลูกใช้ความสามารถสอบเข้าตรงนี้ได้เเล้ว เด็กๆ ที่สอบเข้ามาตรงนี้มาจากทั่วประเทศค่ะเฮีย

ถ้าการดิ้นรนของแม่ในครั้งนี้ไม่มีการขับเคลื่อน สุดท้ายแล้วก็คงต้องเอาลูกออกค่ะ 25-29 มิถุนายน 2561 มีแข่งที่กรมพละศึกษาเด็กๆ ไม่ได้ซ้อมเต็มที่แบบนี้ ครูผู้ฝึกสอนมาบ้าง ไม่มาบ้างแบบนี้ ถ้าผลงานออกมาไม่ดีเท่าที่ควร เราจะทำอย่างใรดี

เราไม่ได้ดิ้นรนเพื่อกลั่นแกล้งใคร ดิ้นรนเพราะอนาคตของลูกค่ะ และดิ้นรนให้เด็กนักกีฬาที่มีฝีมืออีกหลายๆ คนในนั้น จากเด็กเก่งๆ สถิติดีๆ พอไม่ได้ฝึกซ้อมเต็มกำลังเป๋ค่ะเฮีย

อย่างไรก็ตาม เมื่อข้อความดังกล่าวได้มีการเผยแพร่ออกไป ต่างมีคนเข้ามาแสดงความคิดเห้นจำนวนมาก โดยบางส่วนเข้ามาตั้งข้อสังเกตุและต่อว่าถึงการทำหน้าที่ของครูผู้สอน ส่วนบางคนที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นอีกส่วน บอกว่า “ครูที่สอน ร.ร. กีฬา ทั้งตำแหน่งโค้ช/ผู้ฝึกสอน หรือครูพละ ที่พ่วงตำแหน่งผู้ฝึกสอน เวลาทำงานของคนเหล่านี้จริงๆ เริ่มตั้งแต่ 05.00 นะครับ

เพราะต้องปลุกเด็กๆ มาเตรียมซ้อมในช่วงเช้า เสร็จจากการซ้อมก็มีคาบสอนในช่วงเวลาราชการปกติอีก ช่วงเย็นก็ซ้อม เอาจริงๆ กว่าจะเลิกก็ 18.00+ เสร็จภาระกิจซ้อมเย็น ก็ต้องมาคอยดูแลนักเรียนรับประทานอาหารเย็น คอยรวมเด็กๆ ปล่อยเด็กๆ พักผ่อน ภาระกิจตรงนี้กว่าจะเสร็จ ก็แถวๆ 22.00+ เอาจริงๆ เวลาส่วนตัวไม่ค่อยมีครับ

นี่ยังไม่รวมเวลาเจ็บป่วยที่ต้องคอยพาไปส่ง รพ. และคอยดูแลกันอีกครับ และครู/โค้ชหลายๆ ท่าน ก็ไม่ได้เป็นข้าราชการ อาจจะเป็นแค่ลูกจ้างรายชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งก็น่าคิดว่าคนที่อดทนมาซ้อมกีฬาและทำหน้าที่ตรงนี้ ความมั่นคงไปอยู่ไหน …นี่อาจจะเป็นอีกสาเหตุ ที่ทำให้เกิดช่องว่างในการไปหารายได้พิเศษครับ”