แฉพฤติกรรมมิจฉาชีพหลอกโอนเงิน เตือน! “เปิดเผยข้อมูลในโซเชียลเท่าที่จำเป็น”

Home / รายงานพิเศษ / แฉพฤติกรรมมิจฉาชีพหลอกโอนเงิน เตือน! “เปิดเผยข้อมูลในโซเชียลเท่าที่จำเป็น”

แฉพฤติกรรมมิจฉาชีพหลอกโอนเงิน สำหรับวิธีการสังเกตเพื่อป้องกันตนเองไม่ให้ถูกหลอกลวง โดยเฉพาะการโอนเงินผ่านออนไลน์

จากข้อมูลของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ พบว่า กลุ่มคนร้ายมีวิธีการหลอกลวงหลากหลายรูปแบบ เช่น การเข้าไปแฮกเฟซบุ๊ก หรือไลน์ของบุคคลอื่น เพื่อหลอกขอยืมเงินจากเพื่อนในเฟซบุ๊กหรือไลน์นั้นๆ นอกจากนี้ ยังมีการทำเฟซบุ๊กปลอมแอบอ้างว่า เป็นบริษัทชื่อดัง หลอกเหยื่อว่า ได้รับรางวัลใหญ่ แต่ต้องโอนเงินมาก่อนเพื่อยืนยันสิทธิ์ รวมถึงการปลอมเป็นร้านค้าขายของออนไลน์

การหลอกให้ซื้อของราคาถูก หลอกขอรับเงินบริจาค หรือประกาศหาคนทำงานออนไลน์ โดยหลอกให้ส่งสำเนาบัตรประชาชน และหมายเลขบัญชีธนาคาร เพื่อคนร้ายจะนำเอาข้อมูลดังกล่าวไปใช้ในการรับเงินที่ได้จากการกระทำความผิดอื่นๆ

เช่นเดียวกับศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย ที่เตือนประชาชนให้ทำธุรกรรมออนไลน์อย่างระมัดระวัง ด้วยวิธีป้องกันต่างๆ คือ เปิดเผยข้อมูลในโซเชียลเน็ตเวิร์คเท่าที่จำเป็น เพื่อป้องกันไม่ให้มิจฉาชีพนำข้อมูลไปแอบอ้างใช้ทำธุรกรรม นอกจากนี้ ควรเปลี่ยนรหัสผ่าน (password) ในการเข้าใช้บัญชีอีเมลหรือบัญชีโซเชียลเน็ตเวิร์คเป็นประจำ

และเมื่อได้รับการติดต่อแจ้งให้โอนเงินให้ ควรตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนโอนเงิน เช่น ติดต่อหน่วยงานที่ถูกอ้างถึงโดยตรง อาทิ กรมศุลกากร โทร. 1164 ธนาคารแห่งประเทศไทย โทร. 1213 หรือสำนักงานตัวแทนในประเทศไทยของหน่วยงานต่างชาติ

ขณะเดียวกัน ต้องไม่โลภต่อเงินที่ไม่มีที่มา หรือผลตอบแทนที่สูงเกินจริง ควรพิจารณาให้รอบคอบถึงความเป็นไปได้ในความเป็นจริง รวมถึงตรวจหาไวรัสในเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นประจำ เพื่อป้องกันการขโมยข้อมูลการใช้งาน และสุดท้ายต้องติดตามข่าวสารกลโกงอย่างสม่ำเสมอ

ส่วนกรณีที่ตกเป็นเหยื่อ หากถูกแอบอ้างใช้บัญชีอีเมล ควรติดต่อผู้ให้บริการอีเมลทันที เพื่อแจ้งเปลี่ยนรหัสผ่าน ในกรณีที่โอนเงินให้แก่มิจฉาชีพแล้ว ให้ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าของสถาบันการเงิน เพื่อระงับการโอนและการถอนเงิน หากไม่สามารถระงับการโอนเงินได้ ให้รวบรวมหลักฐานและข้อมูลต่าง ๆ แจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมทั้งลงบันทึกประจำวัน ณ ท้องที่เกิดเหตุ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการระงับการถอนเงินออกจากบัญชีที่โอนไป

นอกจากนี้ ต้องแจ้งระงับการถอนเงินออกจากบัญชีที่โอนไปกับสถาบันการเงินที่ใช้บริการ โดยสถาบันการเงินจะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน จึงจะสามารถคืนเงินได้​ และต้องทำใจ เพราะเงินที่โอนไปให้มิจฉาชีพแล้ว มิจฉาชีพจะรีบถอนออกทันที ซึ่งทำให้ยากต่อการติดตาม ​​