ย้อนรอย คดีสะเทือนขวัญ ฉุดข่มขืน “น้องสโนว์”

Home / รายงานพิเศษ / ย้อนรอย คดีสะเทือนขวัญ ฉุดข่มขืน “น้องสโนว์”

คดีทำร้ายและข่มขืนน้องสโนว์ เมื่อปี 2558 กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง เมื่อศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน ประหารชีวิตผู้ต้องหา ส่วนคดีนี้ จะมีที่มาที่ไปอย่างไร ย้อนไปติดตามกัน

ย้อนกลับไปช่วงเย็นวันที่ 23 ธันวาคม 2558 นายกฤษณ์ และนางลำใย พลประสิทธิ์ ต่างไม่คาดคิดว่า จะเกิดเหตุสะเทือนขวัญขึ้นกับ น.ส.ฤดีวัลย์ พลประสิทธิ์ หรือ “น้องสโนว์” บุตรสาวผู้เป็นที่รัก วัย 18 ปี นักเรียน ม.6 โรงเรียนร่องคำ อำเภอร่องคำ จังหวัดกาฬสินธุ์ หลังถูกคนร้ายตามสะกดรอย ระหว่างขี่จักรยานยนต์กลับจากโรงเรียน ก่อนจู่โจม-ฉุดกระชากลงข้างทาง และทำร้ายร่างกายหวังข่มขืน

ด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอด  น้องสโนว์ ฮึดสู้-กัดมือและบีบอัณฑะคนร้าย จนสามารถหนีมาได้ พร้อมรีบโทรศัพท์หาพ่อ เพื่อขอความช่วยเหลือ ก่อนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลกมลาไสย, โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ และโรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น หลังมีอาการบาดเจ็บสาหัส

กระทั่ง 25 ธันวาคม เด็กสาวอนาคตไกล ก็เสียชีวิตลงด้วยภาวะตับ และเส้นเลือดในท้องแตก เหตุสลดที่เกิดขึ้น นอกจากจะทำให้ครอบครัวพลประสิทธิ์ เศร้าโศกอย่างหนักแล้ว ยังสร้างความสะเทือนใจแก่สังคม ถึงขั้นที่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำชับให้ตำรวจเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้

ด้านตำรวจภูธรภาค 4 และตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ เดินหน้าจัดชุดไล่ล่าคนร้าย พร้อมรวบรวมพยานหลักฐาน และสอบปากคำผู้ต้องสงสัยหลายราย กระทั่ง 4 เมษายน 2559 / ได้มีการจับกุม นายกฤติเดช ระเวงวรรณ วัย 34 ปี ผู้ใหญ่บ้านสีถาน หมู่ 15 ตำบลดงลิง อำเภอกมลาไสย ในข้อหา ข่มขืนและทำร้ายร่างกาย น้องสโนว์ ขณะนำลูกบ้านไปเกณฑ์ทหาร

แม้ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ แต่เจ้าหน้าที่มีหลักฐานมัดตัวแน่นหนา ตั้งแต่รอยกัดที่นิ้วหัวแม่มือขวา ที่แพทย์ยืนยันว่าเป็นรอยฟันมนุษย์, รอยข่วนตามร่างกาย, เศษดิน-หญ้าในเสื้อผ้า รวมถึงจักรยานยนต์ของผู้ต้องหา ที่มีร่องรอยเฉี่ยวชนกับรถน้องสโนว์

ภายหลังอัยการ ส่งฟ้องศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2559 กระบวนการพิจารณาคดีได้ดำเนินมาอย่างเนื่อง จนล่วงเลยเข้าวันที่ 30 มีนาคม 2560 วันที่ครอบครัวพลประสิทธิ์ รอคอยก็มาถึง เมื่อศาลชั้นต้นได้ตัดสินประหารชีวิต นายกฤติเดช พร้อมให้ชดใช้ค่าสินไหม กว่า 2 ล้าน 3 แสนบาท กระทั่ง 17 กรกฎาคม 2561 ศาลอุทธรณ์ ได้พิพากษายืนประหารชีวิต

ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ครอบครัวพลประสิทธิ์ ยังคงเจ็บปวดกับสิ่งที่เกิดขึ้น และแม้คำตัดสินจะเป็นที่พอใจ แต่หัวหน้าครอบครัวยืนยันว่า จะสู้จนคนร้ายถูกประหาร