นวลนางในบานกระจก เปิดชีวิตรันทด ‘โสเภณี’ ซ่องเมืองศิวิไลซ์

Home / รายงานพิเศษ / นวลนางในบานกระจก เปิดชีวิตรันทด ‘โสเภณี’ ซ่องเมืองศิวิไลซ์

เมื่อพูดถึงเมืองอัมสเตอร์ดัม เมืองหลวงของประเทศเนเธอร์แลนด์ แม้จะเป็นเมืองเล็ก แต่เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในระดับโลก ทั้งยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก โดยยูเนสโก้

ท่ามกลางความเจริญก้าวหน้า และผลงานศิลปะชื่อดังที่เป็นไฮไลท์สร้างชื่อเสียงให้เมืองนี้ดังไปทั่วโลก เปรียบได้ว่า เมืองนี้เป็นเมืองสวรรค์ของคนรักการท่องเที่ยวท่ามกลางภูมิทัศน์ที่สวยงามก็ว่าได้ กระนั้นเองอีกมุมหนึ่งซึ่งเป็นด้านมืดของเมืองนี้  เมืองที่เต็มไปด้วยภาพลักษณ์ที่สวยงาม จะมีมุมเลวร้าย ซึ่งเป็นด้านมืดที่หลายคนไม่คาดคิด

แสงสีแดงสาดส่งไปทั่วทั้งพื้นที่ ในถนนที่เต็มไปด้วยธุรกิจค้าน้ำกาม อดีตหญิงที่ตกเป็นเหยื่อในวงการค้าบริการในย่าน Red light District  หรือที่ชาวไทยมักเรียกว่า ‘หมู่บ้านโคมแดง’ เมืองอัมสเตอร์ดัม ที่โด่งดังจากรูปแบบการค้าประเวณี ผ่านมุมมองสตรีในชุดวาบหวิว ในบานกระจกหน้าต่าง ที่ยืนโยกย้ายไปมาอวดโฉมยั่วยวนแขกผู้ชายที่ผ่านไปผ่านมาในย่านนี้ โดยพวกเธอสามารถเปิดกระจกออกมาคุยกับลูกค้า และบางร้านหากตกลงราคากันได้ ก็สามารถเดินเข้าไปปฏิบัติกิจหลังม่านด้านในได้ทันที

 

แม้เบื้องหน้าจะดูสวยงาม นางงามบานกระจกเหล้านี้จะดูชวนมองสำหรับลูกค้าผู้ชายมากหน้าหลายตาที่แวะเวียนเข้ามา แต่ใครจะรู้ว่า เบื้องหลังของผู้ค้าบริการทางเพศในย่านนี้จะโหดร้ายเพียงใด

แองเจลิกา วัยรุ่นชาวโรมาเนียวัยเพียง 22 ปี เผยเรื่องราวในระยะเวลา 5 ปี หลังจากที่เธอทิ้งชีวิตตัวเอง เดินทางมายังกรุงลอนดอน ขณะที่มีอายุได้เพียง 17 ปี ตามคำชักจูงของแฟนหนุ่ม ที่หลอกล่อให้เธอทิ้งบ้านเกิดมาเพื่อเป็นนักออกแบบทรงผม แต่เมื่อถึงที่หมาย เธอกลับถูกหักหลังและส่งตัวไปขายให้นายหน้าค้าเซ็กส์ในย่านที่เรียกกันว่า ‘หมู่บ้านโคมแดง’

แองเจลิกา เล่าถึงชีวิตในซ่องโสเภณีแห่งนี้ว่า เธอเป็นหนี้ 27,000 ปอนด์ หรือราว 1,100,000 บาท เนื่องจากนายหน้าของเธออ้างว่า เขาได้จ่ายเงินปิดปากครอบครัวของเธอเพื่อไม่ให้เผยแพร่ข่าวคราวที่เธอหายตัวไป ทั้งยังบอกว่าพวกเขาว่าแองเจลิกายินยอมค้าประเวณีด้วยความเต็มใจ จากนั้นเธอถูกบังคับให้รับลูกค้าไม่หยุด และต้องทำแท้งหลังจากรู้ว่าตัวเองตั้งครรภ์ ทั้งยังป่วยเป็นกามโรค นอกจากความเลวร้ายในการเป็นทาสขบวนการค้ากามแล้ว เหยื่อบางคนยังถูกนำพาไปสู่วงจรยาเสพติด อีกด้วย

