ชื่นชม! ทีมสุขภาพอำเภอ ลุยถนนหฤโหด เข้าทำคลอดชาวบ้านพื้นที่ห่างไกล

Home / ข่าวสังคมออนไลน์ / ชื่นชม! ทีมสุขภาพอำเภอ ลุยถนนหฤโหด เข้าทำคลอดชาวบ้านพื้นที่ห่างไกล
ชื่นชม! ชาวเน็ตแห่แชร์ภาพสุดประทับใจ ทีมสุขภาพอำเภอ ลุยถนนหฤโหด เข้าทำคลอดชาวบ้านในพื้นที่ห่างไกล 

วันนี้(22 มิ.ย.) โลกออนไลน์ได้มีการแชร์เรื่องราวสุดประทับใจจากผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก ต้อม คนชายขอบ เผยภาพถนนดินสุดทุรกันดาร และรถพยายามฝ่าฝนบนถนนสุดพังนี้ พร้อมบอกเล่าระบุว่า

“#เรื่องเล่าจากชายขอบ “ทีมสุขภาพอำเภอท่าสองยาง ในวันที่ฝนตกหนัก 14 มิถุนายน 2561 เวลา 17.45 น. #หมอค่ะมีแม่คลอดลูกที่วะหมี่คีค่ะ ผมได้รับแจ้งจากหัวหน้าห้องฉุกเฉิน เสียงกระท่อนกระแท่นปนเสียงหายใจแรงๆ #แม่อายุ 23 ปี ท้องสี่ก่อนนี้ลูกแท้งและเสียชีวิตไปสองคลอดมาได้ 3 วันแล้วค่ะ

ก่อนคลอดชักเป็นสิบครั้งอ่อนเพลียมาก บ้านวะหมี่คีห่างจากโรงพยาบาลท่าสองยางกว่า 20 กิโลเมตร เป็นหมู่บ้านที่อยู่บนเขาค่อนข้างไกลและลำบาก สมัยที่ผมมาอยู่ที่นี่ปีแรก ๆ เราต้องเดินเท้าเข้าไป แต่ตอนนี้หน้าแล้งถนนก็ดีขับรถไปแค่ประมาณชั่วโมงก็ถึง #ผมว่าเราน่าจะเอารถพยาบาลขับเคลื่อนสี่ล้อไปรับได้นะ ผมตอบอย่างมั่นใจ #ค่ะเดี๋ยวหนูจะลองคุยกับน้องในทีมและน้องสาธารณสุขที่รับผิดชอบหมู่บ้านนั้นดู

เย็นวันนั้น เสียงฝนกระทบกับหลังคาดังจนแทบจะกลบเสียงสนทนา มีแอ่งน้ำขังอยู่เป็นจุดในบริเวณด้านหน้าโรงพยาบาล ฝนตกหนักมาได้ 6 วันแล้ว ไม่เห็นดวงอาทิตย์เลยบนดอยมีดินสไลด์หลายจุดมีร่องน้ำลึกๆ พาดผ่านถนนหลายเส้นชาวบ้านออกมาไม่ได้รถยนต์ 4WD พันโซ่ก็ไปไม่ได้ เสียงของทีมเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลและสาธารณสุขคุยกันเซ็งแซ่ ต่างคนก็เครียดกับเหตุการณ์ เพราะเราต่างก็ไม่อยากสูญเสียโดยเฉพาะชีวิตผู้คน เพราะการคลอดก็เป็นภาวะที่วิกฤตต่อชีวิตแม่และเด็ก

เมื่อผมได้รับรายงานอีกครั้ง ความคิดของผมเรื่องจะเอารถไปรับก็เงียบไป แล้วจะทำยังไงต่อ….ชาวบ้านเขาก็ไม่แบกมา เขากลัวแม่จะเป็นอะไร เพราะฝนยังตกอยู่ และระยะทางก็หลายกิโลเมตร เขาก็อยากให้เรานำรถยนต์ขึ้นไปรับ การที่เราจะขับรถขึ้นไปพวกเราก็มีความเสี่ยงเหมือนกันและก็มั่นใจว่าจะไปไม่ถึง นาฬิกาบอกเวลาว่าใกล้ 6 โมงแล้ว #เอาอย่างนี้แล้วกันพวกเราคงต้องรอและให้ทางชาวบ้านติดต่อเรามาอีกทีในวันพรุ่งนี้

