ข่าวสดวันนี้ ผงชูรส ส้มตำ

นิดเดียวจะหมดห่อ! จังหวะแม่ค้าเทผงชูรส เพิ่มความอร่อยส้มตำ

Home / ข่าวสังคมออนไลน์ / นิดเดียวจะหมดห่อ! จังหวะแม่ค้าเทผงชูรส เพิ่มความอร่อยส้มตำ

ประเด็นน่าสนใจ

  • คลิปแม่เทผงชูรสเกือบหมดห่อ หลังตำส้มตำครกใหญ่ขายให้ลูกค้า
  • คนในพื้นที่เผยเป็นเทคนิคของแม่ค้า และตำขาย 2 ครกต่อวันเท่านั้น
  • เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ จ.อำนาจเจริญ
  • ผงชูรสไม่ใช่สารพิษ แต่ควรบริโภคในปริมาณที่พอดี หากมากไปก็ส่งผลต่อสุขภาพได้

เป็นที่ทราบกันดีว่า ส้มตำหากจะอร่อยมีรสอันกลมกล่อมต้องชูโรงด้วยผงชูรส เครื่องปรุงสุดคลาสสิคที่ไม่สามารถแยกจากกันได้ แม่ค้าส้มตำร้านหนึ่งจึงจัดเต็มผงชูรส ใส่ลงในครกส้มตำที่เธอกำลังทำเพื่อเสิร์ฟลูกค้า ซึ่งจะว่าไปการปรุงรสส้มตำด้วยผงชูรสไม่แปลกอะไร หากไม่ใช่ว่าแม่ค้าคนนี้ใส่ไปจนเกือบหมดห่อ เหลือให้ดูต่างหน้าเพียงนิดหน่อยเท่านั้น

โดยเรื่องราวอันน่าตกใจ ถูกเผยแพร่ผ่านผู้ใช้เฟซบุ๊ก Tong Teerapat Songserm ที่เผยให้เห็นว่า แม่ค้ารายนี้กำลังตำส้มตำครกใหญ่อยู่ เธอจึงเทผงชูรสห่อใหญ่ใส่ในครกจนเกือบหมดซอง จากนั้นก็ใส่น้ำปลาจนหมดขวด ก่อนจะเคล้าให้เข้ากันเพื่อเตรียมเสิร์ฟให้ลูกค้า

เผยเป็นเทคนิคของแม่ค้า จนกลายเป็นของดีเมืองอำนาจเจริญ

ทั้งนี้เมื่อคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ต่างรู้สึกขนลุกไปกับสิ่งที่เห็น ก่อนที่จะมีคนเข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การตำลักษณะนี้เป็นเทคนิคเฉพาะของแม่ค้าจนกลายเป็นของดีเมืองอำนาจเจริญไปแล้ว

เนื่องจากเขาจะตำวันละ 2 ครกเท่านั้น คือสิบโมงเช้า แล้วก็สี่โมงเย็น จากนั้นแม่ค้าคนดังกล่าวก็จะตักใส่ถุงแบ่งขายให้ลูกค้าถุงละ 50 บาท ได้ประมาณ 70-80 ถึงต่อครก ซึ่งลูกค้าได้เข้ามาอุดหนุนอย่างไม่ขาดสายบางรายยืนรอนานถึง 3 ชั่วโมงก็มี

ครกนี้อยู่ที่ 4,000-5,000ค่ะคนอำนาจจะรู้ดี ครกหนึ่งได้ 70-80.ถุงค่ะ ครกละ 50บาท ครกใหญ่มาก..น้ำตาลปี๊บ 2 กิไลค่ะ

แกจะตำแค่วันละสองครกค่ะ คือสิบโมงเช้า แล้วก็สี่โมงเย็นเลยค่ะ..ลูกค้าต้องยืนรอ…ของดีเมืองอำนาจตำยายเพลิงค่ะ

กมลชนก สิงห์สวัสดิ์

สำหรับการกินผงชูรสนั้น ตามความเชื่อหากบริโภคมากๆ จะทำให้ผมร่วง และก่อมะเร็ง แต่กระนั้น รศ. ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก้ได้ออกมายืนยันว่าความเชื่อดังกล่าวไม่เป็นความจริง

ผงชูรสกินได้ไม่ทำให้ผมร่วง-เป็นมะเร็ง แต่ควรบริโภคด้วยปริมาณที่พอเหมาะ

เพราะ “ผงชูรสไม่ใช่สารพิษ” เป็นเพียงเครื่องปรุงรสอาหารเท่านั้น องค์ประกอบมี โซเดียม กับ กรดอะมิโนกลูตามิค (หรือแปลง่าย ๆ คือ เป็นเกลือของโปรตีน) ไม่ใช่สารพิษอะไร ถ้าไม่ต้องควบคุมโซเดียม (เช่น ความดันสูง) หรือกินมากจนเกินไป ก็ไม่ได้ต้องกลัวกัน… ที่เคยกลัวกันว่าจะทำให้ผมร่วงหรือเป็นมะเร็งนั้น มันแค่ความเชื่อตาม ๆ กันมากอย่างผิด ๆ เอง

แต่กระนั้นแม้ผงชูรสไม่ใช่สารพิษ ก็ควรบริโภคให้พอเหมาะไม่ควรมากเกินไป ไม่อย่างนั้นอาจจะก่อให้เกิดอันตรายได้ คือ

เกิดจากเกลือโซเดียม เพราะผงชูรสมีโซเดียมที่มาจากโซดาไฟเป็นองค์ประกอบสำคัญ ซึ่งเป็นอันตรายดังต่อไปนี้

ทำให้ภูมิต้านทาน หรือภูมิคุ้มกันของร่างกายลดลง
เพิ่มอันตรายต่อผู้เจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆ เช่น โรคไต ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจทำให้เกิดการคั่งในสมองของเด็ก เมื่อเด็กโตขึ้นจะเป็นคนปัญญาอ่อน ทำให้เด็กทารกเกิดอาการชักโคม่า

เกิดจากตัวผงชูรสแท้ ทำให้เกิดอันตราย ดังนี้

  • ทำให้เกิดอาการแพ้ผงชูรส ซึ่งจะมีอาการชาและร้อนวูบวาบที่ปาก ลิ้น ใบหน้า แน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก
  • ทำลายสมองส่วนหน้า ซึ่งควบคุมการเจริญเติบโตและระบบสืบพันธ์ของร่างกาย
  • ทำให้วิตามินในร่างกายลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วิตามินบี 6
  • เปลี่ยนแปลงโครโมโซม ทำให้ผิดปกติ เช่น ปากแหว่ง หูแหว่ง และจมูกวิ่น แขนขาพิการ
  • ทำลายระบบประสาทตา สายตาเสียหรือเกิดอาการตาบอด
  • ทำลายกระดูกและไขกระดูก ซึ่งเป็นส่วนที่ผลิตเม็ดเลือดแดงในร่างกาย ทำให้โลหิตจางได้
  • ทำลายระบบประสาทส่วนกลาง

แม้ผงชูรสจะมีส่วนที่ทำให้อาหารมีรสชาติอร่อยขึ้น แต่เชื่อเถอะว่าหากเราทานเข้าไปมากๆ มันจะเข้าไปสะสมในร่างกาย สุดท้ายคนที่แบกรับผลเสียหรืออันตรายต่างๆ ก็คือคุณเอง เพราะฉะนั้นหลีกเลี่ยงได้ก็จะเป็นผลดีต่อตัวคุณเอง