เธอต้องจ่ายเงินถึง 350 ปอนด์ หรือวันละ 15,000 บาทให้ชายที่ทำหน้าที่ดูแลเธอ และได้รับเงินเพียงวันละ 9 ปอนด์ หรือราว 400 บาทเป็นค่าอาหาร ส่วนค่าตัวเธอนั้นจะอยู่ที่ 35 ปอนด์ หรือ 1,500 ต่อครั้ง แต่ถ้าเธอยินยอมจะขายบริการโดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย จะได้รับค่าตัวเพิ่มขึ้นเป็น 90 ปอนด์ หรือราว 4,000 บาททันที นอกจากนี้ หากเธอปฏิเสธลูกค้า ชายที่ทำหน้าที่ดูแลเธอ จะข่มเหงด้วยการข่มขืนเธอ และข่มขู่จะใช้มีดกรีดใบหน้าเธออีกด้วย

เมื่อชีวิตตกต่ำถึงขีดสุด เธอถูกกระทำอย่างไร้มนุษยธรรมราวกับไม่ใช่คน จึงรวบรวมความกล้าที่จะแจ้งความกับพนักงานของหน่วยงานสนับสนุน ว่าเธอต้องการจะหลบหนี เธอเผยความลับทุกอย่างจนเจ้าหน้าที่ตำรวจ นำตัวเธอไปหลบซ่อนตัวเพื่อความปลอดภัย โดยขณะนี้แองเจลิกา เดินทางกลับมายังโรมาเนียและกลับไปหาครอบครัวของตัวเองแล้ว

จากเสียงร่ำลือที่ระบุว่า ในทุกซอกซอยของย่าน Red light District แห่งนี้จะเต็มไปด้วยขาใหญ่เป็นชายร่างใหญ่ ผิวสีที่ทำหน้าที่ยืนคุมดูความเรียบร้อย นักท่องเที่ยวจึงไม่สามารถหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายภาพได้ เพราะหากลักลอบถ่ายภาพเมื่อใด อาจถูกขาใหญ่เข้ามาประกบตัวได้ นอกจากธุรกิจขายบริการในรูปแบบทั่ว ๆไป ยังมีร้าน Sex shop และ Sex museum ซึ่งเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

นับได้ว่า วงจรค้าบริการทางเพศในย่านดังกล่าวเกิดขึ้นมาเป็นเวลานาน ซึ่งรายงานจาก ‘เดอะ ซัน’ เปิดเผยว่า ในย่านนี้มีเครือข่าย-ขบวนการในการหลบหลีกความผิดและการกวาดล้างผ่านกระบวนการทางกฎหมาย แต่เนื่องด้วยกระแสสังคม ที่ออกมาต่อต้านกระบวนการค้ามนุษย์ ทั้งการล่อลวงหญิงสาวจากยุโรปตะวันออกโดยนักต้มตุ๋นที่ทำกันเป็นเรื่องเป็นราว รวมถึงการใช้กำลังความรุนแรงต่อเหยื่อค้ามนุษย์ที่ไม่ปฏิบัติตามความต้องการของกลุ่มนายหน้าเหล่านี้

อย่างไรก็ตามขณะนี้ได้มีการเสนอกฎหมายฉบับใหม่ ที่กำหนดบทลงโทษทางวินัย เป็นโทษจำคุก 4 ปี ที่ใช้กับผู้ที่ฝ่าฝืนมีเซ็กส์กับโสเภณีที่พวกเขารู้จักหรือสงสัยว่าอยู่ในวงจรค้ามนุษย์ในเนเธอร์แลนด์

เรียบเรียงเนื้อหาโดยสำนักข่าว MThai