ย้อนคดี ‘เปรี้ยว’ หั่นศพ ก่อนฟังศาลนัดชี้ชะตาวันนี้ !!

Home / รายงานพิเศษ / ย้อนคดี ‘เปรี้ยว’ หั่นศพ ก่อนฟังศาลนัดชี้ชะตาวันนี้ !!
ย้อนคดี “เปรี้ยว” หั่นศพ ก่อนศาลนัดชี้ชะตา 10 พ.ค.

ศาลจังหวัดขอนแก่น จะนัดฟังคำพิพากษา ในข้อร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน กับ นางสาวปรียานุช โนนวังชัย หรือ เปรี้ยว และพวกรวม 5 คน หลังก่อเหตุฆาตกรรม นางสาววริศรา กลุ่นจุ้ย หรือน้องแอ๋ม จากเดิมวันที่ 29 มิถุนายน ในเวลา 13.30 น.

โดยขณะนี้ นางสาวปรียานุช  นางสาวกวิตา ราชดา หรือ เอิร์น และ นางสาวอภิวันทน์ สัตยบัณฑิต หรือแจ้ ยังถูกควบคุมตัวอยู่ในแดนหญิงเรือนจำกลางขอนแก่น ส่วนนายวศิน นามพรหม ถูกควบคุมตัวที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น ขณะที่ นางสาวจิดารัตน์ พรหมคุณ หรือเบนซ์ อยู่ในระหว่างการประกันตัวโดยกองทุนยุติธรรม

เปรี้ยวฆ่าหั่นศพ

ย้อนเหตุคดีสะเทือนขวัญนี้เกิดขึ้นช่วงกลางปี 2560 เมื่อมีผู้พบชิ้นส่วนศพ ของ นางสาวสวริศรา กลิ่นจุ้ย หรือ แอ๋ม ถูกฆ่าหั่นศพแล้วทิ้งอำพรางในป่า อำเภอเขาสวนกวาง จังหวัดขอนแก่น กระทั่งทีมสืบสวน ที่เริ่มจากวางปมสังหารไปที่เรื่องชู้สาว แต่แล้วก็กลับพบว่า การหักล้างค่ายาเสพติด คือสาเหตุที่ทำให้ แอ๋ม ถูกฆ่าอำพราง

การแกะรอยของตำรวจจนพบกล้องวงจรปิดจับภาพนาทีที่ผู้ตาย ถูกขึ้นรถ ซีอาร์วี จากสถานบันเทิง ในจังหวัดขอนแก่นไปเป็นภาพสุดท้าย

จากนั้นได้ ขยายผลจนจับกุม นายวศินได้แขวงนครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว และ นางสาวจิดารัตน์ ที่จังหวัดอุบลราชธานี โดยวศิน ซัดทอดว่า นางสาวปรียานุช หรือ เปรี้ยว เป็นคนใช้ถุงพลาสติกคลุมหัวแอ๋ม และลงมือซ้อม ซึ่งขณะนั้น น้องแอ๋ม พูดท้าทายว่า “ซ้อมเลย ถ้าไม่ตายจะมาเอาคืน” จึงถูก เปรี้ยว บีบคอจนแอ๋มจนแน่นิ่งไป และ ระหว่างให้ปากคำนั้น เปรี้ยวและ น.ส.กวินตา และ น.ส.อภิวันทน์ ได้หลบหนี ไปยังฝั่งเมียนมา ในอำเภอแม่สายแล้ว

ปฏิบัติการไล่ล่ากดดันโดยประสานไปยังทางการเมียนมาพร้อมลงพื้นที่กะรอยของตำรวจไทย ก็ทำให้ ทั้ง 3 สาว ทนไม่ไหวต้องออกมามอบตัวกับตำรวจพม่า และถูกส่งตัวกลับมาดำเนินคดีในไทย เมื่อกลางดึกของวันที่ 3 มิถุนายน
การให้การของ เปรี้ยว หนึ่งในสามสาวที่ถูกคุมตัวได้ ยอมรับว่าเป็นผู้ลงมือฆ่าเพียงคนเดียว แต่การแยกชิ้นส่วนของศพนั้น นายวศินเป็นคนลงมือ โดยใช้เลื่อยและมีดที่ซื้อมาในการชำแระ ส่วน เอิร์นและแจ้ และเป็นผู้นำ ชิ้นส่วนศพไปฝังอำพราง

ส่วนสาเหตุที่ลงมือ เปรี้ยวให้การว่า มาจากมีปัญหาหนี้สินเก่าที่ตนเองเคยยืมไปประมาณ 4 หมื่นบาท รวมถึงคดียาเสพติดที่ “แอ๋ม” ถูกตำรวจจับเมื่อปี 2559 ต่อมาเจ้าหน้าที่ขยายผลถึงตนเองจนอดีตสามีถูกจับ จึงวางแผนคิดจะสั่งสอนแต่เมื่อพลั้งมือก็จึงหั่นศพอำพลาง