ในกระท่อมไม้ไผ่เล็กๆ ยกพื้นสูงหลังคามุงหญ้าคา ตั้งอยู่ท้ายหมู่บ้าน มีลานหน้าบ้านที่ตอนนี้กลายเป็นบ่อโคลนขนาดย่อม ๆ ภายในกระท่อมแออัดไปด้วยคน สามสี่คน บันไดทางขึ้นเป็นลำไม้ไผ่พาดกับชานเล็กๆ ของบ้าน ในบ้านค่อนข้างมืด มีเพียงแสงไฟสลัว ๆ จากกองไฟซึ่งให้ทั้งแสงสว่างและความอบอุ่น

ห้องในบ้านมีอยู่เพียงห้องเดียวซึ่งเป็นทั้งที่กิน ที่นอนของสมาชิกทั้งสามคน มีเขียง หม้อสองใบที่ก้นหม้อดำเขรอะแขวนอยู่บนข้างฝา เสื้อผ้ามอมแมมไม่กี่ชุดซึ่งแขวนบนตะปูตอกอยู่ที่เสาไม้ของบ้าน แคร่เล็ก ๆที่ยื่นออกจากตัวบ้านมีจาน ช้อน และอุปกรณ์อีกไม่กี่อย่าง ฝาบ้านซึ่งเป็นไม้ไผ่มีขุยขาวๆ ฉาบเป็นจุด และเคลือบด้วยเขม่าและควันจากกองไฟ พื้นบ้านที่สร้างจากไม่ไผ่แผ่อยู่เต็มพื้นที่เวลาเดินไปมายุบยาบไม่มั่นคง

หมอตำแยซึ่งเป็นยายสูงอายุนั่งอยู่ข้างตัวของแม่ที่นอนโทรมอยู่ข้างๆ ใบหน้ามีเหงื่อเม็ดโป้ง มีกองเลือดปนน้ำคร่ำกลิ่นคละคลุ้ง และมีทารกตัว เย็น ขาวซีดไม่ไหวติง ตัวเด็กยังไม่เปื่อยแสดงว่าเพิ่งเสียชีวิตไม่นาน ก่อนหน้านั้น ทั้งหมอตำแย สามีและแม่ของเธอกำลังวุ่นวายเพราะตัวเธอชักเกร็งตลอด ก่อนจะคลอด พอคลอดเสร็จอาการชักเกร็งหายไปแต่แม่ที่พึ่งจะเสียลูกไปกลับอ่อนเพลีย ไม่มีแรง แม้กระทั่งการลุกนั่งยังต้องช่วยพยุง

ผ่านไปสองสามวันฝนยังไม่มีท่าทีว่าจะหยุดระดับน้ำที่แม่น้ำใกล้ตัวอำเภอสูงขึ้นจนท่วมที่ดินฝั่งตรงข้ามไปหลายไร่ เห็นเจดีย์สีขาวของฝั่งเมียนม่ามีระดับน้ำท่วมไปครึ่งเจดีย์ จนวันนี้วันที่ฝนเริ่มซาลง สามีของเธอจึงเดินมาหาจุดที่สามารถโทรศัพท์มาถึงโรงพยาบาลเราได้

เช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากที่พวกเรารอคอย เสียงโทรศัพท์ของชาวบ้าน แต่ก็ได้ยินแต่ความเงียบเหมือนไม่มีเหตุการณ์อะไร ฝนเริ่มมาห่างๆ แต่ท้องฟ้าก็ยังมืดไม่มีแสงแดด ตอนเช้าเจ้าหน้าที่สาธารณสุข (พนักงานสุขภาพชุมชน) ของเรา ได้ขี่มอเตอร์ไซค์เข้าไปตามผู้ป่วยที่บ้าน และต้องเดินไปอีกหลายกิโลกว่าจะถึงหมู่บ้าน ก็ยังไม่รายงานอะไรกลับมา

