ย้อนคดีป้าทุบรถสะเทือนทั้งตลาด สะท้อนความล้มเหลว การบังคับใช้กฎหมาย

Home / รายงานพิเศษ / ย้อนคดีป้าทุบรถสะเทือนทั้งตลาด สะท้อนความล้มเหลว การบังคับใช้กฎหมาย

ย้อนไปดูที่มาของคดี 2 คุณป้าทุบรถ ที่สะท้อนถึงความล้มเหลวในการบังคับใช้กฎหมายของภาครัฐ

ย้อนกลับไปในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา คลิปหญิงสูงวัย 2 ราย บันดาลโทสะใช้ขวานจามใส่รถที่จอดขวางหน้าบ้าน ภายในหมู่บ้านเสรีวิลล่า ซอยศรีนครินทร์ 55 เขตประเวศ กรุงเทพฯ กลายมาเป็นประเด็นร้อนไปทั้งประเทศ สะเทือนถึงความล้มเหลวของการบริหารงาน และบังคับใช้กฎหมายของเขตประเวศ และ กทม.

โดยสองคุณป้าที่ก่อเหตุทุบรถ คือ น.ส.รัตนฉัตร แสงหยกตระการ วัย 57 ปี และ น.ส.มณีรัตน์ แสงภัทรโชติ วัย 61 ปี ให้เหตุผลที่ลงมือว่า เป็นเพราะอีกฝ่ายจอดรถขวางทางออก แถมใส่เบรกมือไว้ แม้จะบีบแตรเรียกนานกว่า 30 นาที แต่เจ้าของรถก็ยังไม่มา ที่สำคัญ ต้องเจอปัญหาลักษณะนี้มานานแล้ว

แม้หลังเกิดเหตุ สองคุณป้าที่ก่อเหตุทุบรถ จะถูกดำเนินคดีฐานร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ แต่ทั้งสองก็ใช้โอกาสที่เป็นข่าวดัง แฉว่า ต้องต่อสู้กับปัญหาก่อสร้างตลาด 5 แห่ง รอบบ้านโดยผิดกฎหมาย มาเป็นเวลาหลายปี เพราะการมาของตลาด ก่อให้เกิดปัญหาทั้งความสะอาด, มลพิษ ไปจนถึงการจอดรถกีดขวางทางเข้า-ออกบ้าน

ซึ่งแม้ในปี 2556 ศาลปกครองได้มีคำสั่งคุ้มครองแล้ว แต่เขตประเวศ และ กทม.กลับปล่อยปละละเลย ไม่ดำเนินการตามกฎหมาย จนต้องติดคำพิพากษา และคำสาปแช่งไว้ที่ประตูรั้ว แถมยังถูกข่มขู่คุกคามและใส่ร้ายป้ายสีว่าค้าประเวณี หรือค้ายาเสพติดอีกด้วย

กระทั่งช่วงกลางเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านา ศาลปกครองกลาง ได้มีคำพิพากษาชี้ว่า ตลาดทั้ง 5 แห่งรอบบ้านคุณป้า ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยให้ กทม.รื้อภายใน 60 วัน พร้อมให้จ่ายเงินเยียวยาตั้งแต่ปี 2553 ถึงกุมภาพันธ์ 2561 รายละกว่า 360,000 บาท นอกจากนี้ กทม.ยังได้พิจารณาความผิดทางวินัยข้าราชการที่ปล่อยปะละเลยอีกจำนวน 7 ราย