ข่าวจังหวัดนครศรีธรรมราช ข่าวสดวันนี้ พ.ร.บ.คุ้มครองสัตว์ วางยาหมา

ใครหนอช่างใจร้าย ภาพหมูทอดผสมเบ็ดตกปลา วางยาหวังฆ่าสุนัข – แมว

Home / ข่าวสังคมออนไลน์ / ใครหนอช่างใจร้าย ภาพหมูทอดผสมเบ็ดตกปลา วางยาหวังฆ่าสุนัข – แมว

ภาพเศร้า คนใจร้ายนำหมูทอดซุกเบ็ดตกปลาล่อวางยาหมา-แมวจรจัด ที่ จ.นครศรีธรรมราช โชคดีที่มีคนพบเห็นและนำไปทิ้งทัน

วันนี้ (5 เม.ย. 2562) โลกออนไลน์ได้เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เมื่อเพจ นครออนไลน์ ซึ่งเป็นเพจพูดคุยของประชาชนในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ได้มีการเผยแพร่ภาพสุดเศร้าเมื่อมีคนใจร้ายนำเนื้อหมูทอดที่ฝังด้วยตาเบ็ดตกปลา ก่อนนำไปกองไว้ข้างกองขยะ เพื่อวางยาฆ่าหมา-แมวที่อยู่บริเวณดังกล่าวหากมันกินเข้าไป โชคดีที่มีคนมาเห็นก่อนและเก็บไปทิ้งก่อนที่สัตว์จำพวกดังกล่าวจะมากินเข้าไป

ขณะที่ผู้โพสต์ได้มีข้อความระบุว่า  #โหดสัส !! ไม่รู้ใครเอาเนื้อหมูเกี่ยวตาเบ็ดไว้แล้วเอาไปกองให้หมาแมวมากิน ที่สวนสัตว์ทุ่งท่าลาด บริเวณทางไปกองขยะ (เก็บทิ้งเรียบร้อยแล้ว) #เมืองคอน
– ขอบคุณแฟนเพจครับ!!

ทั้งนี้เมื่อภาพดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ต่างเข้าไปสาปแช่งคนที่คิดและทำแผนร้ายดังกล่าวขึ้นมา เพราะไม่ว่าคนหรือสัตว์ มันก็คือสิ่งมีชีวิตเหมือนกัน

ถ้าจะทำแบบนี้ไปตีพวกมันให้ตายไปเลยดีกว่าพวกมันจะได้ไม่ทรมาน เข้าใจว่าไม่ชอบและเกลียดพวกมัน แต่ไม่มีสิทธิ์ไปทำร้ายมันเช่นนี้ ซึ่งหากใครรู้เบาะแสของคนที่กระทำเช่นนี้ควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เร่งจัดการ เพราะหากปล่อยไว้อาจไปก่อเหตุซ้ำได้

การทารุณกรรมสัตว์ถือว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ โดยผู้กระทำผิดมีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ และการวางยาหวังฆ่าแมวนี้ศาลได้มีการตัดสินลงโทษจริง โดยการตัดสินลงโทษในคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2558

เมื่อศาลจังหวัดแม่สอด ผู้พิพากษาได้ออกนั่งบัลลังก์พิพากษาคดีที่อัยการยื่นฟ้องนายทวีชัย ตันยี่ อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาในคดีวางยาเบื่อสุนัขพันธุ์บางแก้วของนายเอกลักษณ์ อุ่นแก้ว อายุ 28 ปี บ้านเลขที่ 492 ต.พระธาตุผาแดง อ.แม่สอด จ.ตาก จนเสียชีวิตไป 4 ตัว

โดยศาลพิเคราะห์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เห็นว่า จำเลยคือนายทวีชัยกระทำการทารุณกรรมสัตว์ อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ ที่มีผลบังคับใช้แล้ว มีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ และทำให้เสียทรัพย์ จึงลงโทษปรับกระทงละ 6,000 บาท สองกระทงรวมเป็นเงินค่าปรับ 12,000 บาท โทษจำคุกเป็นเวลา 4 เดือน

แต่จำเลยให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และจำเลยไม่เคยทำผิดมาก่อน โทษจำให้รอลงอาญาไว้เป็นเวลา 1 ปี ส่วนโทษปรับก็ลดให้กึ่งหนึ่ง คงปรับแค่ 6,000 บาท.