ในที่สุดเราก็ตกลงกันว่าเราจะเอารถพยาบาลขับเคลื่อนสี่ล้อไปพร้อมกับมอเตอร์ไซค์ของน้องเจ้าหน้าที่สาธารณสุขสองสามคน รถพยาบาลของเราไปได้แค่ค่อนทางก็ไปต่อไม่ได้ มีดินไสลด์มาปิดทาง ทีมพยาบาลจึงต้องรออยู่กลางทาง แล้วส่งรถมอเตอร์ไซค์วิบากพันโซ่ของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขขึ้นไปต่อ

เมื่อไปถึงบ้านผู้ป่วย มีครอบครัวของผู้ป่วยเฝ้าดู คอยบีบนวดตัว ป้อนข้าวต้ม สภาพร่างกายอ่อนเพลียดู เหลืองซีด พยุงตัวนั่งเองไม่ได้ต้องให้สามีช่วย พวกเราเข้าไปให้การปฐมพยาบาล วัดสัญญาณชีพ เธอถูกอุ้มและหามออกมาจากกระท่อม

ตัวเธอสั่นเพราะความเย็นจากลมที่มากระทบบนใบหน้า พวกเราช่วยเธอซ้อนมอเตอร์ไซค์ขับโดยสามี โดยนำผ้าห่มทอมือ ผืนสีน้ำตาลซีด ๆ มัดเอวตัวเองกับภรรยาไว้ ที่ไหล่ซ้ายมีขวดน้ำเกลือที่มีน้ำเกลือเหลือเพียงครึ่งขวดมัดเอาไว้ ฝนตกเป็นละอองเป็นระยะ ถนนที่ลื่นมีหลุมบ่อ บ่อโคลน บางช่วงเป็นเขาสูง ที่ห้ามพลาดหกล้มเป็นอันขาด

การขับขี่ที่มีผู้ป่วยซ้อนท้าย ต้องใช้ความชำนาญในการขี่เป็นพิเศษ ข้ามเขาและทางน้ำหลายจุดเป็นเวลากว่าชั่วโมง แล้วก็มาถึงจุดที่รถพยาบาลจอดไว้อย่างปลอดภัย พยาบาลให้การประเมินซ้ำพบว่าความดันโลหิตของผู้ป่วยสูง แต่ดูอ่อนเพลียมาก น้ำเกลือที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของเราให้ไว้ก็ยังไหลดีอยู่ ระหว่างทางกลับ ในจุดที่มีสัญญาณวิทยุก็มีการแจ้งมาที่โรงพยาบาลอย่างสม่ำเสมอ

ก่อนใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเพื่อพาผู้ป่วยมาถึงโรงพยาบาล ในเวลา 5 โมงเย็น เป็นการเดินทางที่ไม่ไกล สี่สิบกว่ากิโลเมตรแต่ใช้เวลากว่า 6 ชั่วโมงในการเดินทาง เมื่อผู้ป่วยมาถึงโรงพยาบาลพบว่าผู้ป่วยมีความดันโลหิตสูงมาก เพลียเนื่องจากความเข้มข้นเกลือแร่ในเลือดต่ำมาก

#แม้พวกเขาจะมีหลักประกันสุขภาพลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือนแต่ไม่ได้หมายถึงว่าทุกคนจะสามารถเข้าถึงบริการของโรงพยาบาลได้ทุกคน #นอกจากเงิน #ตัวชี้วัดต่างๆ #เพื่อจูงใจและติดตามการทำงานของบุคลากรแล้ว #การสร้างจิตวิญญาณของบุคลากรเพื่อให้เห็นคุณค่าของงานที่ทำ

#สร้างแรงบันดาลใจในการทำงาน #เพื่อสุขภาวะของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน ขอขอบคุณทีมสุขภาพของท่าสองยางทุกคนที่ทำให้คำว่า #สาธารณสุขเป็นสุขของสาธารณะอย่างแท้จริง นพ.ธวัชชัย ยิ่งทวีศักดิ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลท่าสองยาง จ.ตาก 18 มิถุนายน 2561″

ที่มา ต้อม คนชายขอบ