ข่าวสดวันนี้ ยาต้านHIV

เผยสาเหตุ นำยาต้าน HIV มาใช้รักษาไวรัสโคโรนา

Home / ข่าวสังคมออนไลน์ / เผยสาเหตุ นำยาต้าน HIV มาใช้รักษาไวรัสโคโรนา

ประเด็นน่าสนใจ

  • การนำยาต้าน HIV มาใช้รักษาไวรัสโคโรนา เพราะหาได้ง่าย และมีอยู่แล้วในโรงพยาบาล
  • ส่วนวัคซีนหรือยา anti virus รักษาเชื้อโคโรนาไวรัสยังไม่มี
  • ยันข่าวเชื้อไวรัสโคโรนาถูกดัดแปลงเป็นอาวุธชีวภาพนั้นไม่ใช่เรื่องจริง

จากกรณีที่เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้าง หลังปรากฏข้อความในโลกออนไลน์ว่า เชื้อไวรัสโคโรนาที่ระบาดอยู่ในขณะนี้ ถูกตัดแต่งพันธุกรรมร่วมกับเชื้อ HIV เพื่อใช้เป็นอาวุธชีวภาพ ทำลายล้างชาวจีนนั้น

เพื่อป้องกันการเข้าใจผิด อาจารย์ เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ไขข้อสงสัยถึงเรื่องที่เกิดขึ้นผ่านเพจ อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์ ว่า เรื่องนี้ไม่เป็นความจริง เชื้อไวรัสโคโรนา เป็นเชื้อที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ไม่ใช่อาวุธชีวภาพตามที่มีข่าวหลุดออกมาแต่อย่างใด

ส่วนที่มีการนำยาต้าน HIV มารักษานั้นเป็นเพราะ พวกมันมีกลไกการทำงานพื้นฐานที่คล้ายคลึงกัน ในการเข้าจู่โจมเซลล์ของผู้ป่วย นักวิจัยจึงพยายามเลือกยาที่สามารถใช้ได้ในการต้านไวรัสวงกว้างและหาได้ง่ายมาใช้ในการรักษาดังกล่าว

“ทำไมยาต้านไวรัส HIV จึงเอามาใช้รักษาเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2019 ได้”

เหตุผลหนึ่งที่คนสร้างข่าวลือปลอม ๆ ว่าเชื้อโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 นั้นเป็นอาวุธชีวภาพ ที่ตัดต่อพันธุกรรมร่วมกับเชื้อไวรัส HIV ก็คือการที่มีความพยายามจะนำเอายาต้านไวรัส HIV มาช่วยในการรักษาผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสด้วย

แต่เหตุผลจริง ๆ นั้น ไม่ใช่เพราะว่าเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้เป็นลูกผสมกับเชื้อไวรัส HIV แต่อย่างไร แต่เป็นเพราะว่าพวกมันมีกลไกการทำงานพื้นฐานที่คล้ายคลึงกัน ในการเข้าจู่โจมเซลล์ของผู้ป่วย

นักวิจัยจึงพยายามเลือกยาที่สามารถใช้ได้ในการต้านไวรัสแบบกว้างขวาง และสามารถจัดหาได้สะดวก มีปริมาณมากเพียงพอ อย่างเช่นยาต้านไวรัส HIV (คือ lopinavir/ritonavir) หรือแม้แต่ยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ (oseltamivir) ด้วยซ้ำครับ

ต่อไป เป็นรายละเอียดของเรื่องนี้นะครับ

  1. จนถึงวันนี้ยังไม่มีวัคซีนหรือแม้แต่ยา anti virus จำเพาะต่อเชื้อโคโรน่าไวรัสทั้งของมนุษย์และของสัตว์ แต่อย่างไร … ดังนั้น สิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลก โดยเฉพาะของประเทศจีน พอจะทำได้ในขณะนี้ คือการนำเอายาต้านไวรัสแบบกว้างขวาง (broad-spectrum antiviral drugs) ที่ยังมีอยู่ มาลองใช้รักษาไปก่อน
  2. ตัวอย่างของยาที่กำลังทำการทดลองใช้อยู่ขณะนี้ได้แก่ ยา Lopinavir /Ritonavir, ยา Nucleoside analogues, ยา Neuraminidase inhibitors (เช่น ยาโอเซลทามิเวียร์), ยา Remdesivir, สาร peptide (EK1),

    ยา abidol, ยา RNA synthesis inhibitors , ยาลดอาการอักเสบ (เช่น ฮอร์โมนต่างๆ) รวมไปถึงสมุนไพรจีนด้วย ซึ่งประสิทธิภาพและความปลอดภัยของยาเหล่านี้ ยังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบยืนยันทางการแพทย์
  3. มีการทดลองเบื้องต้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 2003 แล้ว โดยนำยา lopinavir และ ritonavir ซึ่งเป็นยา anti virus สำหรับรักษาเชื้อไวรัส HIV นั้น มาใช้กับผู้ป่วยโรค SARS จำนวน 31 คน พบว่ามันทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรค SARS เริ่มหยุดลง การทดลองนี้จึงยกเลิกไป
  4. สาเหตุหนึ่งที่ยาต้านเชื้อไวรัส HIV อย่าง lopinavir และ ritonavir ถูกหยิบขึ้นมาทดสอบใช้เพื่อรักษาคาโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2019 นั้น ก็เพราะว่ายาทั้ง 2 ตัวนี้ เป็นยาที่หาได้ง่ายและมักจะมีอยู่แล้วในโรงพยาบาลส่วนใหญ่ (รวมถึงกรณีของยาโอเซลทามิเวียร์ที่ใช้ต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ด้วย)
  5. สำหรับยาต้านไวรัสแต่ละตัวนั้นมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
  • Lopinavir เป็นยาต้านไวรัสแบบยับยั้งการทำงานของเอนไซม์โปรตีเอส (protease inhibitor) นิยมเอามาใช้ร่วมกับยายับยั้งเอนไซม์โปรตีเอสอีกตัวคือ ritonavir
  • Ritonavir เป็นยาต้านไวรัสที่ยับยั้งเอนไซม์โปรตีเอสที่ตับ คือ cytochrome P450-3A4 มักนิยมใส่ร่วมกับยาต้านไวรัสตัวอื่น เพื่อให้การทำงานของยานั้นดีขึ้น ยาตัวนี้นอกจากจะนิยมใช้ในการรักษาเชื้อไวรัส HIV แล้ว ยังใช้กับเชื้อไวรัสตับอักเสบซี
  • Oseltamivir) เป็นยาต้านไวรัสที่มีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์นิวรามินิเดส (neuraminidase inhibitor) ปรดติจะใช้รักษาและป้องกันเชื้อไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์เอและบี รู้จักกันในชื่อการค้าว่า ทามิฟลู

ข้อมูลจาก
https://www.ncbi.nlm.nih.gov/m/pubmed/31996494/
และ
https://www.theverge.com/…/coronavirus-treatments-universal…
และ
https://www.thelancet.com/…/PIIS0140-6736(20)30183…/fulltext